หน้าหลัก › บทความดาราศาสตร์ › วัตถุท้องฟ้า
วัตถุท้องฟ้า

ซูเปอร์โนวา

Supernovae

อัปเดตล่าสุด

เนบิวลาปู ซากซูเปอร์โนวาที่บันทึกไว้ในปี ค.ศ. 1054
เนบิวลาปู ซากซูเปอร์โนวาที่บันทึกไว้ในปี ค.ศ. 1054ภาพ: NASA, ESA, J. Hester and A. Loll (Arizona State University), Public domain (ย่อขนาดจากต้นฉบับ)

การระเบิดของดาวฤกษ์ที่สว่างกว่าทั้งดาราจักรได้ชั่วขณะ และเป็นโรงงานผลิตธาตุที่ประกอบเป็นตัวเราและโลก

ซูเปอร์โนวาคือการระเบิดครั้งสุดท้ายของดาวฤกษ์บางชนิด ปล่อยพลังงานออกมาในไม่กี่สัปดาห์มากพอ ๆ กับที่ดวงอาทิตย์ปล่อยตลอดอายุหลายพันล้านปี ซูเปอร์โนวาดวงเดียวจึงอาจสว่างกว่าดาวฤกษ์ทั้งดาราจักรรวมกันได้ชั่วขณะ

ซูเปอร์โนวาสองแบบหลัก

พลังงานมาจากไหน

ในซูเปอร์โนวาแบบแกนยุบตัว พลังงานมาจากแรงโน้มถ่วง แกนเหล็กที่ใหญ่ราวโลกยุบลงเหลือดาวนิวตรอนขนาดราว 20 กิโลเมตรในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที พลังงานยึดเหนี่ยวโน้มถ่วงที่ปล่อยออกมาประมาณได้จากมีราว 3 × 10⁴⁶ จูล

E \approx \frac{3}{5}\,\frac{GM^2}{R} \approx \frac{3}{5}\times\frac{6.67\times 10^{-11}\times(2.8\times 10^{30})^2}{1.2\times 10^{4}} \approx 3\times 10^{46}\ \text{J}

ราว 99% ของพลังงานนี้ถูกนิวทริโนพาออกไปภายในไม่กี่วินาที ไม่ถึง 1% กลายเป็นพลังงานจลน์ของชั้นนอกที่พุ่งออกด้วยความเร็วหลายพันถึงหมื่นกว่ากิโลเมตรต่อวินาที และส่วนที่ออกมาเป็นแสงน้อยกว่าหนึ่งในหมื่น แต่แค่นั้นก็สว่างกว่าดาวนับพันล้านดวงรวมกันแล้ว

ส่วนซูเปอร์โนวาชนิด Ia ได้พลังงานจากการหลอมคาร์บอนและออกซิเจนทั้งดาวในครั้งเดียว ผลผลิตสำคัญคือนิกเกิล-56 ราวครึ่งหนึ่งของมวลดวงอาทิตย์ ซึ่งสลายตัวเป็นโคบอลต์-56 (ครึ่งชีวิตราว 6 วัน) แล้วเป็นเหล็ก-56 (ครึ่งชีวิตราว 77 วัน) การสลายตัวนี้เองที่ทำให้ซูเปอร์โนวาสว่างอยู่ได้หลายเดือน และความสว่างค่อย ๆ ลดลงตามจังหวะครึ่งชีวิตของโคบอลต์

เราทุกคนคือฝุ่นดาว

ธาตุที่หนักกว่าไฮโดรเจนและฮีเลียมเกือบทั้งหมดถูกสร้างในดาวฤกษ์ ออกซิเจนที่เราหายใจ แคลเซียมในกระดูก และเหล็กในเลือด ล้วนถูกหลอมขึ้นในแกนของดาวฤกษ์รุ่นก่อน แล้วกระจายออกสู่อวกาศด้วยซูเปอร์โนวาและลมจากดาว ก่อนจะรวมตัวเป็นระบบสุริยะ ส่วนธาตุหนักมากอย่างทองคำส่วนใหญ่มาจากการชนกันของดาวนิวตรอน

ซูเปอร์โนวาในประวัติศาสตร์

บีเทลจุสจะระเบิดเมื่อไร

ดาวบีเทลจุสในกลุ่มดาวนายพรานเป็นดาวยักษ์ใหญ่แดงที่ใกล้หมดอายุ คาดว่าจะเป็นซูเปอร์โนวาภายในราว 100,000 ปีข้างหน้า ซึ่งอาจเป็นพรุ่งนี้หรืออีกหลายหมื่นปีก็ได้ เมื่อระเบิดจะสว่างจนเห็นได้ในเวลากลางวันหลายสัปดาห์ แต่บีเทลจุสอยู่ไกลหลายร้อยปีแสง ไกลเกินกว่าจะเป็นอันตรายต่อโลก ซูเปอร์โนวาต้องอยู่ใกล้กว่าราว 50 ปีแสงจึงจะเริ่มส่งผลต่อชั้นโอโซน และไม่มีดาวที่ใกล้ระเบิดในระยะนั้น

เปิดในเว็บไซต์ NewTutorAstronomy ›

คำศัพท์ในบทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง