หน้าหลัก › บทความดาราศาสตร์ › การสังเกตและสำรวจอวกาศ
การสังเกตและสำรวจอวกาศ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ: มองเอกภพจากเหนือบรรยากาศ

Space telescopes

อัปเดตล่าสุด

นักบินอวกาศซ่อมกล้องฮับเบิลในภารกิจ STS-125 (ค.ศ. 2009)
นักบินอวกาศซ่อมกล้องฮับเบิลในภารกิจ STS-125 (ค.ศ. 2009)ภาพ: NASA Hubble, CC BY 2.0 (ย่อขนาดจากต้นฉบับ)

บรรยากาศโลกทำให้ภาพดาวพร่ามัว และกั้นรังสีหลายช่วงคลื่นไว้ทั้งหมด การนำกล้องขึ้นไปในอวกาศจึงเปลี่ยนดาราศาสตร์ไปตลอดกาล ตั้งแต่ฮับเบิลที่เผยภาพดาราจักรไกลสุดขอบ จนถึงเจมส์เวบบ์ที่มองย้อนไปถึงดาราจักรรุ่นแรก

แม้จะตั้งกล้องบนยอดเขาที่สูงและแห้งที่สุด บรรยากาศก็ยังมีปัญหาสองข้อ ข้อแรก อากาศที่ปั่นป่วนทำให้ภาพดาวสั่นและพร่ามัว ข้อสอง บรรยากาศดูดกลืนรังสีเอกซ์ รังสีแกมมา อัลตราไวโอเลต และอินฟราเรดเกือบทั้งหมด ไลแมน สปิตเซอร์ เสนอแนวคิดกล้องโทรทรรศน์ในอวกาศไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1946

กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

ส่งขึ้นในปี ค.ศ. 1990 กระจกขนาด 2.4 เมตร โคจรสูงราว 540 กิโลเมตร ภาพแรกพร่ามัวเพราะกระจกขัดผิดรูปไปราวหนึ่งในห้าสิบของความหนาเส้นผม ในปี ค.ศ. 1993 นักบินอวกาศขึ้นไปติดตั้งเลนส์แก้ไข และซ่อมบำรุงรวมห้าครั้ง ฮับเบิลช่วยวัดอายุของเอกภพ ค้นพบว่าการขยายตัวของเอกภพเร่งขึ้น ยืนยันว่าดาราจักรเกือบทุกดวงมีหลุมดำมวลยวดยิ่ง และถ่ายภาพที่เป็นที่รู้จักที่สุดของดาราศาสตร์

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์

ส่งขึ้นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 2021 กระจกขนาด 6.5 เมตรประกอบจากชิ้นหกเหลี่ยม 18 ชิ้นที่พับเก็บตอนปล่อยแล้วกางออกในอวกาศ ทำงานในย่านอินฟราเรด เพราะแสงจากดาราจักรที่ไกลที่สุดถูกเลื่อนทางแดงไปอยู่ในย่านนั้น กล้องต้องเย็นจัด จึงโคจรอยู่ที่จุดลากรางจ์ L2 ห่างโลก 1.5 ล้านกิโลเมตร หลังแผ่นบังแสงขนาดเท่าสนามเทนนิส ซึ่งรักษาอุณหภูมิด้านกล้องไว้ที่ราว 40 เคลวิน เจมส์เวบบ์พบดาราจักรที่มีอยู่แล้วเมื่อเอกภพอายุไม่ถึง 300 ล้านปี และวิเคราะห์บรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบได้

กล้องในช่วงคลื่นอื่น

กล้องสำหรับงานเฉพาะ

ข้อจำกัดของกล้องอวกาศคือราคาแพงมาก ขนาดจำกัดด้วยจรวดที่ใช้ส่ง และซ่อมได้ยาก (ฮับเบิลเป็นกล้องเดียวที่ออกแบบให้นักบินอวกาศซ่อมได้) กล้องบนพื้นโลกขนาดใหญ่กว่ามากที่ใช้ระบบทัศนศาสตร์ปรับตัวจึงยังมีบทบาทสำคัญคู่กัน

เปิดในเว็บไซต์ NewTutorAstronomy ›

คำศัพท์ในบทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง