หน้าหลัก › บทความดาราศาสตร์ › ฟิสิกส์ดาราศาสตร์
ฟิสิกส์ดาราศาสตร์

สมดุลอุทกสถิต: ทำไมดาวฤกษ์ไม่ยุบตัวและไม่ระเบิด

Hydrostatic equilibrium

อัปเดตล่าสุด

ดาวฤกษ์คือการชักเย่อระหว่างแรงโน้มถ่วงที่ดึงทุกอย่างเข้าหาใจกลาง กับความดันของแก๊สร้อนที่ดันออก ตราบใดที่สองแรงนี้สมดุลกันพอดี ดาวจะคงขนาดได้นานหลายพันล้านปี

ดวงอาทิตย์มีมวลราว 2 × 10³⁰ กิโลกรัม แรงโน้มถ่วงของมวลขนาดนี้ดึงทุกชั้นของดาวเข้าหาใจกลางอย่างรุนแรง ถ้าไม่มีอะไรต้าน ดวงอาทิตย์จะยุบตัวลงภายในไม่ถึงชั่วโมง แต่ดวงอาทิตย์คงขนาดเดิมมาแล้วราว 4,600 ล้านปี เพราะความดันของแก๊สร้อนภายในดันออกพอดีกับแรงโน้มถ่วง สภาวะนี้เรียกว่าสมดุลอุทกสถิต

สมการของสมดุล

ความดันต้องสูงขึ้นเมื่อลึกลงไป

ลองนึกถึงแผ่นแก๊สบาง ๆ ชั้นหนึ่งภายในดาวที่ระยะ r จากใจกลาง ด้านล่างมีความดันสูงกว่าด้านบนเล็กน้อย ผลต่างของความดันนี้ดันแผ่นแก๊สขึ้น ขณะที่แรงโน้มถ่วงจากมวล M(r) ที่อยู่ภายในดึงลง เมื่อสองแรงเท่ากันจะได้

\frac{dP}{dr} = -\frac{G\,M(r)\,\rho(r)}{r^2}

เครื่องหมายลบบอกว่าความดันต้องลดลงเมื่อออกห่างจากใจกลาง ยิ่งลึกลงไปในดาว ชั้นที่อยู่ข้างบนก็ยิ่งหนักกดลงมา ความดันที่ใจกลางจึงสูงที่สุด

ประมาณความดันที่ใจกลางดวงอาทิตย์

ถ้าแทนอนุพันธ์ด้วยผลต่างหยาบ ๆ ระหว่างใจกลางกับผิว (dP/dr \approx -P_c/R) และใช้ความหนาแน่นเฉลี่ย จะได้

P_c \sim \frac{G M^2}{R^4}

แทนค่าของดวงอาทิตย์ได้ราว 10^{15} พาสคัล ค่าจริงจากแบบจำลองละเอียดคือความดันที่ใจกลางดวงอาทิตย์จากแบบจำลองละเอียดคือราว 2.5 × 10¹⁶ พาสคัล หรือราว 250,000 ล้านเท่าของความดันอากาศบนโลก ความดันมหาศาลนี้มาจากแก๊สที่ร้อนราว 15 ล้านเคลวินและหนาแน่นกว่าตะกั่วกว่าสิบเท่า

ดาวปรับตัวเองได้

สมดุลนี้มีเสถียรภาพในตัว ถ้าแกนกลางผลิตพลังงานมากเกินไป แก๊สจะร้อนขึ้นและขยายตัว ความหนาแน่นและอุณหภูมิจึงลดลง ปฏิกิริยานิวเคลียร์ซึ่งไวต่ออุณหภูมิมากจะช้าลงตาม กลับกัน ถ้าผลิตพลังงานน้อยไป แกนจะหดตัวและร้อนขึ้นจนปฏิกิริยาเร่งขึ้นเอง ดาวในแถบลำดับหลักจึงคงที่ได้นานมาก

เมื่อสมดุลเสีย

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยดาวฤกษ์ไม่ได้ลุกไหม้แบบไฟ ไม่มีออกซิเจนให้เผาไหม้ พลังงานมาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน และสิ่งที่ทำให้ดาวคงรูปอยู่ได้คือสมดุลระหว่างแรงโน้มถ่วงกับความดัน ไม่ใช่เปลือกแข็งใด ๆ
เปิดในเว็บไซต์ NewTutorAstronomy ›

คำศัพท์ในบทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง