หน้าหลัก › บทความดาราศาสตร์ › วัตถุท้องฟ้า
วัตถุท้องฟ้า

ดาวศุกร์

Venus

อัปเดตล่าสุด

ดาวศุกร์
ภาพ: NASA/JPL-Caltech, Public domain (ย่อขนาดจากต้นฉบับ)

ดาวเคราะห์ที่ขนาดใกล้เคียงโลก แต่กลายเป็นนรกร้อนจัดจากปรากฏการณ์เรือนกระจกที่ควบคุมไม่ได้

ดาวศุกร์มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 12,100 กิโลเมตร ราว 95% ของโลก และมีมวลราว 82% ของโลก จึงมักถูกเรียกว่าดาวแฝดของโลก แต่สภาพบนดาวศุกร์ต่างจากโลกอย่างสิ้นเชิง

ร้อนที่สุดในระบบสุริยะ

บรรยากาศของดาวศุกร์หนามาก ประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ราว 96% ความดันที่พื้นผิวราว 92 เท่าของบนโลก เท่ากับความดันใต้ทะเลลึกราว 900 เมตร คาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมหาศาลกักความร้อนไว้จนผิวร้อนราว 465 องศาเซลเซียส ทั้งกลางวันและกลางคืน ร้อนพอจะหลอมตะกั่วได้ และร้อนกว่าดาวพุธที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์กว่า

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าดาวศุกร์ในอดีตอาจเคยมีน้ำ แต่เมื่อดวงอาทิตย์สว่างขึ้น น้ำระเหยเป็นไอ ไอน้ำเองก็กักความร้อนเพิ่มอีก จนน้ำหายไปทั้งหมด เรียกว่าปรากฏการณ์เรือนกระจกที่ควบคุมไม่ได้ ดาวศุกร์จึงเป็นตัวอย่างสำคัญในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

หมุนกลับทางและช้ามาก

ดาวศุกร์หมุนรอบตัวเองช้ามาก ราว 243 วันต่อรอบ นานกว่าที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ (ราว 225 วัน) และหมุนในทิศกลับกับดาวเคราะห์ส่วนใหญ่ บนดาวศุกร์ดวงอาทิตย์จึงขึ้นทางทิศตะวันตก ทั้งนี้เมฆชั้นบนกลับหมุนรอบดาวได้ภายในราว 4 วันเท่านั้น

ดาวประจำเมืองและดาวประกายพรึก

ดาวศุกร์สะท้อนแสงได้ดีเพราะเมฆกรดกำมะถันสีขาวปกคลุมทั้งดวง จึงเป็นวัตถุที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้ารองจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เห็นได้ทางทิศตะวันตกหลังดวงอาทิตย์ตก (ดาวประจำเมือง) หรือทางทิศตะวันออกก่อนรุ่ง (ดาวประกายพรึก) ห่างจากดวงอาทิตย์ได้มากที่สุดราว 47 องศา

ดาวศุกร์ในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์

ในปี ค.ศ. 1610 กาลิเลโอส่องกล้องเห็นดาวศุกร์มีเฟสครบทุกแบบเหมือนดวงจันทร์ ซึ่งเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อดาวศุกร์โคจรรอบดวงอาทิตย์ จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนแนวคิดดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง การผ่านหน้าดวงอาทิตย์ของดาวศุกร์ครั้งล่าสุดเกิดในปี ค.ศ. 2004 และ 2012 ครั้งต่อไปจะเกิดในปี ค.ศ. 2117

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยดาวที่สว่างมากทางทิศตะวันตกตอนหัวค่ำ หรือทางทิศตะวันออกตอนเช้ามืด ซึ่งหลายคนคิดว่าเป็นดาวฤกษ์หรือเครื่องบิน ส่วนใหญ่คือดาวศุกร์
เปิดในเว็บไซต์ NewTutorAstronomy ›

คำศัพท์ในบทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง