ดาวนิวตรอนและพัลซาร์
Neutron stars and pulsars
อัปเดตล่าสุด

ซากดาวขนาดเท่าเมือง ที่หนาแน่นเท่านิวเคลียสของอะตอม และบางดวงหมุนรอบตัวเองหลายร้อยรอบต่อวินาที
เมื่อดาวฤกษ์มวลมาก (เกินราว 8 เท่าของดวงอาทิตย์) หมดเชื้อเพลิง แกนเหล็กจะยุบตัวลงภายในเสี้ยววินาที อิเล็กตรอนถูกอัดรวมกับโปรตอนกลายเป็นนิวตรอน ชั้นนอกระเบิดออกเป็นซูเปอร์โนวา และเหลือแกนเป็นดาวนิวตรอน
วัตถุที่หนาแน่นที่สุดที่ยังมองเห็นได้
ดาวนิวตรอนมีมวลราว 1.2 ถึง 2 เท่าของดวงอาทิตย์ แต่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงราว 20 ถึง 25 กิโลเมตร พอ ๆ กับเมืองขนาดใหญ่ เครื่องมือ NICER บนสถานีอวกาศนานาชาติวัดรัศมีของพัลซาร์บางดวงได้ราว 12 ถึง 13 กิโลเมตร ความหนาแน่นเฉลี่ยของดาวนิวตรอนมวล 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์ รัศมี 12 กิโลเมตร คือ
เนื้อดาวหนาแน่นพอ ๆ กับนิวเคลียสของอะตอม เนื้อดาวหนึ่งช้อนชาหนักราวสองพันล้านตัน มากกว่าน้ำหนักของมนุษย์ทุกคนบนโลกรวมกันหลายเท่า แรงโน้มถ่วงที่ผิวคือ
แรงโน้มถ่วงที่ผิวสูงกว่าบนโลกราวแสนล้านเท่า ความเร็วหลุดพ้นราวครึ่งหนึ่งถึงสองในสามของความเร็วแสง ภูเขาบนผิวดาวนิวตรอนจึงน่าจะสูงไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร ถ้ามวลมากเกินราว 2.2 ถึง 2.5 เท่าของดวงอาทิตย์ ไม่มีความดันใดต้านได้ ดาวนิวตรอนจะยุบตัวต่อเป็นหลุมดำ ดาวนิวตรอนที่หนักที่สุดที่ชั่งได้แม่นยำหนักราว 2.1 เท่าของดวงอาทิตย์
ข้างในเป็นอย่างไร
ผิวนอกสุดเป็นเปลือกแข็งของนิวเคลียสอะตอมที่เรียงตัวเป็นผลึก ลึกลงไป นิวเคลียสถูกอัดจนอุดมด้วยนิวตรอนมากขึ้นเรื่อย ๆ และนิวตรอนเริ่มหลุดออกมาเป็นของไหล ส่วนใหญ่ของดาวเป็นของไหลนิวตรอนที่ไหลได้โดยไม่มีความหนืด เรียกว่าของไหลยวดยิ่ง ส่วนแกนกลางสุดยังไม่มีใครรู้แน่ อาจมีอนุภาคแปลก ๆ หรือควาร์กอิสระ การศึกษาดาวนิวตรอนจึงเป็นการศึกษาสสารในสภาวะที่สร้างบนโลกไม่ได้
ทำไมหมุนเร็วและแม่เหล็กแรง
แกนของดาวที่ยุบตัวหมุนอยู่แล้วเล็กน้อย เมื่อมันหดจากขนาดหลายพันกิโลเมตรเหลือไม่กี่สิบกิโลเมตร โมเมนตัมเชิงมุมถูกอนุรักษ์ ดาวจึงหมุนเร็วขึ้นมาก เหมือนนักสเก็ตที่หุบแขนเข้าหาตัว
คาบการหมุนจึงสั้นลงตามกำลังสองของรัศมี ถ้ารัศมีหดลงหนึ่งร้อยเท่า ดาวจะหมุนเร็วขึ้นหนึ่งหมื่นเท่า สนามแม่เหล็กก็ถูกอัดตามไปในทำนองเดียวกัน สนามแม่เหล็กของพัลซาร์ทั่วไปจึงแรงกว่าสนามแม่เหล็กโลกราวล้านล้านเท่า
การค้นพบพัลซาร์
ในปี ค.ศ. 1967 โจสลิน เบลล์ เบอร์เนลล์ นักศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สังเกตเห็นสัญญาณวิทยุที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอทุก 1.3 วินาที ทีมเคยตั้งชื่อเล่นสัญญาณว่า LGM-1 (Little Green Men) เพราะสม่ำเสมอเหมือนสัญญาณประดิษฐ์ แต่ต่อมาพบว่าเป็นดาวนิวตรอนที่หมุนรอบตัวเอง
พัลซาร์คือดาวนิวตรอนที่ปล่อยลำคลื่นวิทยุออกจากขั้วแม่เหล็ก เมื่อดาวหมุนและลำคลื่นกวาดผ่านโลก เราจึงรับสัญญาณเป็นจังหวะเหมือนแสงจากประภาคาร พัลซาร์บางดวงหมุนเร็วถึงราว 700 รอบต่อวินาที และเที่ยงตรงพอจะเทียบกับนาฬิกาอะตอม พัลซาร์ในเนบิวลาปู ซึ่งเป็นซากซูเปอร์โนวาที่นักดาราศาสตร์จีนบันทึกไว้ในปี ค.ศ. 1054 หมุนราว 30 รอบต่อวินาที
รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี ค.ศ. 1974 มอบให้แอนโทนี ฮิววิช อาจารย์ที่ปรึกษา แต่ไม่ได้มอบให้เบลล์ เบอร์เนลล์ ซึ่งเป็นผู้สังเกตพบ เรื่องนี้ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา
หมุนช้าลงทีละน้อย
สนามแม่เหล็กที่หมุนไปพร้อมดาวแผ่พลังงานออกไปตลอดเวลา พัลซาร์จึงหมุนช้าลงเรื่อย ๆ พลังงานที่เสียไปมาจากพลังงานการหมุนของดาวเอง
พัลซาร์ในเนบิวลาปูหมุนช้าลงเพียงราว 13 ไมโครวินาทีต่อปี แต่เพราะดาวหนักมากและหมุนเร็ว พลังงานที่เสียไปจากการหมุนช้าลงนี้มากกว่ากำลังส่องสว่างของดวงอาทิตย์ราวหนึ่งแสนเท่า และเป็นแหล่งพลังงานที่ทำให้เนบิวลาปูทั้งเนบิวลาเรืองแสง บางครั้งพัลซาร์ก็หมุนเร็วขึ้นกะทันหันเล็กน้อย เรียกว่าการกระตุก (glitch) เชื่อว่าเกิดจากของไหลยวดยิ่งภายในถ่ายโมเมนตัมเชิงมุมให้เปลือก
ดาวนิวตรอนชนกัน
ในปี ค.ศ. 2017 หอสังเกตการณ์ LIGO และ Virgo ตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงจากดาวนิวตรอนสองดวงชนกัน และกล้องโทรทรรศน์ทั่วโลกเห็นแสงจากการระเบิดที่เรียกว่ากิโลโนวา ซึ่งยืนยันว่าการชนแบบนี้สร้างธาตุหนักอย่างทองคำและแพลทินัม ทองคำบนโลกส่วนหนึ่งจึงอาจมาจากเหตุการณ์แบบนี้ก่อนระบบสุริยะเกิด
แมกนีตาร์
ดาวนิวตรอนชนิดพิเศษที่มีสนามแม่เหล็กแรงที่สุดในเอกภพเรียกว่าแมกนีตาร์ แรงกว่าพัลซาร์ทั่วไปอีกราวร้อยถึงพันเท่า เมื่อเปลือกของมันแตกร้าวเพราะแรงของสนามแม่เหล็ก จะเกิดการปะทุของรังสีแกมมาและรังสีเอกซ์ ในปี ค.ศ. 2004 การปะทุของแมกนีตาร์ SGR 1806-20 ซึ่งอยู่ไกลหลายหมื่นปีแสง ยังรบกวนชั้นไอโอโนสเฟียร์ของโลกได้ และในปี ค.ศ. 2020 แมกนีตาร์ดวงหนึ่งในทางช้างเผือกปล่อยการระเบิดคลื่นวิทยุฉับพลันออกมา เป็นเบาะแสสำคัญว่า FRB อย่างน้อยบางส่วนมาจากแมกนีตาร์
นาฬิกาที่เที่ยงตรงที่สุดในธรรมชาติ
พัลซาร์มิลลิวินาทีบางดวงหมุนสม่ำเสมอจนเทียบกับนาฬิกาอะตอมได้ ในปี ค.ศ. 1974 พัลซาร์คู่ที่ฮัลส์และเทย์เลอร์ค้นพบให้หลักฐานแรกของคลื่นความโน้มถ่วง และในปี ค.ศ. 2023 โครงการจับเวลาพัลซาร์หลายแห่งทั่วโลก รวมถึง NANOGrav รายงานหลักฐานของคลื่นความโน้มถ่วงคาบยาวหลายปี ที่ทำให้จังหวะของพัลซาร์ทั่วท้องฟ้าคลาดเคลื่อนไปพร้อม ๆ กันเล็กน้อย ซึ่งน่าจะมาจากหลุมดำมวลยวดยิ่งคู่จำนวนมากทั่วเอกภพ
คำศัพท์ในบทความนี้
- neutron starดาวนิวตรอน
- pulsarพัลซาร์
- magnetarแมกนีทาร์
- kilonovaกิโลโนวา
- Tolman-Oppenheimer-Volkoff limitขีดจำกัดโทลแมน-ออปเพนไฮเมอร์-วอลคอฟ
- Jocelyn Bell Burnellโจเซลิน เบลล์ เบอร์เนลล์
- Crab Nebulaเนบิวลาปู
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ซูเปอร์โนวาการระเบิดของดาวฤกษ์ที่สว่างกว่าทั้งดาราจักรได้ชั่วขณะ และเป็นโรงงานผลิตธาตุที่ประกอบเป็นตัวเราและโลก
- หลุมดำบริเวณที่แรงโน้มถ่วงรุนแรงจนแม้แต่แสงก็หนีออกมาไม่ได้ ตั้งแต่ซากดาวฤกษ์ไปจนถึงยักษ์ใจกลางดาราจักรที่มีมวลหลายพันล้านเท่าดวงอาทิตย์
- คลื่นความโน้มถ่วงระลอกคลื่นของกาลอวกาศจากหลุมดำหรือดาวนิวตรอนที่ชนกัน ไอน์สไตน์ทำนายไว้ในปี 1916 และตรวจพบได้จริงในปี 2015
- ดาวแคระขาวซากของดาวฤกษ์อย่างดวงอาทิตย์ มวลราวดวงอาทิตย์อัดอยู่ในขนาดราวโลก ช้อนชาเดียวหนักเป็นตัน