กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์
James Webb Space Telescope
อัปเดตล่าสุด

กล้องอวกาศที่ใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยสร้าง กระจกทองคำกว้าง 6.5 เมตรมองในช่วงอินฟราเรด ทำงานที่อุณหภูมิต่ำกว่าลบสองร้อยองศา เพื่อมองย้อนไปถึงดาราจักรรุ่นแรกของเอกภพ
กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (JWST) เป็นโครงการร่วมของ NASA, ESA และองค์การอวกาศแคนาดา ปล่อยขึ้นด้วยจรวด Ariane 5 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 2021 และเผยแพร่ภาพชุดแรกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2022 มันไม่ได้โคจรรอบโลกเหมือนฮับเบิล แต่อยู่ที่จุดลากรางจ์ L2 ของระบบดวงอาทิตย์กับโลก ห่างจากโลกราว 1.5 ล้านกิโลเมตร ซึ่งดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์อยู่ด้านเดียวกันเสมอ จึงบังความร้อนจากทั้งสามได้พร้อมกัน
กระจกที่พับได้
กระจกหลักกว้าง 6.5 เมตร ใหญ่เกินกว่าจะใส่ในหัวจรวด จึงแบ่งเป็นชิ้นหกเหลี่ยม 18 ชิ้นที่พับเก็บแล้วกางออกในอวกาศ แต่ละชิ้นทำจากเบริลเลียมซึ่งเบาและไม่บิดตัวเมื่อเย็นจัด เคลือบทองคำบาง ๆ เพราะทองสะท้อนอินฟราเรดได้ดีมาก พื้นที่รับแสงราว 25 ตารางเมตร มากกว่าฮับเบิลราว 6 เท่า หลังกางออก วิศวกรปรับตำแหน่งกระจกทุกชิ้นให้เรียงกันละเอียดในระดับเศษเสี้ยวของความยาวคลื่นแสง จนทำงานเหมือนกระจกชิ้นเดียว
ทำไมต้องเย็นจัด
ทุกสิ่งที่มีอุณหภูมิแผ่รังสีอินฟราเรดออกมา ความยาวคลื่นที่สว่างที่สุดหาได้จากกฎของวีน ยิ่งเย็น ความยาวคลื่นที่สว่างที่สุดยิ่งยาว
วัตถุที่อุณหภูมิห้องราว 300 เคลวินสว่างที่สุดที่ราว 10 ไมโครเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่เว็บบ์ใช้สังเกตพอดี ถ้าตัวกล้องอุ่น มันจะเรืองแสงอินฟราเรดกลบแสงจาง ๆ จากดาราจักรไกลจนหมด เว็บบ์จึงมีแผงบังแสงอาทิตย์ห้าชั้นขนาดราวสนามเทนนิส ด้านที่หันหาดวงอาทิตย์ร้อนกว่า 80 องศาเซลเซียส แต่ด้านกระจกเย็นลงต่ำกว่า ลบ 220 องศาเซลเซียส ส่วนเครื่องมือ MIRI ที่วัดอินฟราเรดคลื่นยาวยังมีเครื่องทำความเย็นอีกชั้นให้เย็นลงถึงราว 7 เคลวิน
มองย้อนไปถึงดาราจักรรุ่นแรก
เอกภพขยายตัว แสงจากดาราจักรที่อยู่ไกลมากจึงถูกยืดจนความยาวคลื่นยาวขึ้น ปริมาณที่ยืดออกบอกด้วยค่าการเลื่อนทางแดง
สำหรับดาราจักรที่มีค่าการเลื่อนทางแดงราว 14 แสงอัลตราไวโอเลตที่ปล่อยออกมาที่ 121.6 นาโนเมตร มาถึงเราที่ราว 1.8 ไมโครเมตร กลายเป็นอินฟราเรดไปแล้ว นี่คือเหตุผลที่กล้องที่จะมองเอกภพยุคแรกต้องมองอินฟราเรด เว็บบ์ยืนยันดาราจักรที่มีค่าการเลื่อนทางแดงราว 14 ซึ่งเราเห็นมันในสภาพเมื่อเอกภพมีอายุไม่ถึง 300 ล้านปี และพบว่าดาราจักรยุคแรกสว่างและก่อตัวเร็วกว่าที่แบบจำลองหลายแบบคาดไว้
เครื่องมือสี่ชิ้น
- NIRCam กล้องถ่ายภาพหลักในช่วงอินฟราเรดใกล้ (0.6 ถึง 5 ไมโครเมตร) ใช้ถ่ายภาพที่เราเห็นในข่าวส่วนใหญ่ และใช้ตรวจการจัดเรียงกระจกด้วย
- NIRSpec เครื่องแยกสเปกตรัม มีหน้าต่างบานเล็กจิ๋วราวสองแสนห้าหมื่นช่องที่เปิดปิดได้ทีละช่อง จึงวัดสเปกตรัมของดาราจักรได้คราวละกว่าร้อยแห่งพร้อมกัน ใช้ยืนยันระยะทางของดาราจักรที่อยู่ไกลที่สุด
- MIRI กล้องและเครื่องแยกสเปกตรัมช่วงอินฟราเรดกลาง (5 ถึง 28 ไมโครเมตร) เห็นฝุ่นอุ่น ๆ และโมเลกุลในจานก่อกำเนิดดาวเคราะห์
- NIRISS และ FGS ชุดสำหรับนำทางให้กล้องชี้นิ่ง พร้อมโหมดพิเศษสำหรับวัดบรรยากาศดาวเคราะห์นอกระบบ
ปริศนาใหม่: จุดแดงเล็ก ๆ
ภาพห้วงลึกของเว็บบ์เผยวัตถุแบบใหม่ที่ไม่มีใครคาดไว้ จุดสีแดงขนาดเล็กมากที่พบมากในช่วงที่เอกภพมีอายุราว 600 ล้านถึง 1,500 ล้านปี นักดาราศาสตร์เรียกพวกมันว่า "little red dots" บางทีมเสนอว่าเป็นหลุมดำที่กำลังโตเร็วซ่อนอยู่ในแก๊สหนาแน่น บางทีมเสนอว่าเป็นดาราจักรที่อัดแน่นด้วยดาวมากผิดปกติ ปริศนานี้ยังไม่มีคำตอบ และเป็นตัวอย่างว่ากล้องใหม่ไม่ได้แค่ตอบคำถามเดิม แต่สร้างคำถามใหม่ด้วย
งานอื่น ๆ
- บรรยากาศดาวเคราะห์นอกระบบ วัดแสงดาวที่ลอดผ่านบรรยากาศของดาวเคราะห์ขณะผ่านหน้า และพบคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศของดาวเคราะห์ WASP-39b อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก
- ดาวเกิดใหม่ อินฟราเรดทะลุฝุ่นได้ดีกว่าแสงที่ตามองเห็น จึงเห็นดาวที่กำลังก่อตัวอยู่ในเมฆฝุ่น เช่นในภาพเสาแห่งการก่อกำเนิด
- ระบบสุริยะ ถ่ายภาพวงแหวนของดาวเนปจูนและดาวยูเรนัสชัดที่สุดในรอบหลายสิบปี และศึกษาดาวหางกับวัตถุไกลโพ้น
การปล่อยจรวดแม่นยำมากจนเหลือเชื้อเพลิงสำหรับรักษาวงโคจรได้ราว 20 ปี มากกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 10 ปี
คำศัพท์ในบทความนี้
- James Webb Space Telescopeกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์
- sunshieldแผงบังแสงอาทิตย์
- segmented mirrorกระจกแบ่งส่วน
- infraredอินฟราเรด
- Lagrange pointจุดลากรางจ์
- redshiftการเลื่อนไปทางแดง
บทความที่เกี่ยวข้อง
- กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลกล้องที่โคจรรอบโลกมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 เริ่มต้นด้วยกระจกที่ฝนผิดจนภาพเบลอ แต่หลังการซ่อมในอวกาศ มันกลายเป็นกล้องที่เปลี่ยนความรู้ดาราศาสตร์มากที่สุดตัวหนึ่งในประวัติศาสตร์
- กล้องโทรทรรศน์อวกาศ: มองเอกภพจากเหนือบรรยากาศบรรยากาศโลกทำให้ภาพดาวพร่ามัว และกั้นรังสีหลายช่วงคลื่นไว้ทั้งหมด การนำกล้องขึ้นไปในอวกาศจึงเปลี่ยนดาราศาสตร์ไปตลอดกาล ตั้งแต่ฮับเบิลที่เผยภาพดาราจักรไกลสุดขอบ จนถึงเจมส์เวบบ์ที่มองย้อนไปถึงดาราจักรรุ่นแรก
- จุดลากรางจ์: ที่จอดรถในอวกาศในระบบที่วัตถุสองชิ้นโคจรรอบกัน มีห้าจุดที่วัตถุขนาดเล็กสามารถอยู่นิ่งเทียบกับทั้งสองได้ กล้องเจมส์เวบบ์จอดอยู่ที่จุดหนึ่ง ดาวเคราะห์น้อยทรอยหลายพันดวงรวมตัวกันอยู่ที่อีกสองจุด
- ดาราจักรเกิดและเติบโตได้อย่างไรดาราจักรไม่ได้เกิดขึ้นมาเต็มรูปในทันที มันเริ่มจากก้อนแก๊สเล็ก ๆ ในแอ่งของสสารมืด แล้วค่อย ๆ โตขึ้นด้วยการดึงแก๊สและการชนกันรวมกันตลอดหลายพันล้านปี ทางช้างเผือกของเราเองก็เคยกลืนดาราจักรเล็ก ๆ มาแล้วหลายดวง
- ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่น ค้นพบแล้วหลายพันดวง และหลายดวงแปลกกว่าที่เคยจินตนาการไว้
- กล้องโทรทรรศน์อวกาศโรมัน: สำรวจฟ้ากว้างกว่าฮับเบิลร้อยเท่ากล้องอวกาศรุ่นใหม่ของ NASA ที่ปล่อยขึ้นในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2026 กระจกเท่าฮับเบิลแต่มองเห็นท้องฟ้ากว้างกว่าราวร้อยเท่า เพื่อไขปริศนาพลังงานมืดและนับดาวเคราะห์ทั่วทางช้างเผือก