ดาวตกและฝนดาวตก
Meteors and meteor showers
อัปเดตล่าสุด

ดาวตกคือเศษฝุ่นจากอวกาศที่ลุกไหม้ในบรรยากาศ ส่วนฝนดาวตกเกิดเมื่อโลกโคจรผ่านทางเดินของดาวหาง
ดาวตกไม่ใช่ดาวฤกษ์ที่ร่วงลงมา แต่เป็นเศษฝุ่นหรือหินขนาดตั้งแต่เม็ดทรายถึงก้อนกรวด ที่พุ่งเข้าสู่บรรยากาศโลกด้วยความเร็วราว 11 ถึง 72 กิโลเมตรต่อวินาที อากาศด้านหน้าถูกอัดจนร้อนจัด เศษนั้นจึงลุกไหม้และเรืองแสงที่ความสูงราว 80 ถึง 120 กิโลเมตร
ดาวตกที่สว่างมากเรียกว่าลูกไฟ และถ้ามีชิ้นส่วนเหลือรอดลงถึงพื้นโลก ชิ้นส่วนนั้นเรียกว่าอุกกาบาต
ฝนดาวตกเกิดอย่างไร
ดาวหางทิ้งเศษฝุ่นไว้ตามทางโคจร เมื่อโลกโคจรผ่านสายธารเศษฝุ่นนี้ในช่วงเดิมของทุกปี จะเห็นดาวตกมากกว่าปกติ ดาวตกเหล่านี้ดูเหมือนพุ่งออกมาจากจุดเดียวบนท้องฟ้าที่เรียกว่าจุดกระจาย เพราะเศษฝุ่นเคลื่อนขนานกัน คล้ายรางรถไฟที่ดูเหมือนบรรจบกันที่ขอบฟ้า ฝนดาวตกจึงตั้งชื่อตามกลุ่มดาวที่จุดกระจายอยู่
- ควอดแดรนติดส์ ต้นเดือนมกราคม
- เพอร์เซอิดส์ กลางเดือนสิงหาคม จากดาวหางสวิฟต์-ทัตเทิล
- ลีโอนิดส์ กลางเดือนพฤศจิกายน จากดาวหางเทมเพล-ทัตเทิล
- เจมินิดส์ กลางเดือนธันวาคม จากดาวเคราะห์น้อยเฟทอน มักมีอัตราสูงที่สุดของปีและเห็นได้ดีจากประเทศไทย
ดูฝนดาวตกให้ได้ผล
- ไปที่มืด ห่างจากแสงไฟในเมือง และไม่ต้องใช้กล้องใด ๆ ใช้ตาเปล่ามองท้องฟ้ากว้าง ๆ
- ให้ตาปรับกับความมืดอย่างน้อย 20 ถึง 30 นาที และเลี่ยงการมองจอโทรศัพท์
- ช่วงหลังเที่ยงคืนถึงเช้ามืดมักเห็นมากกว่า เพราะด้านนั้นของโลกหันไปทางทิศที่โลกกำลังโคจรไป
- คืนที่ดวงจันทร์สว่างจะเห็นดาวตกน้อยลงมาก ควรดูข้างขึ้นข้างแรมประกอบด้วย
คำศัพท์ในบทความนี้
- meteorดาวตก
- meteor showerฝนดาวตก
- fireballลูกไฟ
- radiantจุดกระจายฝนดาวตก
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ดาวหางก้อนน้ำแข็งปนฝุ่นจากขอบระบบสุริยะ ที่เมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จะระเหยเป็นหัวฟุ้งและหางยาวหลายล้านกิโลเมตร
- ดาวเคราะห์น้อยเศษหินและโลหะที่เหลือจากการก่อตัวของดาวเคราะห์ ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี และบางก้อนเคยเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของโลก