หน้าหลัก › บทความดาราศาสตร์ › รางวัลโนเบล
รางวัลโนเบล

โนเบล 2002: นิวทริโนจากอวกาศและดาราศาสตร์รังสีเอกซ์

Nobel Prize 2002: cosmic neutrinos and X-ray astronomy

อัปเดตล่าสุด

รางวัลโนเบลปี ค.ศ. 2002 ยกย่องผู้บุกเบิกสองหน้าต่างใหม่ในการมองเอกภพ คู่หนึ่งสร้างเครื่องจับนิวทริโนจากดวงอาทิตย์และซูเปอร์โนวาได้สำเร็จ อีกคนหนึ่งเปิดโลกของรังสีเอกซ์จากอวกาศ

รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี ค.ศ. 2002 ครึ่งหนึ่งมอบร่วมกันให้ เรย์มอนด์ เดวิส และ มาซาโตชิ โคชิบะ "สำหรับผลงานบุกเบิกในฟิสิกส์ดาราศาสตร์ โดยเฉพาะการตรวจจับนิวทริโนจากอวกาศ" อีกครึ่งหนึ่งมอบให้ ริคการ์โด จาคโคนี "สำหรับผลงานบุกเบิกในฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่นำไปสู่การค้นพบแหล่งรังสีเอกซ์ในอวกาศ"

เดวิส: ถังน้ำยาซักแห้งใต้ดิน

ในคริสต์ทศวรรษ 1960 เดวิสวางถังบรรจุเตตระคลอโรเอทิลีน (สารที่ใช้ในการซักแห้ง) ราว 615 ตันไว้ลึกราว 1.5 กิโลเมตรในเหมืองทองคำโฮมสเตก รัฐเซาท์ดาโคตา เพื่อป้องกันรังสีคอสมิก เมื่อนิวทริโนจากดวงอาทิตย์ชนนิวเคลียสคลอรีนในถัง จะเปลี่ยนมันเป็นอาร์กอนกัมมันตรังสี เดวิสต้องนับอะตอมอาร์กอนที่เกิดขึ้นเพียงราวหนึ่งอะตอมทุกสองวันจากอะตอมทั้งหมดราว 10³⁰ อะตอมในถัง ผลที่ได้ตลอดเกือบสามสิบปีคือนิวทริโนมีเพียงราวหนึ่งในสามของที่แบบจำลองดวงอาทิตย์ทำนาย ปริศนานิวทริโนจากดวงอาทิตย์นี้ภายหลังคลี่คลายด้วยการค้นพบว่านิวทริโนเปลี่ยนชนิดได้ระหว่างเดินทาง

โคชิบะ: คามิโอกันเดกับซูเปอร์โนวา

โคชิบะนำการสร้างเครื่องตรวจวัดคามิโอกันเดในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นถังน้ำบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ล้อมด้วยหลอดจับแสง เดิมสร้างเพื่อค้นหาการสลายตัวของโปรตอน แต่ดัดแปลงให้จับนิวทริโนได้ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1987 คามิโอกันเดตรวจพบนิวทริโน 11 ตัวในเวลาราว 13 วินาที จากซูเปอร์โนวา 1987A ในเมฆแมเจลแลนใหญ่ ห่าง 168,000 ปีแสง พร้อมกับเครื่องตรวจวัดในสหรัฐอเมริกาอีกแห่ง การตรวจพบนี้ยืนยันว่าแกนของดาวมวลมากยุบตัวและปล่อยพลังงานเกือบทั้งหมดออกมาเป็นนิวทริโนตามที่ทฤษฎีทำนาย คามิโอกันเดยังยืนยันว่านิวทริโนที่เดวิสวัดได้มาจากทิศของดวงอาทิตย์จริง ต่อมาเครื่องรุ่นใหญ่กว่า ซูเปอร์คามิโอกันเด พบหลักฐานแรกของการเปลี่ยนชนิดของนิวทริโน

จาคโคนี: บิดาของดาราศาสตร์รังสีเอกซ์

รังสีเอกซ์จากอวกาศถูกบรรยากาศกั้นไว้ทั้งหมด ในปี ค.ศ. 1962 จาคโคนีและทีมส่งเครื่องตรวจวัดขึ้นไปกับจรวดเพื่อหารังสีเอกซ์ที่สะท้อนจากดวงจันทร์ แต่กลับพบแหล่งรังสีเอกซ์ที่สว่างมากในกลุ่มดาวแมงป่อง ชื่อว่า Scorpius X-1 ซึ่งภายหลังพบว่าเป็นดาวนิวตรอนที่ดูดแก๊สจากดาวคู่ จาคโคนีเป็นผู้นำการสร้างดาวเทียมรังสีเอกซ์ดวงแรก อูฮูรู (ค.ศ. 1970) ซึ่งทำแผนที่แหล่งรังสีเอกซ์ทั่วท้องฟ้า และพบหลักฐานของหลุมดำในระบบดาวคู่ Cygnus X-1 และเป็นผู้ผลักดันกล้องรังสีเอกซ์ที่ใช้กระจกโฟกัสได้ ซึ่งพัฒนาจนเป็นกล้องจันทราในปัจจุบัน

เปิดในเว็บไซต์ NewTutorAstronomy ›

คำศัพท์ในบทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง