ดาวอังคาร
Mars
อัปเดตล่าสุด

ดาวเคราะห์สีแดงที่มีภูเขาไฟใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ และมีร่องรอยว่าเคยมีน้ำไหลบนผิวเมื่อหลายพันล้านปีก่อน
ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์หินดวงที่สี่จากดวงอาทิตย์ เส้นผ่านศูนย์กลางราว 6,780 กิโลเมตร ราวครึ่งหนึ่งของโลก โคจรรอบดวงอาทิตย์ในราว 687 วัน และหมุนรอบตัวเองในราว 24 ชั่วโมง 37 นาที ใกล้เคียงกับโลกมาก แกนของดาวอังคารยังเอียงราว 25 องศา จึงมีฤดูกาลคล้ายโลก
ทำไมดาวอังคารเป็นสีแดง
ฝุ่นและหินบนผิวดาวอังคารมีเหล็กออกไซด์ หรือสนิมเหล็กอยู่มาก จึงเห็นเป็นสีส้มแดง ฝุ่นละเอียดนี้ถูกลมพัดขึ้นไปในบรรยากาศ บางครั้งเกิดพายุฝุ่นที่ปกคลุมทั้งดวงได้นานหลายสัปดาห์
ภูมิประเทศสุดขั้ว
- โอลิมปัสมอนส์ ภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ สูงราว 22 กิโลเมตร ราว 2.5 เท่าของยอดเขาเอเวอเรสต์ ฐานกว้างราว 600 กิโลเมตร ภูเขาไฟบนดาวอังคารใหญ่ได้ขนาดนี้เพราะไม่มีแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่ แหล่งแมกมาจึงพ่นลาวาสะสมอยู่ที่เดิมนานมาก
- วัลเลสมาริเนริส ระบบหุบเขาลึกยาวราว 4,000 กิโลเมตร ลึกได้ถึงราว 7 กิโลเมตร
- ขั้วน้ำแข็ง มีทั้งน้ำแข็งและน้ำแข็งแห้ง (คาร์บอนไดออกไซด์แข็ง) ที่ขยายและหดตามฤดู
ตัวเลขของดาวอังคาร
- แรงโน้มถ่วง ราว 3.7 เมตรต่อวินาทีกำลังสอง หรือ 38% ของโลก คนหนัก 60 กิโลกรัมจะรู้สึกเหมือนหนักราว 23 กิโลกรัม
- อุณหภูมิ เฉลี่ยราวลบ 60 องศาเซลเซียส ตอนกลางวันใกล้เส้นศูนย์สูตรอาจถึงราว 20 องศาเซลเซียส แต่กลางคืนลดลงต่ำกว่าลบ 70 องศา เพราะบรรยากาศบางเกินกว่าจะเก็บความร้อน
- บรรยากาศ คาร์บอนไดออกไซด์ราว 95% ความดันเฉลี่ยราว 600 ปาสคาล ใกล้กับจุดร่วมสามสถานะของน้ำ (611 ปาสคาล) พอดี น้ำแข็งที่อุ่นขึ้นจึงมักระเหยกลายเป็นไอโดยตรง แทนที่จะละลายเป็นน้ำ
ความเร็วหลุดพ้นจากดาวอังคารคือราว 5.0 กิโลเมตรต่อวินาที น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของโลก (11.2 กิโลเมตรต่อวินาที) ข้อนี้เป็นทั้งข่าวดีสำหรับจรวดที่จะบินกลับจากดาวอังคาร และเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ดาวอังคารเก็บบรรยากาศไว้ได้ยาก
น้ำบนดาวอังคาร
บรรยากาศของดาวอังคารบางมาก ความดันเหลือไม่ถึง 1% ของบนโลก น้ำเหลวจึงคงอยู่บนผิวได้ยาก แต่ยานสำรวจพบร่องรอยชัดเจนว่าเมื่อราว 3,500 ล้านปีก่อน ดาวอังคารเคยมีแม่น้ำ ทะเลสาบ และอาจมีทะเล เช่น ร่องน้ำโบราณ ดินตะกอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ และแร่ที่เกิดได้เฉพาะในน้ำ ปัจจุบันน้ำส่วนใหญ่อยู่ในรูปน้ำแข็งใต้ผิวดินและที่ขั้ว
ดาวอังคารสูญเสียบรรยากาศไปเพราะแกนดาวเย็นตัวจนสนามแม่เหล็กหายไป ลมสุริยะจึงค่อย ๆ กวาดบรรยากาศออกสู่อวกาศ
การสำรวจ
ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ที่มียานไปสำรวจมากที่สุดรองจากโลก ยานสำรวจพื้นผิวอย่างคิวริออซิตีและเพอร์เซเวียแรนซ์ค้นหาร่องรอยสิ่งมีชีวิตในอดีต และเก็บตัวอย่างหินไว้รอนำกลับโลกในอนาคต ดาวอังคารมีดวงจันทร์ขนาดเล็กรูปร่างไม่กลมสองดวง คือโฟบอสและไดมอส
เดินทางไปดาวอังคาร
ยานไม่ได้บินตรงไปหาดาวอังคาร แต่ใช้วงโคจรประหยัดเชื้อเพลิงที่เริ่มจากวงโคจรของโลกและไปแตะวงโคจรของดาวอังคารพอดี ใช้เวลาราว 7 ถึง 9 เดือน และต้องออกเดินทางในช่วงที่ดาวอังคารอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเท่านั้น ช่วงนี้วนกลับมาทุกคาบซินอดิก ราว 780 วัน หรือราว 26 เดือน
ระยะห่างที่เปลี่ยนจากราว 55 ถึง 400 ล้านกิโลเมตรทำให้สัญญาณวิทยุใช้เวลาเดินทางทางเดียวตั้งแต่ราว 3 ถึง 22 นาที ยานบนดาวอังคารจึงต้องตัดสินใจหลายอย่างเอง ผู้ควบคุมบนโลกบังคับแบบทันทีไม่ได้
การค้นพบล่าสุด
- เฮลิคอปเตอร์อินเจนูอิตี อากาศยานลำแรกที่บินบนดาวเคราะห์ดวงอื่น บินได้ 72 เที่ยวระหว่างปี ค.ศ. 2021 ถึง 2024 แม้อากาศจะเบาบางมาก โดยใช้ใบพัดที่หมุนเร็วราว 2,500 รอบต่อนาที
- หิน Cheyava Falls ยานเพอร์เซเวียแรนซ์พบหินที่มีลายจุดคล้ายเสือดาวในหุบเขาเนเรตวาซึ่งเคยเป็นแม่น้ำโบราณ ในปี ค.ศ. 2025 NASA รายงานว่าตัวอย่างที่เจาะจากหินนี้มีลักษณะที่อาจเป็นร่องรอยทางชีวภาพ แต่ลายแบบนี้อาจเกิดจากปฏิกิริยาเคมีที่ไม่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตก็ได้ การตรวจให้แน่ต้องนำตัวอย่างกลับมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการบนโลก ซึ่งแผนการนำกลับยังไม่แน่นอนเพราะปัญหางบประมาณ
- ดวงจันทร์โฟบอส โคจรใกล้ดาวอังคารมากและค่อย ๆ ลดระดับลง ในอีกราวสามสิบถึงห้าสิบล้านปี มันจะถูกแรงไทดัลฉีกออกเป็นวงแหวน หรือตกลงสู่พื้นดาวอังคาร
ดูดาวอังคาร
ดาวอังคารสว่างที่สุดช่วงใกล้วันที่อยู่ตรงข้ามดวงอาทิตย์ (opposition) ซึ่งเกิดราวทุก 26 เดือน ช่วงนั้นจะเห็นเป็นจุดสีส้มสว่างขึ้นทางทิศตะวันออกตอนหัวค่ำและอยู่บนฟ้าเกือบทั้งคืน
คำศัพท์ในบทความนี้
- Marsดาวอังคาร
- Olympus Monsภูเขาไฟโอลิมปัส
- Valles Marinerisหุบเขามาริเนริส
- oppositionตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (โอโปซิชัน)
บทความที่เกี่ยวข้อง
- โลกในฐานะดาวเคราะห์ดาวเคราะห์ดวงเดียวที่รู้ว่ามีสิ่งมีชีวิต ด้วยน้ำเหลว บรรยากาศ สนามแม่เหล็ก และแผ่นเปลือกโลกที่เคลื่อนที่
- ระบบสุริยะดวงอาทิตย์กับทุกสิ่งที่โคจรรอบ ตั้งแต่ดาวเคราะห์ 8 ดวง ไปจนถึงดาวหางในเมฆออร์ตที่อยู่ไกลเกือบครึ่งทางถึงดาวดวงถัดไป
- การเคลื่อนที่ถอยหลังของดาวเคราะห์บางช่วงดาวเคราะห์ดูเหมือนเดินถอยหลังบนท้องฟ้า เพราะโลกแซงหน้า ไม่ใช่เพราะดาวเคราะห์เปลี่ยนทิศ