ดาราศาสตร์และอวกาศในประเทศไทย
Astronomy and space in Thailand
อัปเดตล่าสุด
ประเทศไทยมีประวัติดาราศาสตร์ยาวนาน ตั้งแต่การคำนวณสุริยุปราคาของรัชกาลที่ 4 จนถึงกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่บนดอยอินทนนท์ กล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ ดาวเทียมสำรวจโลก และนักเรียนไทยที่คว้าเหรียญโอลิมปิกดาราศาสตร์ระดับนานาชาติ
ดาราศาสตร์ในประวัติศาสตร์ไทย
คนไทยใช้ความรู้ทางดาราศาสตร์มาแต่โบราณในการทำปฏิทินจันทรคติ กำหนดวันสำคัญทางศาสนา และการเกษตร ระบบการคำนวณที่ใช้กันมาอย่างยาวนานมีรากจากคัมภีร์สุริยยาตร์ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากดาราศาสตร์อินเดีย ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คณะเยสุอิตชาวฝรั่งเศสได้ตั้งกล้องโทรทรรศน์สังเกตจันทรุปราคาที่ลพบุรีในปี ค.ศ. 1685 ถือเป็นการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ด้วยกล้องโทรทรรศน์ครั้งแรก ๆ ในประเทศไทย
สุริยุปราคาที่หว้ากอ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงศึกษาดาราศาสตร์อย่างลึกซึ้ง และทรงคำนวณสุริยุปราคาเต็มดวงในวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 1868 (พ.ศ. 2411) ได้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ ทั้งเวลาและสถานที่ที่จะเห็นคราสเต็มดวงนานที่สุด คือที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระองค์เสด็จไปทอดพระเนตรพร้อมคณะนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส และการคำนวณของพระองค์แม่นยำกว่าการคำนวณของชาวตะวันตกบางคณะ วันที่ 18 สิงหาคมจึงเป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ และพระองค์ได้รับการยกย่องเป็นพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร. หรือ NARIT) ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2552 มีสำนักงานใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ และดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญหลายแห่ง
- หอดูดาวแห่งชาติ บนดอยอินทนนท์ ความสูงราว 2,450 เมตร มีกล้องโทรทรรศน์ขนาด 2.4 เมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในกล้องที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- กล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ ขนาด 40 เมตร ที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ทำงานร่วมกับเครือข่าย VLBI ระดับนานาชาติ
- หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ สำหรับประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา สงขลา และขอนแก่น
- หอดูดาวที่ควบคุมระยะไกลในต่างประเทศ เช่น ในชิลีและออสเตรเลีย ซึ่งทำให้นักวิจัยไทยสังเกตท้องฟ้าซีกใต้ได้
- โครงการเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด เพื่อลดมลภาวะทางแสงในอุทยานแห่งชาติและแหล่งท่องเที่ยว
ดาวเทียมไทย
ประเทศไทยมีดาวเทียมสื่อสารไทยคมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 และดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ THEOS ซึ่งขึ้นสู่วงโคจรในปี พ.ศ. 2551 ตามด้วย THEOS-2 ในปี พ.ศ. 2566 ใช้ในการทำแผนที่ เกษตรกรรม และติดตามภัยพิบัติ นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือพัฒนาดาวเทียมขนาดเล็กโดยมหาวิทยาลัยและหน่วยงานไทยอีกหลายโครงการ
โอลิมปิกดาราศาสตร์
นักเรียนไทยเข้าแข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ (IOAA) ตั้งแต่ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2007 และประเทศไทยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกนั้นเองที่จังหวัดเชียงใหม่ นักเรียนไทยได้รับเหรียญรางวัลต่อเนื่องเกือบทุกปี เส้นทางสู่ทีมชาติเริ่มจากการคัดเลือกในโครงการ สอวน. ดาราศาสตร์ ค่าย 1 ค่าย 2 และการแข่งขันระดับชาติ
คำศัพท์ในบทความนี้
- NARITสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)
- Thai National Observatoryหอดูดาวแห่งชาติ
- Thai National Radio Telescopeกล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ
- THEOSดาวเทียมไทยโชต
- King Mongkutพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
- Thai lunar calendarปฏิทินจันทรคติไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง
- อุปราคาเกิดขึ้นได้อย่างไรสุริยุปราคาและจันทรุปราคาเกิดเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์เรียงอยู่ในแนวเดียวกันพอดี
- กล้องโทรทรรศน์ทำงานอย่างไรหน้าที่สำคัญที่สุดของกล้องโทรทรรศน์ไม่ใช่การขยายภาพ แต่คือการรวบรวมแสงให้ได้มากกว่าดวงตาหลายพันเท่า และแยกรายละเอียดที่ชิดกันออกจากกัน ทั้งสองอย่างขึ้นกับขนาดหน้ากล้องเป็นหลัก
- ดาราศาสตร์วิทยุ: ฟังเสียงของเอกภพคลื่นวิทยุจากอวกาศเผยให้เห็นสิ่งที่แสงธรรมดามองไม่เห็น ทั้งแก๊สไฮโดรเจนเย็น พัลซาร์ เจ็ตจากหลุมดำ และรังสีที่เหลือจากบิกแบง การค้นพบหลายอย่างที่สำคัญที่สุดในดาราศาสตร์มาจากกล้องวิทยุ
- มลภาวะทางแสง: เมื่อเรามองไม่เห็นทางช้างเผือกมนุษย์มากกว่าหนึ่งในสามของโลกไม่เคยเห็นทางช้างเผือกด้วยตาตัวเองเพราะแสงไฟจากเมือง มลภาวะทางแสงไม่ได้กระทบแค่นักดาราศาสตร์ แต่ยังรบกวนสัตว์ป่า สุขภาพของคน และเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
- ปฏิทิน: นับวันด้วยดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ปีไม่ได้ยาว 365 วันพอดี และเดือนทางจันทรคติไม่ได้หารปีลงตัว มนุษย์จึงคิดวิธีแทรกวันและเดือนสารพัดแบบเพื่อให้ปฏิทินตรงกับฤดูกาล ตั้งแต่ปีอธิกสุรทินไปจนถึงเดือนแปดสองหนในปฏิทินไทย