โนเบล 2015: นิวทริโนเปลี่ยนชนิดได้ จึงต้องมีมวล
Nobel Prize 2015: Kajita, McDonald and neutrino oscillations
อัปเดตล่าสุด

สองทีมใต้ดิน ทีมหนึ่งในญี่ปุ่นและอีกทีมในแคนาดา พบว่านิวทริโนเปลี่ยนชนิดไปมาระหว่างเดินทาง ซึ่งไขปริศนานิวทริโนจากดวงอาทิตย์ที่ค้างมาสามสิบปี และพิสูจน์ว่านิวทริโนมีมวล
รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี ค.ศ. 2015 มอบร่วมกันให้ ทากาอากิ คาจิตะ จากมหาวิทยาลัยโตเกียว และ อาร์เทอร์ แมคโดนัลด์ จากมหาวิทยาลัยควีนส์ ประเทศแคนาดา "สำหรับการค้นพบการแกว่งของนิวทริโน ซึ่งแสดงว่านิวทริโนมีมวล"
นิวทริโนสามชนิด
นิวทริโนเป็นอนุภาคที่ไม่มีประจุและแทบไม่ทำปฏิกิริยากับอะไรเลย ทุกวินาทีมีนิวทริโนจากดวงอาทิตย์ผ่านพื้นที่ขนาดเล็บนิ้วมือของเราราวหกหมื่นล้านตัว โดยแทบไม่มีตัวไหนชนอะไรเลย นิวทริโนมีสามชนิด เรียกว่าสามรสชาติ คือ นิวทริโนอิเล็กตรอน นิวทริโนมิวออน และนิวทริโนเทา ในแบบจำลองมาตรฐานของฟิสิกส์อนุภาคดั้งเดิม นิวทริโนไม่มีมวล และชนิดของมันคงที่ตลอดไป
ซูเปอร์คามิโอกันเด: นิวทริโนที่หายไปใต้เท้า
ซูเปอร์คามิโอกันเดเป็นถังน้ำบริสุทธิ์ราว 50,000 ตัน อยู่ใต้ภูเขาในญี่ปุ่นลึกราวหนึ่งกิโลเมตร ผนังติดหลอดจับแสงราวหนึ่งหมื่นหนึ่งพันหลอด ทีมของคาจิตะศึกษานิวทริโนมิวออนที่เกิดเมื่อรังสีคอสมิกชนบรรยากาศ นิวทริโนเหล่านี้มาจากทุกทิศ ทั้งจากฟ้าเหนือหัวซึ่งเดินทางมาแค่สิบกว่ากิโลเมตร และจากบรรยากาศอีกฟากของโลกซึ่งต้องทะลุโลกทั้งใบมาราว 12,700 กิโลเมตร ในปี ค.ศ. 1998 ทีมรายงานว่านิวทริโนมิวออนที่มาจากด้านล่างมีเพียงราวครึ่งหนึ่งของที่ควรเป็น ขณะที่ที่มาจากด้านบนครบ แปลว่าระหว่างทางที่ยาวกว่า นิวทริโนมิวออนเปลี่ยนไปเป็นชนิดอื่นที่เครื่องมองไม่เห็น
SNO: นับนิวทริโนจากดวงอาทิตย์ครบทุกชนิด
ดวงอาทิตย์ผลิตนิวทริโนอิเล็กตรอนเท่านั้น แต่การทดลองหลายแห่งตั้งแต่ทศวรรษ 1960 วัดได้เพียงราวหนึ่งในสามของที่ทฤษฎีทำนาย หอสังเกตการณ์นิวทริโนซัดเบอรี (SNO) ในแคนาดา ใช้น้ำมวลหนักราว 1,000 ตัน ลึกใต้ดินราวสองกิโลเมตร น้ำมวลหนักทำให้ SNO วัดได้สองแบบพร้อมกัน แบบแรกนับเฉพาะนิวทริโนอิเล็กตรอน แบบที่สองนับนิวทริโนทุกชนิดรวมกัน ในปี ค.ศ. 2001 และ 2002 ทีมของแมคโดนัลด์พบว่านิวทริโนอิเล็กตรอนมีราวหนึ่งในสามจริง แต่เมื่อนับทุกชนิดรวมกันกลับได้ครบตามที่แบบจำลองดวงอาทิตย์ทำนาย นิวทริโนไม่ได้หายไปไหน มันแค่เปลี่ยนชนิดระหว่างทางมายังโลก
การแกว่งและมวล
กลศาสตร์ควอนตัมบอกว่านิวทริโนแต่ละชนิดเป็นการผสมของสถานะที่มีมวลต่างกัน เมื่อเดินทาง ส่วนผสมนี้ค่อย ๆ เลื่อนเฟส ทำให้โอกาสที่จะพบเป็นชนิดเดิมแกว่งขึ้นลง ในกรณีที่คิดเพียงสองชนิด ความน่าจะเป็นที่นิวทริโนมิวออนจะกลายเป็นนิวทริโนเทาหลังเดินทางเป็นระยะ
เมื่อ
การแกว่งแบบนี้เกิดได้ก็ต่อเมื่อสถานะเหล่านั้นมีมวลต่างกัน ถ้ามวลเท่ากันหมด หรือไม่มีมวลเลย การแกว่งจะไม่เกิด การแกว่งที่วัดได้จึงพิสูจน์ว่านิวทริโนมีมวล
ค่าที่วัดได้จากนิวทริโนในบรรยากาศคือ
ผลนี้บอกว่านิวทริโนอย่างน้อยหนึ่งชนิดต้องหนักอย่างน้อยราว 0.05 eV แต่การวัดโดยตรงของการทดลอง KATRIN ในปี ค.ศ. 2025 บอกว่ามวลไม่เกิน 0.45 eV เบากว่าอิเล็กตรอนเกินล้านเท่า ทำไมนิวทริโนจึงเบาขนาดนี้ยังเป็นปริศนา และเป็นรอยร้าวแรกที่ชัดเจนในแบบจำลองมาตรฐาน
คำศัพท์ในบทความนี้
- Takaaki Kajitaทากาอากิ คาจิตะ
- Arthur McDonaldอาร์เทอร์ แมคโดนัลด์
- Sudbury Neutrino Observatoryหอสังเกตการณ์นิวทริโนซัดเบอรี
- neutrino flavourชนิดของนิวทริโน
- neutrino oscillationการแกว่งของนิวทริโน
- Super-Kamiokandeซูเปอร์คามิโอกันเด
- solar neutrino problemปัญหานิวทริโนจากดวงอาทิตย์
บทความที่เกี่ยวข้อง
- นิวทริโน: อนุภาคผีที่ทะลุโลกได้ทุกวินาทีมีนิวทริโนจากดวงอาทิตย์หลายหมื่นล้านตัวพุ่งทะลุปลายนิ้วของเรา โดยแทบไม่ชนกับอะไรเลย อนุภาคที่จับได้ยากที่สุดชนิดนี้เปิดหน้าต่างใหม่ให้มองเข้าไปในใจกลางดวงอาทิตย์และซูเปอร์โนวา
- ปริศนานิวทริโนจากดวงอาทิตย์การทดลองตรวจนิวทริโนจากดวงอาทิตย์พบเพียงราวหนึ่งในสามของที่ทฤษฎีทำนาย ปริศนาที่ใช้เวลาเกือบ 30 ปีกว่าจะไขได้ และได้รางวัลโนเบลถึงสองครั้ง
- โนเบล 2002: นิวทริโนจากอวกาศและดาราศาสตร์รังสีเอกซ์รางวัลโนเบลปี ค.ศ. 2002 ยกย่องผู้บุกเบิกสองหน้าต่างใหม่ในการมองเอกภพ คู่หนึ่งสร้างเครื่องจับนิวทริโนจากดวงอาทิตย์และซูเปอร์โนวาได้สำเร็จ อีกคนหนึ่งเปิดโลกของรังสีเอกซ์จากอวกาศ
- อนุภาคมูลฐานและแบบจำลองมาตรฐานทุกสิ่งที่เรามองเห็น ตั้งแต่ร่างกายเราไปจนถึงดาวฤกษ์ ประกอบขึ้นจากอนุภาคมูลฐานไม่กี่ชนิด แบบจำลองมาตรฐานจัดอนุภาคเหล่านี้เป็นตารางเดียว และอธิบายแรงสามในสี่แรงพื้นฐานของธรรมชาติได้อย่างแม่นยำ
- โนเบล 2026: ไอซ์คิวบ์ กล้องโทรทรรศน์นิวทริโนในน้ำแข็งขั้วโลกใต้ฟรานซิส ฮัลเซน เปลี่ยนน้ำแข็งหนึ่งลูกบาศก์กิโลเมตรใต้ขั้วโลกใต้ให้เป็นเครื่องจับนิวทริโน และนำไปสู่การค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงที่เดินทางมาจากนอกระบบสุริยะไกลถึงดาราจักรอื่น