เริ่มดูดาวด้วยตาเปล่า
Stargazing with the naked eye
อัปเดตล่าสุด

ไม่ต้องมีกล้องโทรทรรศน์ก็ดูดาวได้ แค่หาที่มืด ให้ตาปรับตัว และรู้ว่าควรมองหาอะไร บทความนี้รวมเคล็ดลับเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ ตั้งแต่การเลือกสถานที่ไปจนถึงวิธีวัดมุมบนท้องฟ้าด้วยมือ
1. หาที่มืดและเปิดโล่ง
แสงไฟจากเมืองคือศัตรูอันดับหนึ่งของการดูดาว ในใจกลางเมืองใหญ่อาจเห็นดาวเพียงไม่กี่สิบดวง แต่ในที่มืดสนิทจะเห็นได้หลายพันดวงพร้อมแถบทางช้างเผือก ลองขับรถออกจากเมืองไปสักหนึ่งถึงสองชั่วโมง เลือกที่ที่มองเห็นขอบฟ้าได้กว้าง และหลีกเลี่ยงคืนที่ดวงจันทร์สว่าง ช่วงข้างแรมถึงจันทร์ดับเหมาะที่สุด ในประเทศไทย ช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายนมักฟ้าใสกว่าฤดูฝน
2. ให้ตาปรับตัวกับความมืด
รูม่านตาขยายเต็มที่ในไม่กี่นาที แต่เซลล์รับแสงในจอตาต้องใช้เวลาราว 20 ถึง 30 นาทีจึงจะไวต่อแสงเต็มที่ แสงขาวจ้าเพียงแวบเดียว เช่น จากหน้าจอโทรศัพท์ ทำให้ต้องเริ่มปรับตัวใหม่ ถ้าจำเป็นต้องใช้ไฟ ให้ใช้ไฟฉายสีแดงหรือหน้าจอโหมดกลางคืนที่หรี่แสงต่ำสุด เพราะเซลล์รับแสงในที่มืดไวต่อแสงสีแดงน้อยที่สุด
3. ใช้หางตามองวัตถุจาง
กลางจอตาซึ่งเห็นรายละเอียดคมชัดที่สุดมีเซลล์รับแสงในที่มืดน้อย ถ้ามองตรง ๆ ที่ดาวจางมาก มันอาจหายไป ลองมองเลี่ยงไปข้าง ๆ เล็กน้อย ดาวจะปรากฏขึ้นชัดกว่า เทคนิคนี้เรียกว่าการมองด้วยหางตา
4. วัดมุมบนท้องฟ้าด้วยมือ
เมื่อเหยียดแขนสุด มือของผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ให้มุมโดยประมาณ
- นิ้วก้อย ราว 1 องศา (ดวงจันทร์เต็มดวงกว้างราวครึ่งองศา)
- กำปั้น ราว 10 องศา
- กางนิ้วโป้งกับนิ้วก้อยสุด ราว 20 ถึง 25 องศา
จากขอบฟ้าถึงจุดเหนือศีรษะคือ 90 องศา หรือราวเก้ากำปั้น
5. เริ่มจากสิ่งที่หาง่าย
- ดวงจันทร์ ช่วงข้างขึ้นหรือข้างแรมจะเห็นหลุมอุกกาบาตชัดตามแนวเส้นแบ่งความมืดสว่าง
- ดาวเคราะห์ ดาวศุกร์และดาวพฤหัสบดีสว่างกว่าดาวฤกษ์ทุกดวง และไม่ค่อยกะพริบ ดาวอังคารมีสีส้มแดง
- กลุ่มดาวเด่น เช่น นายพรานในหน้าหนาว แมงป่องในหน้าร้อน
- ดาวลูกไก่ กระจุกดาวสวยที่เห็นด้วยตาเปล่าราว 6 ถึง 7 ดวง
- สถานีอวกาศนานาชาติ จุดสว่างที่เคลื่อนข้ามฟ้าในเวลาไม่กี่นาทีหลังค่ำหรือก่อนรุ่ง
6. กล้องสองตาคืออุปกรณ์ชิ้นแรกที่ดีที่สุด
ก่อนลงทุนซื้อกล้องโทรทรรศน์ ลองใช้กล้องสองตาขนาด 7x50 หรือ 10x50 (กำลังขยาย 7 ถึง 10 เท่า เลนส์หน้ากว้าง 50 มิลลิเมตร) ราคาไม่แพง พกพาง่าย มุมมองกว้าง เห็นดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี กระจุกดาว เนบิวลานายพราน และดาราจักรแอนดรอเมดาได้ และช่วยฝึกหาตำแหน่งดาวไปพร้อมกัน
คำศัพท์ในบทความนี้
- naked eyeตาเปล่า
- dark adaptationการปรับตาในที่มืด
- averted visionการมองเหลือบ
- limiting magnitudeโชติมาตรจำกัด
- Bortle scaleมาตราบอร์เทิล
- asterismกลุ่มดาวย่อย (แอสเทอริซึม)
- binocularsกล้องสองตา
บทความที่เกี่ยวข้อง
- กลุ่มดาว 88 กลุ่ม: แผนที่ท้องฟ้าของมนุษย์กลุ่มดาวไม่ใช่กลุ่มของดาวที่อยู่ใกล้กันจริง แต่เป็นรูปที่มนุษย์จินตนาการขึ้นจากดาวที่บังเอิญอยู่ในทิศใกล้กัน ปัจจุบันท้องฟ้าทั้งหมดถูกแบ่งเป็นเขตกลุ่มดาวที่เป็นทางการ 88 เขต เหมือนแบ่งแผนที่โลกเป็นประเทศ
- มลภาวะทางแสง: เมื่อเรามองไม่เห็นทางช้างเผือกมนุษย์มากกว่าหนึ่งในสามของโลกไม่เคยเห็นทางช้างเผือกด้วยตาตัวเองเพราะแสงไฟจากเมือง มลภาวะทางแสงไม่ได้กระทบแค่นักดาราศาสตร์ แต่ยังรบกวนสัตว์ป่า สุขภาพของคน และเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
- กล้องโทรทรรศน์ทำงานอย่างไรหน้าที่สำคัญที่สุดของกล้องโทรทรรศน์ไม่ใช่การขยายภาพ แต่คือการรวบรวมแสงให้ได้มากกว่าดวงตาหลายพันเท่า และแยกรายละเอียดที่ชิดกันออกจากกัน ทั้งสองอย่างขึ้นกับขนาดหน้ากล้องเป็นหลัก
- บรรยากาศกับการดูดาว: ทำไมดาวกะพริบดาวฤกษ์กะพริบเพราะแสงของมันต้องผ่านอากาศที่ปั่นป่วนก่อนถึงตาเรา บรรยากาศยังหักเหแสงจนดวงอาทิตย์ยังมองเห็นได้หลังตกไปแล้ว และทำให้ดาวใกล้ขอบฟ้าจางและแดงลง บทความนี้อธิบายผลของบรรยากาศทั้งหมดต่อการสังเกต
- ถ่ายภาพดาราศาสตร์: จากโทรศัพท์มือถือถึงกล้องโทรทรรศน์กล้องถ่ายภาพเก็บแสงได้นานกว่าดวงตาหลายนาทีหรือหลายชั่วโมง จึงบันทึกสีของเนบิวลาและทางช้างเผือกที่ตาเปล่าไม่มีวันเห็นได้ บทความนี้อธิบายหลักการพื้นฐาน ตั้งแต่ภาพทางช้างเผือกด้วยกล้องบนขาตั้ง ไปจนถึงการซ้อนภาพเพื่อลดสัญญาณรบกวน
- ระบบโชติมาตร: วัดความสว่างของดาวระบบวัดความสว่างของดาวที่ใช้กันมากว่าสองพันปีมีลักษณะแปลก ตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งสว่าง และต่างกัน 5 โชติมาตรหมายถึงสว่างต่างกัน 100 เท่าพอดี บทความนี้อธิบายที่มาและสูตรที่ใช้คำนวณ