ขีดจำกัดเอดดิงตัน: ดาวสว่างได้มากที่สุดแค่ไหน
Eddington luminosity
อัปเดตล่าสุด

แสงก็มีแรงผลัก เมื่อดาวหรือหลุมดำสว่างมากพอ แรงดันของแสงจะชนะแรงโน้มถ่วงและเป่าสสารชั้นนอกทิ้ง ขีดจำกัดนี้บอกว่าวัตถุมวลหนึ่งสว่างได้มากที่สุดเท่าไรก่อนจะเริ่มสลายตัวเอง
โฟตอนพาโมเมนตัมไปด้วย เมื่อแสงถูกดูดกลืนหรือกระเจิงโดยอนุภาค มันจะผลักอนุภาคนั้นเบา ๆ แรงนี้เรียกว่าความดันการแผ่รังสี ในชีวิตประจำวันแรงนี้น้อยจนไม่รู้สึก แต่ในดาวฤกษ์มวลมากหรือรอบหลุมดำที่กำลังกลืนสสาร แสงมีมากมหาศาลจนแรงผลักนี้แข่งกับแรงโน้มถ่วงได้
สมดุลระหว่างแรงสองแรง
พิจารณาแก๊สไฮโดรเจนที่แตกตัวเป็นไอออนรอบวัตถุมวล
ระยะ
ลองนึกถึงแก๊สร้อนรอบดาวหรือหลุมดำ แสงที่พุ่งออกมาผลักอิเล็กตรอนในแก๊สออกไป ส่วนแรงโน้มถ่วงดึงโปรตอนซึ่งหนักกว่าอิเล็กตรอนราว 1,836 เท่าเข้ามา อิเล็กตรอนกับโปรตอนถูกแรงไฟฟ้ายึดไว้ด้วยกัน แก๊สจึงถูกผลักออกเมื่อแรงจากแสงมากกว่าแรงโน้มถ่วง แรงทั้งสองอ่อนลงตามระยะทางในอัตราเดียวกัน ผลจึงไม่ขึ้นกับระยะ แต่ได้กำลังส่องสว่างสูงสุดค่าหนึ่งที่ขึ้นกับมวลอย่างเดียว เรียกว่ากำลังส่องสว่างเอดดิงตัน ราว 32,000 เท่าของดวงอาทิตย์ ต่อมวลทุก ๆ หนึ่งเท่าของดวงอาทิตย์
ค่านี้แปรตามมวลตรง ๆ วัตถุที่หนักเป็นสองเท่าจึงสว่างได้มากที่สุดเป็นสองเท่า ถ้าสว่างกว่านี้ ความดันการแผ่รังสีจะชนะแรงโน้มถ่วง และสสารชั้นนอกจะถูกเป่าออกเป็นลมแรง
ใช้ทำอะไรได้บ้าง
- ขีดจำกัดมวลของดาวฤกษ์ ดาวมวลมากมีกำลังส่องสว่างเพิ่มขึ้นเร็วกว่ามวลมาก (ราว
L\propto M^{3} กำลังสามของมวล หรือมากกว่า) จึงเข้าใกล้ขีดจำกัดเอดดิงตันเมื่อมีมวลราวหนึ่งร้อยถึงสองร้อยเท่าของดวงอาทิตย์ ดาวที่มวลมากกว่านั้นจะเสียมวลไปกับลมดาวอย่างรุนแรง เช่น ดาวแปรแสงสีน้ำเงินที่ส่องสว่างมาก - อัตราการกลืนสสารของหลุมดำ สสารที่ตกลงสู่หลุมดำปล่อยแสงออกมา ถ้าตกเร็วเกินไป แสงที่เกิดขึ้นจะผลักสสารที่ตามมาออกไป หลุมดำจึงโตได้เร็วที่สุดในอัตราที่จำกัดโดยค่านี้
- ประมาณมวลของควอซาร์ ถ้าควอซาร์สว่าง 10 ล้านล้านเท่าของดวงอาทิตย์ หลุมดำใจกลางต้องหนักอย่างน้อยราว 300 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ ไม่เช่นนั้นจะสว่างเกินขีดจำกัด
ข้อควรระวัง
การคำนวณนี้สมมติว่าแสงถูกกระเจิงโดยอิเล็กตรอนอิสระเท่านั้น ในแก๊สที่เย็นกว่า อะตอมและโมเลกุลดูดกลืนแสงได้ดีกว่ามาก ความทึบแสงที่สูงขึ้นทำให้ขีดจำกัดจริงต่ำลง ในอีกด้าน ถ้าสสารไหลเข้าเป็นจานแบนแทนที่จะเป็นทรงกลม แสงจะหนีออกทางขั้วได้ง่าย วัตถุบางชนิด เช่น แหล่งรังสีเอกซ์ที่สว่างมากเป็นพิเศษ จึงดูเหมือนสว่างเกินขีดจำกัดได้ชั่วคราว
ชื่อนี้มาจาก อาร์เทอร์ เอดดิงตัน นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้ศึกษาบทบาทของความดันการแผ่รังสีในโครงสร้างของดาวฤกษ์ในคริสต์ทศวรรษ 1920
คำศัพท์ในบทความนี้
- Eddington luminosityกำลังส่องสว่างเอดดิงตัน
- radiation pressureความดันรังสี
- luminosityกำลังส่องสว่าง
- opacityความทึบแสง
- accretionการพอกพูนมวล
- Thomson scatteringการกระเจิงทอมสัน
บทความที่เกี่ยวข้อง
- จานพอกพูนมวล: เครื่องปั่นพลังงานรอบหลุมดำสสารที่ตกเข้าหาวัตถุมวลมากไม่ได้ตกตรง ๆ แต่หมุนวนเป็นจานแบนที่ร้อนจัด จานเหล่านี้พบได้ตั้งแต่รอบดาวเกิดใหม่ไปจนถึงหลุมดำมวลยวดยิ่ง และเปลี่ยนมวลเป็นแสงได้มีประสิทธิภาพกว่าปฏิกิริยานิวเคลียร์หลายเท่า
- สมดุลอุทกสถิต: ทำไมดาวฤกษ์ไม่ยุบตัวและไม่ระเบิดดาวฤกษ์คือการชักเย่อระหว่างแรงโน้มถ่วงที่ดึงทุกอย่างเข้าหาใจกลาง กับความดันของแก๊สร้อนที่ดันออก ตราบใดที่สองแรงนี้สมดุลกันพอดี ดาวจะคงขนาดได้นานหลายพันล้านปี
- เควซาร์และนิวเคลียสดาราจักรกัมมันต์หลุมดำมวลยวดยิ่งที่กำลังกลืนแก๊สจนสว่างกว่าดาราจักรทั้งดาราจักรนับร้อยเท่า มองเห็นได้จากขอบเอกภพ
- หลุมดำบริเวณที่แรงโน้มถ่วงรุนแรงจนแม้แต่แสงก็หนีออกมาไม่ได้ ตั้งแต่ซากดาวฤกษ์ไปจนถึงยักษ์ใจกลางดาราจักรที่มีมวลหลายพันล้านเท่าดวงอาทิตย์
- วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ดาวฤกษ์เกิด เติบโต และตาย มวลตั้งต้นเป็นตัวกำหนดเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่อายุขัยไปจนถึงซากที่เหลือ