ดาวหาง
Comets
อัปเดตล่าสุด

ก้อนน้ำแข็งปนฝุ่นจากขอบระบบสุริยะ ที่เมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จะระเหยเป็นหัวฟุ้งและหางยาวหลายล้านกิโลเมตร
ดาวหางเป็นก้อนน้ำแข็งผสมฝุ่นและหิน มักถูกเปรียบว่าเป็น "ก้อนหิมะสกปรก" แกนกลางหรือนิวเคลียสมีขนาดตั้งแต่ไม่กี่ร้อยเมตรถึงหลายสิบกิโลเมตร ผิวนิวเคลียสมืดมาก สะท้อนแสงได้น้อยกว่าถ่านหิน
หัวและหาง
เมื่อดาวหางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ความร้อนทำให้น้ำแข็งระเหิดเป็นแก๊สพาฝุ่นออกมา เกิดเป็นหัวดาวหาง (โคมา) ที่อาจกว้างกว่าดาวเคราะห์ และเกิดหาง 2 แบบ
- หางฝุ่น สีขาวอมเหลือง โค้งเล็กน้อย เพราะเม็ดฝุ่นถูกแรงดันของแสงอาทิตย์ผลักออกไปและค่อย ๆ ล้าหลังตามวงโคจร
- หางไอออน สีฟ้า ตรงเป็นเส้น เพราะแก๊สที่แตกตัวเป็นไอออนถูกลมสุริยะพัดออกไปตรง ๆ
หางของดาวหางชี้ออกจากดวงอาทิตย์เสมอ ไม่ได้ลากตามหลังทิศที่ดาวหางเคลื่อนที่ ตอนที่ดาวหางเคลื่อนออกจากดวงอาทิตย์ หางจึงนำหน้าดาวหาง
มาจากไหน
- ดาวหางคาบสั้น (คาบโคจรน้อยกว่า 200 ปี) ส่วนใหญ่มาจากแถบไคเปอร์ เช่น ดาวหางแฮลลีย์ที่กลับมาทุกราว 76 ปี ครั้งต่อไปคือปี ค.ศ. 2061
- ดาวหางคาบยาว มาจากเมฆออร์ตที่อยู่ไกลมาก บางดวงใช้เวลาหลายพันถึงหลายล้านปีต่อรอบ และอาจมาเยือนเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์มนุษย์
ดาวหางกับต้นกำเนิดของโลก
ดาวหางเป็นวัตถุที่เปลี่ยนแปลงน้อยมากตั้งแต่ระบบสุริยะเกิด จึงเหมือนแคปซูลเวลา ยานโรเซตตาของ ESA โคจรรอบดาวหาง 67P ระหว่างปี ค.ศ. 2014 ถึง 2016 และพบสารอินทรีย์หลายชนิด นักวิทยาศาสตร์ยังศึกษากันอยู่ว่าน้ำและสารตั้งต้นของสิ่งมีชีวิตบนโลกส่วนหนึ่งมาจากดาวหางหรือไม่
เศษฝุ่นที่ดาวหางทิ้งไว้ตามทางโคจรเป็นต้นกำเนิดของฝนดาวตกหลายกลุ่ม
คำศัพท์ในบทความนี้
- cometดาวหาง
- comaโคมา
- Halley's Cometดาวหางฮัลเลย์
- Oort cloudเมฆออร์ต
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ดาวตกและฝนดาวตกดาวตกคือเศษฝุ่นจากอวกาศที่ลุกไหม้ในบรรยากาศ ส่วนฝนดาวตกเกิดเมื่อโลกโคจรผ่านทางเดินของดาวหาง
- ดาวเคราะห์น้อยเศษหินและโลหะที่เหลือจากการก่อตัวของดาวเคราะห์ ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี และบางก้อนเคยเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของโลก
- ระบบสุริยะดวงอาทิตย์กับทุกสิ่งที่โคจรรอบ ตั้งแต่ดาวเคราะห์ 8 ดวง ไปจนถึงดาวหางในเมฆออร์ตที่อยู่ไกลเกือบครึ่งทางถึงดาวดวงถัดไป