การสำรวจดาวพุธ: มาริเนอร์ 10 เมสเซนเจอร์ และเบปีโคลอมโบ
Exploring Mercury
อัปเดตล่าสุด

ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่ไปถึงยากที่สุดดวงหนึ่ง เพราะยานต้องเบรกอย่างหนักขณะตกเข้าหาดวงอาทิตย์ ยานเมสเซนเจอร์พบน้ำแข็งในหลุมที่ขั้ว และยานเบปีโคลอมโบของยุโรปกับญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่วงโคจรรอบดาวพุธในปลายปี ค.ศ. 2026
ดาวพุธอยู่ใกล้โลกกว่าดาวพฤหัสบดีหลายเท่า แต่การส่งยานไปโคจรรอบดาวพุธใช้พลังงานมากกว่าการไปดาวพลูโตเสียอีก เหตุผลคือยานที่ออกจากโลกจะ "ตก" เข้าหาดวงอาทิตย์และเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่เบรกให้มากพอ ยานจะพุ่งผ่านดาวพุธไปทันที ยานจึงต้องอาศัยการบินผ่านดาวเคราะห์หลายครั้งเพื่อค่อย ๆ ลดความเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น ยานยังต้องทนความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่แรงกว่าที่โลกราวสี่ถึงสิบเท่า
มาริเนอร์ 10: ภาพแรกของดาวพุธ
ยานมาริเนอร์ 10 ของ NASA (ค.ศ. 1974 ถึง 1975) เป็นยานลำแรกที่ใช้แรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง (ดาวศุกร์) เหวี่ยงตัวเองไปหาอีกดวง และบินผ่านดาวพุธสามครั้ง ถ่ายภาพพื้นผิวได้ราว 45% เห็นโลกที่เต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตคล้ายดวงจันทร์ และพบว่าดาวพุธมีสนามแม่เหล็กของตัวเอง ซึ่งแปลกมากสำหรับดาวเคราะห์ขนาดเล็กที่หมุนช้า
เมสเซนเจอร์: ยานลำแรกที่โคจรรอบดาวพุธ
ยานเมสเซนเจอร์ (MESSENGER) ของ NASA ออกเดินทางในปี ค.ศ. 2004 บินผ่านโลกหนึ่งครั้ง ดาวศุกร์สองครั้ง และดาวพุธสามครั้ง ก่อนเข้าวงโคจรได้ในวันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 2011 ยานกางแผงบังแดดเซรามิกไว้ด้านหน้าเพื่อกันความร้อน แล้วทำงานรอบดาวพุธได้กว่าสี่ปี การค้นพบสำคัญได้แก่
- น้ำแข็งที่ขั้ว ดาวพุธแทบไม่เอียงแกน ก้นหลุมอุกกาบาตใกล้ขั้วจึงไม่เคยถูกแสงอาทิตย์เลย และเย็นจัดพอจะเก็บน้ำแข็งไว้ได้ แม้จะเป็นดาวเคราะห์ที่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด
- ธาตุระเหยง่ายมากกว่าที่คาด พื้นผิวมีกำมะถันและโพแทสเซียมมาก ซึ่งขัดกับแนวคิดเดิมว่าดาวพุธก่อตัวในที่ร้อนจัดหรือถูกความร้อนเผาธาตุเหล่านี้ออกไป
- หลุมยุบ (hollows) แอ่งตื้นสว่างที่ดูเหมือนเพิ่งเกิด อาจเกิดจากสารระเหยที่ค่อย ๆ หลุดออกจากหิน
- แก่นเหล็กใหญ่มาก แก่นกินพื้นที่ราว 85% ของรัศมีดาว และสนามแม่เหล็กเยื้องไปทางซีกเหนือ
เมื่อเชื้อเพลิงหมด เมสเซนเจอร์พุ่งชนพื้นผิวดาวพุธในวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 2015 ทิ้งหลุมใหม่ไว้บนดาว
เบปีโคลอมโบ: สองยานในหนึ่งภารกิจ
เบปีโคลอมโบ (BepiColombo) เป็นภารกิจร่วมขององค์การอวกาศยุโรปและญี่ปุ่น ตั้งชื่อตาม จูเซปเป โกลอมโบ นักวิทยาศาสตร์อิตาลีผู้คิดวิธีให้มาริเนอร์ 10 บินผ่านดาวพุธได้หลายครั้ง ยานออกเดินทางในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2018 พร้อมยานโคจรสองลำซ้อนกันมา คือ MPO ของยุโรปซึ่งจะศึกษาพื้นผิวและภายใน และ Mio ของญี่ปุ่นซึ่งจะศึกษาสนามแม่เหล็ก การเดินทางใช้การบินผ่านโลกหนึ่งครั้ง ดาวศุกร์สองครั้ง และดาวพุธหกครั้ง ร่วมกับเครื่องยนต์ไอออน
ปัญหาของเครื่องยนต์ไอออนทำให้การเข้าวงโคจรเลื่อนจากปลายปี ค.ศ. 2025 ไปเป็นราวปลายเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2026 จากนั้นยานทั้งสองจะแยกกันเข้าวงโคจรของตัวเอง และเริ่มภารกิจวิทยาศาสตร์เต็มรูปแบบในปี ค.ศ. 2027 การมียานสองลำวัดพร้อมกันจะช่วยไขปริศนาสนามแม่เหล็กและบรรยากาศบางเบาของดาวพุธ รวมถึงว่าทำไมดาวพุธจึงมีแก่นเหล็กใหญ่ผิดปกติ
คำศัพท์ในบทความนี้
- MESSENGERยานเมสเซนเจอร์
- BepiColomboยานเบปีโคลอมโบ
- gravity assistการเหวี่ยงด้วยแรงโน้มถ่วง
- Mercuryดาวพุธ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ดาวพุธดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดและอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด กลางวันร้อนจัด กลางคืนเย็นจัด และหนึ่งวันยาวกว่าหนึ่งปี
- การสำรวจดาวศุกร์: ยานเวเนรา แมกเจลแลน และนรกใต้ม่านเมฆดาวศุกร์มีผิวร้อนราว 465 องศาเซลเซียสและความดันกว่า 90 เท่าของโลก ยานเวเนราของสหภาพโซเวียตเป็นยานแรกที่ลงจอดและส่งภาพจากผิวดาวเคราะห์อื่น ยานแมกเจลแลนใช้เรดาร์ทำแผนที่ทะลุเมฆ และกำลังมียานรุ่นใหม่เตรียมกลับไปอีกครั้ง
- กลศาสตร์วงโคจร: พลังงาน วงรี และสมการวิสไววาทุกอย่างที่โคจรในอวกาศ ตั้งแต่ดาวเทียมไปจนถึงดาวหาง ทำตามกฎชุดเดียวกัน ความเร็ว ณ ตำแหน่งใดบนวงโคจรหาได้จากสมการเดียวที่เชื่อมระยะทางกับขนาดของวงโคจร
- ดวงอาทิตย์ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกที่สุด แหล่งพลังงานของสิ่งมีชีวิตบนโลก และเป็นดาวฤกษ์ธรรมดาดวงหนึ่งในดาราจักรทางช้างเผือก