หน้าหลัก › บทความดาราศาสตร์ › รางวัลโนเบล
รางวัลโนเบล

โนเบล 2026: ไอซ์คิวบ์ กล้องโทรทรรศน์นิวทริโนในน้ำแข็งขั้วโลกใต้

Nobel Prize 2026: Halzen, IceCube and cosmic neutrinos

อัปเดตล่าสุด

อาคารไอซ์คิวบ์ที่ขั้วโลกใต้ ใต้แสงออโรราและทางช้างเผือก
อาคารไอซ์คิวบ์ที่ขั้วโลกใต้ ใต้แสงออโรราและทางช้างเผือกภาพ: John Hardin, CC BY 4.0 (ย่อขนาดจากต้นฉบับ)

ฟรานซิส ฮัลเซน เปลี่ยนน้ำแข็งหนึ่งลูกบาศก์กิโลเมตรใต้ขั้วโลกใต้ให้เป็นเครื่องจับนิวทริโน และนำไปสู่การค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงที่เดินทางมาจากนอกระบบสุริยะไกลถึงดาราจักรอื่น

รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี ค.ศ. 2026 ประกาศเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ. 2026 มอบให้ ฟรานซิส ฮัลเซน นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชาวเบลเยียมแห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน สหรัฐอเมริกา "สำหรับบทบาทชี้ขาดในหอสังเกตการณ์นิวทริโนไอซ์คิวบ์ และการค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงที่มีต้นกำเนิดจากฟิสิกส์ดาราศาสตร์" ต่อจากรางวัลปี ค.ศ. 2002 และ 2015 ที่เกี่ยวกับนิวทริโนจากดวงอาทิตย์และบรรยากาศโลก ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่นิวทริโนถูกใช้เป็นกล้องส่องดูวัตถุนอกทางช้างเผือก

ทำไมต้องมองด้วยนิวทริโน

แสงทุกช่วงคลื่นถูกฝุ่นและแก๊สบังได้ รังสีแกมมาพลังงานสูงถูกดูดกลืนระหว่างทางไกล ส่วนรังสีคอสมิกเป็นอนุภาคมีประจุ จึงถูกสนามแม่เหล็กในอวกาศดัดทางจนชี้กลับไปหาต้นกำเนิดไม่ได้ นิวทริโนไม่มีประจุและแทบไม่ทำปฏิกิริยากับอะไร มันจึงพุ่งเป็นเส้นตรงจากแกนกลางของวัตถุที่รุนแรงที่สุดในเอกภพมาถึงเราได้โดยตรง และบอกได้ว่าที่นั่นมีการเร่งโปรตอนจนพลังงานสูงมาก ข้อเสียคือมันจับยากอย่างยิ่ง ต้องใช้เครื่องตรวจวัดขนาดมหึมา

น้ำแข็งหนึ่งลูกบาศก์กิโลเมตร

ราวปี ค.ศ. 1988 ฮัลเซนเห็นว่าน้ำแข็งใต้ขั้วโลกใต้ ซึ่งใสมากและหนาเกือบสามกิโลเมตร ใช้เป็นเครื่องตรวจวัดได้ หลังจากต้นแบบชื่อ AMANDA ในทศวรรษ 1990 ไอซ์คิวบ์ก็สร้างเสร็จในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2010 ทีมใช้น้ำร้อนเจาะหลุม 86 หลุม แล้วหย่อนสายเคเบิลที่ติดอุปกรณ์จับแสง 5,160 ลูก ไว้ที่ความลึกระหว่างราว 1,450 ถึง 2,450 เมตร ครอบคลุมน้ำแข็งราวหนึ่งลูกบาศก์กิโลเมตร หรือราวหนึ่งพันล้านตัน

เมื่อนิวทริโนพลังงานสูงชนนิวเคลียสในน้ำแข็งซึ่งเกิดขึ้นได้น้อยมาก จะเกิดอนุภาคมีประจุที่วิ่งเร็วกว่าความเร็วของแสงในน้ำแข็ง และปล่อยแสงสีฟ้าที่เรียกว่ารังสีเชเรนคอฟออกมาเป็นกรวย คล้ายคลื่นกระแทกของเครื่องบินที่บินเร็วกว่าเสียง มุมของกรวยแสงหาได้จาก

\cos\theta = \frac{1}{n\beta}

เมื่อ n \approx 1.31 คือดัชนีหักเหของน้ำแข็ง และ \beta คืออัตราเร็วของอนุภาคเทียบกับแสงในสุญญากาศ สำหรับอนุภาคที่เร็วเกือบเท่าแสง \beta \approx 1 มุมนี้ราว 40 องศา สำหรับอนุภาคที่เร็วเกือบเท่าแสง กรวยแสงในน้ำแข็งเอียงจากแนวที่อนุภาควิ่งราว 40 องศา จากเวลาที่แสงไปถึงอุปกรณ์แต่ละลูก ไอซ์คิวบ์คำนวณย้อนกลับได้ว่านิวทริโนมาจากทิศใดของท้องฟ้าและมีพลังงานเท่าใด

การค้นพบสำคัญ

ผลงานเหล่านี้ทำให้นิวทริโนกลายเป็นหน้าต่างใหม่ในการมองเอกภพ เคียงข้างแสงและคลื่นความโน้มถ่วง และช่วยตอบคำถามเก่าแก่ตั้งแต่ยุคของ วิกเตอร์ เฮสส์ ว่ารังสีคอสมิกพลังงานสูงถูกเร่งมาจากที่ใด

เหตุการณ์ที่ทำนายไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960

ในปี ค.ศ. 1960 เชลดอน แกลโชว์ ทำนายว่าถ้าแอนตินิวทริโนชนิดอิเล็กตรอนพลังงานสูงพอชนกับอิเล็กตรอนในสสารปกติ ทั้งสองจะรวมกันสร้างอนุภาค W ขึ้นมาโดยตรง ซึ่งเกิดได้ง่ายเป็นพิเศษที่พลังงานค่าหนึ่ง เรียกว่าการสั่นพ้องแกลโชว์ พลังงานนั้นหาได้จากมวลของอนุภาค W และอิเล็กตรอน ได้ราว 6.3 PeV

E_\nu = \frac{M_W^2 c^2}{2 m_e} = \frac{(80.4\ \text{GeV})^2}{2 \times 0.000511\ \text{GeV}} \approx 6.3\ \text{PeV}

พลังงานนี้สูงกว่าที่เครื่องเร่งอนุภาคใด ๆ บนโลกจะสร้างนิวทริโนได้หลายร้อยเท่า ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2016 ไอซ์คิวบ์บันทึกเหตุการณ์หนึ่งที่ปล่อยพลังงานในน้ำแข็งราว 6 PeV ตรงกับค่าที่ทำนาย และรายงานในวารสาร Nature ในปี ค.ศ. 2021 เป็นหลักฐานแรกของการสั่นพ้องนี้ หลังการทำนายถึง 60 ปี และยืนยันว่านิวทริโนพลังงานสูงที่มาจากอวกาศมีแอนตินิวทริโนปนอยู่ด้วย

ทำไมต้องใช้น้ำแข็งก้อนใหญ่ขนาดนั้น

นิวทริโนทำปฏิกิริยากับสสารน้อยมาก แม้นิวทริโนพลังงานสูงที่ไอซ์คิวบ์ตามหาก็ยังผ่านโลกได้ในหลายกรณี ส่วนจำนวนนิวทริโนจากอวกาศที่มาถึงก็มีน้อยมาก ไอซ์คิวบ์ซึ่งใหญ่หนึ่งลูกบาศก์กิโลเมตรจับนิวทริโนพลังงานสูงจากฟิสิกส์ดาราศาสตร์ได้เพียงราวสิบกว่าตัวต่อปี น้ำแข็งลึกใต้ขั้วโลกใต้เหมาะเป็นพิเศษ เพราะถูกอัดจนแทบไม่มีฟองอากาศ ใสมากจนแสงเดินทางได้ไกลกว่าร้อยเมตร และอยู่ในความมืดสนิท โครงการต่อไป IceCube Upgrade เพิ่มสายเซ็นเซอร์ที่ถี่ขึ้นตรงใจกลางเพื่อศึกษานิวทริโนพลังงานต่ำลง และ IceCube-Gen2 มีแผนขยายเครื่องตรวจวัดให้ใหญ่ขึ้นราวแปดเท่า

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยนิวทริโนที่ไอซ์คิวบ์จับได้ไม่ได้มาจากอวกาศไกลเกือบทั้งหมด ไอซ์คิวบ์บันทึกนิวทริโนได้ราวหนึ่งแสนตัวต่อปี แต่เกือบทั้งหมดเกิดในบรรยากาศโลกเองเมื่อรังสีคอสมิกชนอากาศ นิวทริโนจากฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่แท้จริงมีเพียงส่วนน้อยมาก และแยกออกได้จากพลังงานที่สูงกว่าและทิศทางที่มา
เปิดในเว็บไซต์ NewTutorAstronomy ›

คำศัพท์ในบทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง