เคปเลอร์และเทสส์: กล้องล่าดาวเคราะห์นอกระบบ
Kepler and TESS
อัปเดตล่าสุด

กล้องอวกาศเคปเลอร์จ้องดาวฤกษ์กว่าแสนดวงในทิศเดียวเพื่อจับเงาดาวเคราะห์ที่ผ่านหน้า ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบกว่า 2,600 ดวงและพบว่าดาวเคราะห์มีอยู่ทั่วไปในดาราจักร ส่วนเทสส์สำรวจดาวฤกษ์สว่างที่อยู่ใกล้ทั่วทั้งท้องฟ้า
จนถึงต้นคริสต์ทศวรรษ 2000 นักดาราศาสตร์รู้จักดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเพียงไม่กี่ร้อยดวง ส่วนใหญ่เป็นดาวเคราะห์ยักษ์ที่โคจรใกล้ดาวฤกษ์ของมัน คำถามสำคัญที่ยังไม่มีใครตอบได้คือ ดาวเคราะห์ขนาดเล็กอย่างโลกพบได้บ่อยแค่ไหน กล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ของ NASA ถูกออกแบบมาเพื่อตอบคำถามนี้
จ้องฟ้าผืนเดียวนานสี่ปี
เคปเลอร์ถูกปล่อยในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2009 โคจรรอบดวงอาทิตย์ตามหลังโลก กล้องมีกระจกขนาด 1.4 เมตรและกล้องถ่ายภาพที่ใหญ่ที่สุดที่เคยส่งขึ้นอวกาศในเวลานั้น จ้องฟ้าบริเวณเดียวระหว่างกลุ่มดาวหงส์กับกลุ่มดาวพิณ วัดความสว่างของดาวฤกษ์ราว 150,000 ดวงพร้อมกันทุกครึ่งชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง
วิธีที่ใช้คือวิธีการผ่านหน้า (transit method) เมื่อดาวเคราะห์โคจรผ่านหน้าดาวฤกษ์ในแนวสายตาเรา ดาวฤกษ์จะหรี่ลงเล็กน้อยเป็นจังหวะสม่ำเสมอ สัดส่วนที่หรี่ลงบอกขนาดของดาวเคราะห์ คาบที่หรี่ซ้ำบอกคาบโคจรและระยะห่างจากดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ขนาดโลกบังแสงดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์ได้เพียงราว 0.008% เท่ากับการเห็นแสงไฟหน้ารถหรี่ลงเพราะมียุงบินผ่านจากระยะหลายกิโลเมตร เคปเลอร์จึงต้องวัดความสว่างได้แม่นยำมาก และอยู่ในอวกาศเพื่อหลีกเลี่ยงความปั่นป่วนของอากาศ
สิ่งที่เคปเลอร์บอกเรา
- ค้นพบดาวเคราะห์ที่ยืนยันแล้วกว่า 2,600 ดวง ตลอดภารกิจ มากกว่าครึ่งหนึ่งของดาวเคราะห์นอกระบบที่รู้จักในช่วงนั้น
- ดาวเคราะห์มีอยู่ทั่วไป ข้อมูลทางสถิติชี้ว่าดาวฤกษ์ส่วนใหญ่ในดาราจักรมีดาวเคราะห์อย่างน้อยหนึ่งดวง จำนวนดาวเคราะห์ในทางช้างเผือกจึงน่าจะมากกว่าจำนวนดาวฤกษ์
- ดาวเคราะห์ชนิดที่ไม่มีในระบบสุริยะ ดาวเคราะห์ที่พบบ่อยที่สุดมีขนาดระหว่างโลกกับดาวเนปจูน เรียกว่าซูเปอร์เอิร์ธและมินิเนปจูน ซึ่งระบบสุริยะของเราไม่มีเลย
- ดาวเคราะห์ขนาดใกล้โลกในเขตเอื้อชีวิต เช่น Kepler-186f ดาวเคราะห์ขนาดใกล้โลกดวงแรกที่พบในเขตเอื้อชีวิตของดาวฤกษ์ดวงอื่น และ Kepler-452b ซึ่งโคจรรอบดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์
- ระบบที่มีดาวเคราะห์หลายดวง เช่น ระบบที่ดาวเคราะห์โคจรรอบดาวฤกษ์คู่ คล้ายดาวทาทูอีนในภาพยนตร์สตาร์วอร์ส
ในปี ค.ศ. 2013 ล้อปฏิกิริยาตัวที่สองจากสี่ตัวเสีย กล้องจึงหันนิ่งไม่ได้ วิศวกรคิดวิธีใช้แรงดันของแสงอาทิตย์มาช่วยถ่วงสมดุลแทนล้อที่เสีย ภารกิจจึงดำเนินต่อในชื่อ K2 โดยเปลี่ยนไปสำรวจฟ้าบริเวณต่าง ๆ ตามแนวสุริยวิถี จนเชื้อเพลิงหมดในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2018
เทสส์: สำรวจดาวเพื่อนบ้าน
ดาวที่เคปเลอร์สำรวจส่วนใหญ่อยู่ไกลหลายร้อยถึงหลายพันปีแสงและจางเกินกว่าจะศึกษาต่อได้ดี กล้องเทสส์ (TESS) ที่ปล่อยในเดือนเมษายน ค.ศ. 2018 จึงเปลี่ยนแนวทาง ใช้กล้องมุมกว้างสี่ตัวสำรวจเกือบทั้งท้องฟ้า เน้นดาวฤกษ์ที่สว่างและอยู่ใกล้ แบ่งท้องฟ้าเป็นแถบ ๆ และจ้องแต่ละแถบนานราวหนึ่งเดือน เทสส์โคจรในวงโคจรพิเศษที่ใช้แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ช่วยให้มั่นคงและส่งข้อมูลมายังโลกได้ทุกสองสัปดาห์
เทสส์พบดาวเคราะห์ที่ยืนยันแล้วหลายร้อยดวงและผู้สมัครอีกหลายพันดวง ข้อได้เปรียบคือดาวเคราะห์ที่พบอยู่รอบดาวฤกษ์สว่าง จึงวัดมวลด้วยวิธีความเร็วแนวเล็งได้ และกล้องอย่างเจมส์ เว็บบ์ ก็ศึกษาบรรยากาศของพวกมันได้ เช่น ระบบ TOI-700 ที่มีดาวเคราะห์ขนาดใกล้โลกในเขตเอื้อชีวิต
ในอนาคต กล้อง PLATO ขององค์การอวกาศยุโรปจะสานต่อการค้นหาดาวเคราะห์ขนาดโลกรอบดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์ และกล้องโรมันจะค้นหาดาวเคราะห์ด้วยวิธีเลนส์ความโน้มถ่วง ซึ่งพบดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลจากดาวฤกษ์ได้ดีกว่าวิธีการผ่านหน้า
คำศัพท์ในบทความนี้
- Kepler space telescopeกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์
- TESSกล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS
- transit methodวิธีการผ่านหน้า
- exoplanetดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ
- habitable zoneเขตเอื้อต่อชีวิต
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่น ค้นพบแล้วหลายพันดวง และหลายดวงแปลกกว่าที่เคยจินตนาการไว้
- เขตเอื้อชีวิต: ดาวเคราะห์แบบไหนที่อาจมีชีวิตรอบดาวฤกษ์ทุกดวงมีวงแหวนระยะทางที่ไม่ร้อนและไม่หนาวเกินไป ดาวเคราะห์ในเขตนี้อาจมีน้ำเป็นของเหลวบนผิว ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตแบบที่เรารู้จัก แต่การอยู่ในเขตนี้ยังไม่พอ และชีวิตอาจอยู่นอกเขตนี้ได้ด้วย
- การผ่านหน้า: เงาดาวเคราะห์บนดวงอาทิตย์บางครั้งดาวพุธหรือดาวศุกร์เคลื่อนผ่านหน้าดวงอาทิตย์ เห็นเป็นจุดดำเล็ก ๆ ค่อย ๆ เคลื่อนข้ามแผ่นดวงอาทิตย์ การผ่านหน้าของดาวศุกร์เคยช่วยวัดขนาดของระบบสุริยะ และวิธีเดียวกันนี้ใช้ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบได้หลายพันดวง
- กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์กล้องอวกาศที่ใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยสร้าง กระจกทองคำกว้าง 6.5 เมตรมองในช่วงอินฟราเรด ทำงานที่อุณหภูมิต่ำกว่าลบสองร้อยองศา เพื่อมองย้อนไปถึงดาราจักรรุ่นแรกของเอกภพ
- กล้องโทรทรรศน์อวกาศ: มองเอกภพจากเหนือบรรยากาศบรรยากาศโลกทำให้ภาพดาวพร่ามัว และกั้นรังสีหลายช่วงคลื่นไว้ทั้งหมด การนำกล้องขึ้นไปในอวกาศจึงเปลี่ยนดาราศาสตร์ไปตลอดกาล ตั้งแต่ฮับเบิลที่เผยภาพดาราจักรไกลสุดขอบ จนถึงเจมส์เวบบ์ที่มองย้อนไปถึงดาราจักรรุ่นแรก