ถ่ายภาพดาราศาสตร์: จากโทรศัพท์มือถือถึงกล้องโทรทรรศน์
Astrophotography basics
อัปเดตล่าสุด
กล้องถ่ายภาพเก็บแสงได้นานกว่าดวงตาหลายนาทีหรือหลายชั่วโมง จึงบันทึกสีของเนบิวลาและทางช้างเผือกที่ตาเปล่าไม่มีวันเห็นได้ บทความนี้อธิบายหลักการพื้นฐาน ตั้งแต่ภาพทางช้างเผือกด้วยกล้องบนขาตั้ง ไปจนถึงการซ้อนภาพเพื่อลดสัญญาณรบกวน
ดวงตามนุษย์รวบรวมแสงได้ครั้งละไม่ถึงวินาที แต่กล้องถ่ายภาพเปิดหน้ากล้องรับแสงสะสมได้นานเท่าที่ต้องการ และเซนเซอร์ยังไวต่อสีแม้ในแสงน้อย ซึ่งตาของเราแยกสีไม่ได้ เนบิวลาที่ดูเป็นหมอกจาง ๆ สีเทาในกล้องโทรทรรศน์จึงปรากฏเป็นสีแดงชมพูในภาพถ่าย
เริ่มจากโทรศัพท์มือถือ
โทรศัพท์รุ่นใหม่มีโหมดกลางคืนที่ถ่ายภาพสั้น ๆ หลายภาพแล้วรวมกันโดยอัตโนมัติ ถ้าวางบนขาตั้งที่นิ่ง จะถ่ายภาพกลุ่มดาวและทางช้างเผือกในที่มืดได้ดีพอสมควร และถ้าแนบเลนส์โทรศัพท์กับเลนส์ตาของกล้องโทรทรรศน์อย่างมั่นคง ก็ถ่ายดวงจันทร์และดาวเคราะห์สว่างได้
ภาพทางช้างเผือกด้วยกล้องบนขาตั้ง
กล้องที่ปรับตั้งค่าเองได้บนขาตั้งที่มั่นคง ใช้เลนส์มุมกว้างที่รูรับแสงกว้าง (เช่น f/2.8 หรือกว้างกว่า) ความไวแสงสูง และเปิดหน้ากล้องราว 10 ถึง 25 วินาที ถ้าเปิดนานกว่านี้ ดาวจะเริ่มยืดเป็นเส้นเพราะโลกหมุน กฎคร่าว ๆ ที่นิยมใช้คือกฎ 500 คือเอา 500 หารด้วยความยาวโฟกัสของเลนส์เป็นมิลลิเมตร (เทียบเท่าฟูลเฟรม) จะได้เวลาเปิดหน้ากล้องนานที่สุดเป็นวินาที
เมื่อ
ฐานตามดาว
เพื่อเปิดหน้ากล้องนานโดยดาวยังเป็นจุด ต้องใช้ฐานตั้งกล้องแบบศูนย์สูตร ซึ่งมีแกนหนึ่งขนานกับแกนโลก แล้วหมุนกล้องตามท้องฟ้าด้วยอัตราหนึ่งรอบต่อวันดาราคติ ต้องตั้งแกนให้ชี้ขั้วฟ้าอย่างแม่นยำ ยิ่งใช้ความยาวโฟกัสยาว ยิ่งต้องแม่นยำ และมักใช้กล้องตัวที่สองช่วยนำทางแก้ความคลาดเคลื่อนอัตโนมัติ
ซ้อนภาพเพื่อลดสัญญาณรบกวน
ภาพเดียวมีสัญญาณรบกวนสุ่มมาก เคล็ดลับสำคัญคือถ่ายภาพเดิมหลายสิบถึงหลายร้อยภาพแล้วนำมาซ้อนเฉลี่ยกันด้วยซอฟต์แวร์ สัญญาณจากดาวและเนบิวลาซึ่งเหมือนกันทุกภาพจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนภาพ
ซ้อน 100 ภาพจึงดีกว่าภาพเดียวราวสิบเท่า นอกจากนี้ยังถ่ายภาพปรับแก้ ได้แก่ ภาพมืด (ปิดฝากล้อง) เพื่อลบสัญญาณจากความร้อนของเซนเซอร์ และภาพแฟลต (ถ่ายพื้นที่สว่างสม่ำเสมอ) เพื่อแก้ขอบภาพมืดและเงาฝุ่นบนเซนเซอร์
ดวงจันทร์และดาวเคราะห์: ถ่ายวิดีโอ
สำหรับวัตถุสว่างอย่างดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ ปัญหาหลักคือความสั่นของบรรยากาศ นักถ่ายภาพจึงถ่ายวิดีโอความเร็วสูงหลายพันเฟรม แล้วให้ซอฟต์แวร์เลือกเฉพาะเฟรมที่คมชัดที่สุดในจังหวะที่อากาศนิ่งมาซ้อนกัน เทคนิคนี้ทำให้กล้องสมัครเล่นขนาดไม่กี่สิบเซนติเมตรถ่ายรายละเอียดของดาวเคราะห์ได้ใกล้เคียงกับกล้องวิจัยในอดีต และนักดาราศาสตร์สมัครเล่นเคยค้นพบการชนบนดาวพฤหัสบดีมาแล้วหลายครั้ง
คำศัพท์ในบทความนี้
- astrophotographyการถ่ายภาพดาราศาสตร์
- image stackingการรวมภาพ (สแตก)
- dark frameภาพมืด (ดาร์กเฟรม)
- flat frameภาพแฟลต
- exposure timeเวลาเปิดรับแสง
- equatorial mountฐานตั้งกล้องแบบศูนย์สูตร
- focal ratioอัตราส่วนโฟกัส
- light pollutionมลภาวะทางแสง
บทความที่เกี่ยวข้อง
- กล้องโทรทรรศน์ทำงานอย่างไรหน้าที่สำคัญที่สุดของกล้องโทรทรรศน์ไม่ใช่การขยายภาพ แต่คือการรวบรวมแสงให้ได้มากกว่าดวงตาหลายพันเท่า และแยกรายละเอียดที่ชิดกันออกจากกัน ทั้งสองอย่างขึ้นกับขนาดหน้ากล้องเป็นหลัก
- เริ่มดูดาวด้วยตาเปล่าไม่ต้องมีกล้องโทรทรรศน์ก็ดูดาวได้ แค่หาที่มืด ให้ตาปรับตัว และรู้ว่าควรมองหาอะไร บทความนี้รวมเคล็ดลับเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ ตั้งแต่การเลือกสถานที่ไปจนถึงวิธีวัดมุมบนท้องฟ้าด้วยมือ
- มลภาวะทางแสง: เมื่อเรามองไม่เห็นทางช้างเผือกมนุษย์มากกว่าหนึ่งในสามของโลกไม่เคยเห็นทางช้างเผือกด้วยตาตัวเองเพราะแสงไฟจากเมือง มลภาวะทางแสงไม่ได้กระทบแค่นักดาราศาสตร์ แต่ยังรบกวนสัตว์ป่า สุขภาพของคน และเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
- ดาราจักรทางช้างเผือกบ้านของเรา ดาราจักรกังหันมีคานที่มีดาวฤกษ์หลายแสนล้านดวง และมีหลุมดำมวลยวดยิ่งอยู่ใจกลาง
- บรรยากาศกับการดูดาว: ทำไมดาวกะพริบดาวฤกษ์กะพริบเพราะแสงของมันต้องผ่านอากาศที่ปั่นป่วนก่อนถึงตาเรา บรรยากาศยังหักเหแสงจนดวงอาทิตย์ยังมองเห็นได้หลังตกไปแล้ว และทำให้ดาวใกล้ขอบฟ้าจางและแดงลง บทความนี้อธิบายผลของบรรยากาศทั้งหมดต่อการสังเกต
- ดวงจันทร์บริวารดวงเดียวของโลก ที่กำเนิดจากการชนครั้งใหญ่ และค่อย ๆ เคลื่อนห่างออกจากโลกทุกปี