หน้าหลัก › บทความดาราศาสตร์ › ทฤษฎีและแนวคิด
ทฤษฎีและแนวคิด

จากโลกเป็นศูนย์กลางสู่ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง

From geocentric to heliocentric

อัปเดตล่าสุด

แผนภาพของโคเปอร์นิคัส จาก De revolutionibus (ค.ศ. 1543)
แผนภาพของโคเปอร์นิคัส จาก De revolutionibus (ค.ศ. 1543)ภาพ: Nicolaus Copernicus, De revolutionibus (1543), redrawn; Public domain (ย่อขนาดจากต้นฉบับ)

เรื่องราวกว่าสองพันปีที่มนุษย์ค่อย ๆ ยอมรับว่าโลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล และหลักฐานที่ทำให้เปลี่ยนใจ

แบบจำลองโลกเป็นศูนย์กลาง

สำหรับคนโบราณ โลกดูนิ่งสนิท และดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวทั้งหลายดูหมุนรอบเราทุกวัน แนวคิดที่ว่าโลกอยู่นิ่งที่ศูนย์กลางจึงสมเหตุสมผล อริสโตเติลวางรากฐานแนวคิดนี้ และราวปี ค.ศ. 150 ปโตเลมี เรียบเรียงเป็นแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในหนังสือ Almagest โดยใช้วงกลมซ้อนวงกลม (epicycle) เพื่ออธิบายการเคลื่อนที่ถอยหลังของดาวเคราะห์ แบบจำลองนี้ทำนายตำแหน่งดาวได้ดีพอจนถูกใช้มาราว 1,400 ปี

ที่น่าสนใจคือ อริสตาร์คัสแห่งซามอส เคยเสนอตั้งแต่ราว 270 ปีก่อนคริสตกาลว่าดวงอาทิตย์อยู่ที่ศูนย์กลาง แต่แนวคิดนี้ไม่ได้รับการยอมรับ ส่วนหนึ่งเพราะถ้าโลกเคลื่อนที่จริง ดาวฤกษ์ควรขยับตำแหน่ง (พารัลแลกซ์) ซึ่งตอนนั้นวัดไม่ได้ เพราะดาวอยู่ไกลกว่าที่ใครจินตนาการมาก

การปฏิวัติโคเปอร์นิคัส

ในปี ค.ศ. 1543 นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส ตีพิมพ์หนังสือที่วางดวงอาทิตย์ไว้ที่ศูนย์กลาง และให้โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่หมุนรอบตัวเองและโคจรรอบดวงอาทิตย์ แบบจำลองนี้อธิบายการถอยหลังของดาวเคราะห์ได้เป็นธรรมชาติ และจัดลำดับดาวเคราะห์ตามระยะห่างได้ แต่ยังใช้วงโคจรวงกลม จึงทำนายได้ไม่แม่นกว่าแบบเดิมมากนัก

หลักฐานที่สะสมเพิ่มขึ้น

บทเรียนจากเรื่องนี้ ซึ่งเรียกว่าหลักการโคเปอร์นิคัส คือเราไม่ควรคิดว่าตำแหน่งของเราในเอกภพพิเศษกว่าที่อื่น ต่อมาเรายังพบว่าดวงอาทิตย์ก็ไม่ใช่ศูนย์กลางของดาราจักร และดาราจักรของเราก็ไม่ใช่ศูนย์กลางของเอกภพ

เปิดในเว็บไซต์ NewTutorAstronomy ›

คำศัพท์ในบทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง