หน้าหลัก › บทความดาราศาสตร์ › การสังเกตและสำรวจอวกาศ
การสังเกตและสำรวจอวกาศ

มลภาวะทางแสง: เมื่อเรามองไม่เห็นทางช้างเผือก

Light pollution

อัปเดตล่าสุด

แสงไฟเมืองยามค่ำคืน มองจากดาวเทียมของ NASA
แสงไฟเมืองยามค่ำคืน มองจากดาวเทียมของ NASAภาพ: NASA Goddard Space Flight Center from Greenbelt, MD, USA, Public domain (ย่อขนาดจากต้นฉบับ)

มนุษย์มากกว่าหนึ่งในสามของโลกไม่เคยเห็นทางช้างเผือกด้วยตาตัวเองเพราะแสงไฟจากเมือง มลภาวะทางแสงไม่ได้กระทบแค่นักดาราศาสตร์ แต่ยังรบกวนสัตว์ป่า สุขภาพของคน และเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์

เมื่อไม่ถึงสองร้อยปีก่อน ทุกคนบนโลกมองเห็นทางช้างเผือกพาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนได้เป็นเรื่องปกติ ปัจจุบัน งานวิจัยปี ค.ศ. 2016 ประเมินว่าราวหนึ่งในสามของมนุษย์ และราว 80% ของคนในอเมริกาเหนือ มองไม่เห็นทางช้างเผือกจากบ้านของตัวเองแล้ว

มลภาวะทางแสงมีหลายรูปแบบ

มาตราบอร์เทิล

จอห์น บอร์เทิล นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวอเมริกัน เสนอมาตรวัดความมืดของท้องฟ้าเก้าระดับในปี ค.ศ. 2001

ความต่างระหว่างโชติมาตร 7.5 กับ 4 ฟังดูไม่มาก แต่จำนวนดาวที่มองเห็นต่างกันหลายสิบเท่า เพราะดาวจางมีจำนวนมากกว่าดาวสว่างมาก

ผลกระทบนอกเหนือจากการดูดาว

แก้ได้ไม่ยาก

ต่างจากมลภาวะอื่น มลภาวะทางแสงหายไปทันทีเมื่อปิดไฟ วิธีแก้ง่าย ๆ คือใช้โคมไฟที่ส่องลงพื้นเท่านั้น ใช้ไฟเท่าที่จำเป็น เลือกหลอดสีโทนอุ่น (อุณหภูมิสีต่ำกว่า 3,000 เคลวิน) และใช้ตัวตั้งเวลาหรือเซนเซอร์ หลายพื้นที่ทั่วโลกได้รับการรับรองเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด ประเทศไทยเองก็มีโครงการเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ในอุทยานแห่งชาติและสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง

เปิดในเว็บไซต์ NewTutorAstronomy ›

คำศัพท์ในบทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง