ความดันดีเจนเนอเรซีและขีดจำกัดจันทรเศขร
Degeneracy pressure and the Chandrasekhar limit
อัปเดตล่าสุด
เมื่อดาวหมดเชื้อเพลิงและเย็นลง ความดันจากความร้อนไม่มีอีกแล้ว สิ่งที่ยังค้ำดาวแคระขาวไว้ได้คือกฎของกลศาสตร์ควอนตัมที่ห้ามอิเล็กตรอนเบียดกันอยู่ในสถานะเดียวกัน แต่แรงค้ำนี้ก็มีขีดจำกัด
ดาวฤกษ์ทั่วไปค้ำตัวเองไว้ด้วยความดันของแก๊สร้อน แต่เมื่อดาวอย่างดวงอาทิตย์ใช้เชื้อเพลิงหมด แกนที่เหลือจะหดตัวเป็นดาวแคระขาวขนาดราวโลก แล้วค่อย ๆ เย็นลงเรื่อย ๆ หากความดันขึ้นกับอุณหภูมิอย่างเดียว ดาวแคระขาวที่เย็นลงก็ควรยุบตัวต่อ แต่มันไม่ยุบ เพราะมีความดันอีกชนิดหนึ่งที่ไม่ขึ้นกับอุณหภูมิ
หลักการกีดกันของเพาลี
อิเล็กตรอน โปรตอน และนิวตรอนเป็นอนุภาคประเภทเฟอร์มิออน ซึ่งมีกฎว่าอนุภาคสองตัวอยู่ในสถานะควอนตัมเดียวกันไม่ได้ เมื่อบีบอิเล็กตรอนให้อยู่ในพื้นที่เล็กลง อิเล็กตรอนจำนวนมากต้องไปอยู่ในสถานะที่มีโมเมนตัมสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสถานะพลังงานต่ำถูกจองเต็มแล้ว ผลคืออิเล็กตรอนเคลื่อนที่เร็วและสร้างความดันได้แม้ที่อุณหภูมิศูนย์สัมบูรณ์ สสารในสภาพนี้เรียกว่าสสารดีเจนเนอเรต
ดาวแคระขาวยิ่งหนักยิ่งเล็ก
สำหรับอิเล็กตรอนที่ไม่เร็วมาก ความดันดีเจนเนอเรซีแปรตาม
ดาวแคระขาวที่หนักกว่ากลับมีขนาดเล็กกว่า เพราะต้องบีบอิเล็กตรอนให้แน่นขึ้นเพื่อสร้างความดันพอจะต้านแรงโน้มถ่วงที่มากขึ้น ดาวแคระขาวมวลเท่าดวงอาทิตย์มีขนาดราวโลก ช้อนชาเดียวของเนื้อดาวหนักหลายตัน
ขีดจำกัดจันทรเศขร
ในปี ค.ศ. 1930 ระหว่างนั่งเรือจากอินเดียไปอังกฤษ สุพราหมัณยัน จันทรเศขร ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 19 ปี พบว่าเมื่อดาวแคระขาวหนักขึ้น อิเล็กตรอนต้องเคลื่อนที่เร็วจนใกล้ความเร็วแสง ความดันจะเพิ่มขึ้นช้าลงเป็น
แกนที่หนักกว่านี้ยุบตัวต่อ อิเล็กตรอนถูกบีบเข้าไปในโปรตอนกลายเป็นนิวตรอน ผลงานนี้ถูกต่อต้านอย่างหนักจาก อาร์เทอร์ เอดดิงตัน ผู้มีชื่อเสียงที่สุดในวงการตอนนั้น แต่ภายหลังได้รับการยืนยัน และจันทรเศขรได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี ค.ศ. 1983
ดาวนิวตรอนและขีดจำกัดสุดท้าย
ในดาวนิวตรอน สิ่งที่ค้ำดาวคือความดันดีเจนเนอเรซีของนิวตรอนร่วมกับแรงนิวเคลียร์อย่างเข้ม ดาวนิวตรอนก็มีมวลสูงสุดเช่นกัน เรียกว่าขีดจำกัดของโทลแมน ออพเพนไฮเมอร์ และวอลคอฟ ค่าที่ประเมินในปัจจุบันอยู่ราว 2 ถึง 2.3 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ แกนที่หนักกว่านั้นไม่มีความดันใดในธรรมชาติที่รู้จักต้านได้ จึงยุบตัวต่อเป็นหลุมดำ
เชื่อมกับซูเปอร์โนวาประเภท Ia
ดาวแคระขาวที่ดูดมวลจากดาวคู่จนเข้าใกล้ขีดจำกัดจันทรเศขร จะร้อนจนคาร์บอนจุดระเบิดทั่วทั้งดวง เกิดเป็นซูเปอร์โนวาประเภท Ia เนื่องจากระเบิดที่มวลใกล้เคียงกันเสมอ ความสว่างจึงใกล้เคียงกัน และใช้เป็นเทียนมาตรฐานวัดระยะทางไกลมากได้
คำศัพท์ในบทความนี้
- degenerate matterสสารดีเจนเนอเรต
- electron degeneracy pressureความดันดีเจนเนอเรซีของอิเล็กตรอน
- neutron degeneracy pressureความดันดีเจนเนอเรซีของนิวตรอน
- Pauli exclusion principleหลักการกีดกันของเพาลี
- Chandrasekhar limitขีดจำกัดจันทรเศขร
- Tolman-Oppenheimer-Volkoff limitขีดจำกัดโทลแมน-ออปเพนไฮเมอร์-วอลคอฟ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ดาวแคระขาวซากของดาวฤกษ์อย่างดวงอาทิตย์ มวลราวดวงอาทิตย์อัดอยู่ในขนาดราวโลก ช้อนชาเดียวหนักเป็นตัน
- ดาวนิวตรอนและพัลซาร์ซากดาวขนาดเท่าเมือง ที่หนาแน่นเท่านิวเคลียสของอะตอม และบางดวงหมุนรอบตัวเองหลายร้อยรอบต่อวินาที
- สมดุลอุทกสถิต: ทำไมดาวฤกษ์ไม่ยุบตัวและไม่ระเบิดดาวฤกษ์คือการชักเย่อระหว่างแรงโน้มถ่วงที่ดึงทุกอย่างเข้าหาใจกลาง กับความดันของแก๊สร้อนที่ดันออก ตราบใดที่สองแรงนี้สมดุลกันพอดี ดาวจะคงขนาดได้นานหลายพันล้านปี
- ซูเปอร์โนวาการระเบิดของดาวฤกษ์ที่สว่างกว่าทั้งดาราจักรได้ชั่วขณะ และเป็นโรงงานผลิตธาตุที่ประกอบเป็นตัวเราและโลก
- โนเบล 1983: จันทรเศขรกับฟาวเลอร์ ชีวิตและความตายของดาวรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี ค.ศ. 1983 มอบให้สองนักวิทยาศาสตร์ที่ไขความลับของดาวฤกษ์คนละด้าน คนหนึ่งค้นพบว่าดาวแคระขาวมีมวลสูงสุด อีกคนอธิบายว่าธาตุต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นในดาวได้อย่างไร