ค่าคงที่จักรวาล: ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่กลายเป็นคำตอบ
The cosmological constant
อัปเดตล่าสุด
ไอน์สไตน์เพิ่มพจน์หนึ่งลงในสมการเพื่อให้เอกภพหยุดนิ่ง แล้วเรียกมันว่าความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตเมื่อพบว่าเอกภพขยายตัว แต่ 70 ปีต่อมา พจน์นี้กลับมาเป็นคำอธิบายที่ดีที่สุดของพลังงานมืด
ในปี ค.ศ. 1917 ไอน์สไตน์ประยุกต์สัมพัทธภาพทั่วไปกับเอกภพทั้งเอกภพเป็นครั้งแรก ตอนนั้นนักดาราศาสตร์เชื่อว่าเอกภพหยุดนิ่ง ไม่ขยายและไม่หด แต่สมการของเขาบอกว่าเอกภพที่มีแต่สสารจะยุบตัวเข้าหากันเพราะแรงโน้มถ่วง เพื่อให้ได้เอกภพที่นิ่ง เขาเพิ่มพจน์หนึ่งลงไป เขียนด้วยอักษรกรีก Λ (แลมบ์ดา) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนแรงผลักที่สม่ำเสมอทั่วอวกาศ
ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด
ปัญหาคือเอกภพที่นิ่งแบบนี้ไม่เสถียร ผลักหรือดึงนิดเดียวก็จะเริ่มขยายหรือยุบ ในปี ค.ศ. 1929 เอ็ดวิน ฮับเบิล พบว่าดาราจักรถอยห่างออกไปตามระยะทาง เอกภพกำลังขยายตัว ค่าคงที่จักรวาลจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป ตามคำเล่าของ จอร์จ กาโมว์ ไอน์สไตน์เรียกมันว่า "ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต" แม้นักประวัติศาสตร์บางคนจะสงสัยว่าเขาพูดอย่างนั้นจริงหรือไม่
การกลับมา
ในปี ค.ศ. 1998 สองทีมที่วัดระยะทางของซูเปอร์โนวาประเภท Ia ที่อยู่ไกลมาก พบว่าซูเปอร์โนวาจางกว่าที่คาด แปลว่าการขยายตัวของเอกภพกำลังเร่งขึ้น ไม่ใช่ช้าลงอย่างที่ทุกคนคิด สิ่งที่ทำให้เร่งเรียกว่าพลังงานมืด และคำอธิบายที่ง่ายที่สุดก็คือค่าคงที่จักรวาลของไอน์สไตน์นั่นเอง การค้นพบนี้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี ค.ศ. 2011
ค่าคงที่จักรวาลทำงานอย่างไร
ค่าคงที่จักรวาลเทียบได้กับพลังงานที่ฝังอยู่ในอวกาศว่างเปล่าเอง ความหนาแน่นของมันคงที่เสมอแม้อวกาศจะขยายตัว ต่างจากสสารที่เจือจางลงเมื่อเอกภพขยาย และมันมีความดันติดลบ
ในสัมพัทธภาพทั่วไป ความดันก็สร้างแรงโน้มถ่วงได้ ความดันติดลบที่มากพอจึงทำให้เกิดแรงโน้มถ่วงแบบผลัก เมื่อเอกภพขยายจนสสารเจือจางลง พลังงานมืดซึ่งไม่เจือจางจึงค่อย ๆ ครอบงำ ปัจจุบันคิดเป็นราว 68% ของพลังงานทั้งหมดในเอกภพ และการขยายตัวเริ่มเร่งขึ้นตั้งแต่ราว 5,000 ล้านปีก่อน
ปัญหาค่าคงที่จักรวาล
ทฤษฎีควอนตัมทำนายว่าสุญญากาศควรมีพลังงานจากอนุภาคเสมือนที่เกิดและหายไปตลอดเวลา แต่เมื่อคำนวณแบบตรงไปตรงมา ค่าที่ได้มากกว่าค่าที่วัดได้จริงราว 10¹²⁰ เท่า บางคนเรียกว่าคำทำนายที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟิสิกส์ ทำไมค่าจริงจึงเล็กแต่ไม่เป็นศูนย์ยังเป็นปริศนาใหญ่ บางคนเสนอว่าค่านี้อาจต่างกันในแต่ละเอกภพของพหุภพ และเราอยู่ในเอกภพที่ค่าเล็กพอให้ดาราจักรเกิดได้
คำศัพท์ในบทความนี้
- cosmological constantค่าคงตัวทางจักรวาลวิทยา
- dark energyพลังงานมืด
- vacuum energyพลังงานสุญญากาศ
- Lambda-CDM modelแบบจำลองแลมบ์ดา-ซีดีเอ็ม
- de Sitter spaceปริภูมิเดอซิตเตอร์
- Einstein field equationsสมการสนามของไอน์สไตน์
บทความที่เกี่ยวข้อง
- พลังงานมืดสิ่งลึกลับที่ทำให้การขยายตัวของเอกภพเร่งขึ้น และเป็นองค์ประกอบใหญ่ที่สุดของเอกภพ ราวสองในสาม
- สัมพัทธภาพทั่วไป: แรงโน้มถ่วงคือความโค้งของกาลอวกาศไอน์สไตน์ใช้เวลาสิบปีหลังสัมพัทธภาพพิเศษเพื่อหาคำอธิบายใหม่ของแรงโน้มถ่วง ผลคือทฤษฎีที่บอกว่ามวลทำให้กาลอวกาศโค้ง และวัตถุเคลื่อนที่ตามความโค้งนั้น ทฤษฎีนี้ทำนายหลุมดำ คลื่นความโน้มถ่วง และเอกภพที่ขยายตัว
- จุดจบของเอกภพ: แข็งตัว ฉีกขาด หรือยุบตัวเอกภพเริ่มต้นจากบิกแบง แล้วจะจบลงอย่างไร คำตอบขึ้นกับว่าพลังงานมืดทำตัวอย่างไรในอนาคต ฉากที่น่าจะเป็นที่สุดคือเอกภพขยายตัวไปเรื่อย ๆ จนดาวดับหมด แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้อื่นที่น่าตื่นเต้นกว่า
- สมการฟรีดมันน์และรูปร่างของเอกภพสมการไม่กี่บรรทัดจากสัมพัทธภาพทั่วไปบอกว่าเอกภพขยายตัวอย่างไรตามสิ่งที่บรรจุอยู่ภายใน ทั้งสสาร รังสี และพลังงานมืด และบอกด้วยว่าอวกาศโค้งหรือแบน คำตอบจากการสังเกตคือเอกภพแบนอย่างน่าประหลาด
- โนเบล 2011: เอกภพกำลังขยายตัวเร่งขึ้นสองทีมนักดาราศาสตร์ตั้งใจวัดว่าการขยายตัวของเอกภพช้าลงแค่ไหน แต่กลับพบว่ามันกำลังเร่งขึ้น การค้นพบที่ไม่มีใครคาดคิดนี้นำไปสู่แนวคิดพลังงานมืด ซึ่งคิดเป็นราวสองในสามของเอกภพ และยังเป็นหนึ่งในปริศนาที่ใหญ่ที่สุดของฟิสิกส์