รังสีคอสมิก: อนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ
Cosmic rays
อัปเดตล่าสุด
ทุกวินาทีมีอนุภาคจากอวกาศพุ่งชนบรรยากาศโลกด้วยความเร็วเกือบเท่าแสง บางตัวมีพลังงานสูงกว่าที่เครื่องเร่งอนุภาคที่ทรงพลังที่สุดของมนุษย์ทำได้หลายล้านเท่า การค้นหาว่ามันมาจากไหนยังเป็นปริศนาที่ศึกษามากว่าร้อยปี
ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 นักวิทยาศาสตร์พบว่าอากาศแตกตัวเป็นไอออนอย่างต่อเนื่องเล็กน้อย และเชื่อว่ามาจากกัมมันตภาพรังสีในหินบนพื้นดิน ในปี ค.ศ. 1912 วิกเตอร์ เฮสส์ นำเครื่องวัดขึ้นบอลลูนไปสูงกว่าห้ากิโลเมตร และพบว่าการแตกตัวกลับเพิ่มขึ้นตามความสูง แปลว่ารังสีนั้นมาจากอวกาศ เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี ค.ศ. 1936
รังสีคอสมิกคืออะไร
แม้ชื่อจะมีคำว่ารังสี แต่รังสีคอสมิกส่วนใหญ่เป็นอนุภาคที่มีประจุ ราว 90% เป็นโปรตอน ราว 9% เป็นนิวเคลียสฮีเลียม ที่เหลือเป็นนิวเคลียสของธาตุหนักกว่าและอิเล็กตรอน อนุภาคเหล่านี้เคลื่อนที่เร็วเกือบเท่าแสง พลังงานกระจายในช่วงกว้างมาก อนุภาคพลังงานต่ำมีจำนวนมาก ส่วนพลังงานสูงมีน้อยมาก จำนวนลดลงตามพลังงานแบบกฎยกกำลัง พลังงานสูงขึ้นสิบเท่า จำนวนอนุภาคลดลงราวห้าร้อยเท่า
ฝนอนุภาคในบรรยากาศ
เมื่ออนุภาครังสีคอสมิกชนนิวเคลียสในบรรยากาศชั้นบน มันจะแตกเป็นอนุภาคใหม่จำนวนมาก ซึ่งชนต่อ ๆ ไปอีกเป็นลูกโซ่ กลายเป็นฝนอนุภาคที่กระจายกว้างหลายกิโลเมตรเมื่อถึงพื้น อนุภาคที่มาถึงพื้นมากที่สุดคือมิวออน ราวหนึ่งตัวต่อตารางเซนติเมตรต่อนาที มิวออนมีอายุสั้นมาก การที่มันมาถึงพื้นได้เป็นหลักฐานคลาสสิกของการยืดของเวลาในสัมพัทธภาพพิเศษ นักบินและผู้ที่บินบ่อยได้รับรังสีจากรังสีคอสมิกมากกว่าคนบนพื้นดินเล็กน้อย
มาจากไหน
อนุภาคมีประจุถูกสนามแม่เหล็กในดาราจักรเบี่ยงทิศไปมาตลอดทาง ทิศที่มันมาถึงโลกจึงไม่ได้ชี้กลับไปที่แหล่งกำเนิด การระบุแหล่งจึงยากมาก หลักฐานในปัจจุบันชี้ว่า
- พลังงานต่ำที่สุด มาจากดวงอาทิตย์ ระหว่างการลุกจ้าและการปลดปล่อยมวลจากคอโรนา
- พลังงานปานกลาง ส่วนใหญ่ในดาราจักรของเราน่าจะถูกเร่งในคลื่นกระแทกของซากซูเปอร์โนวา อนุภาควิ่งข้ามคลื่นกระแทกไปมาและได้พลังงานเพิ่มทุกครั้ง ภาพจากกล้องรังสีแกมมาสนับสนุนกลไกนี้
- พลังงานสูงที่สุด มีพลังงานเกิน 10²⁰ อิเล็กตรอนโวลต์ เท่ากับพลังงานของลูกเทนนิสที่ตีอย่างแรง อัดอยู่ในอนุภาคเพียงตัวเดียว น่าจะมาจากนอกดาราจักร เช่น นิวเคลียสดาราจักรกัมมันต์ แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ อนุภาคพลังงานสูงสุดที่เคยตรวจพบได้ฉายาว่าอนุภาค "โอ้พระเจ้า" ในปี ค.ศ. 1991
ผลต่อโลกและการเดินทางในอวกาศ
- สนามแม่เหล็กโลกและบรรยากาศปกป้องเราจากรังสีคอสมิกส่วนใหญ่ บางส่วนถูกจับไว้ในแถบรังสีแวนแอลเลน
- รังสีคอสมิกชนไนโตรเจนในบรรยากาศสร้างคาร์บอน-14 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งใช้ในการหาอายุของซากสิ่งมีชีวิต
- สำหรับนักบินอวกาศที่เดินทางไปดาวอังคาร รังสีคอสมิกเป็นอันตรายต่อสุขภาพที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง และป้องกันได้ยากมาก
- รังสีคอสมิกบางครั้งพลิกบิตในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์และดาวเทียม อุปกรณ์อวกาศจึงต้องออกแบบให้ทนทาน
คำศัพท์ในบทความนี้
- cosmic raysรังสีคอสมิก
- muonมิวออน
- supernova remnantซากซูเปอร์โนวา
- Van Allen beltsแถบรังสีแวนอัลเลน
- magnetosphereแมกนีโตสเฟียร์
- active galactic nucleusนิวเคลียสดาราจักรกัมมันต์
บทความที่เกี่ยวข้อง
- สสารระหว่างดาว: อวกาศไม่ได้ว่างเปล่าช่องว่างระหว่างดาวในดาราจักรไม่ได้ว่างเปล่า แต่มีแก๊สและฝุ่นเบาบางกระจายอยู่ทั่ว ในหลายรูปแบบที่ร้อนเย็นต่างกันมาก วัสดุนี้คือวัตถุดิบของดาวรุ่นใหม่ และเป็นที่เก็บธาตุที่ดาวรุ่นเก่าสร้างขึ้นก่อนตาย
- ซูเปอร์โนวาการระเบิดของดาวฤกษ์ที่สว่างกว่าทั้งดาราจักรได้ชั่วขณะ และเป็นโรงงานผลิตธาตุที่ประกอบเป็นตัวเราและโลก
- สัมพัทธภาพพิเศษ: เวลาและระยะทางไม่ได้ตายตัวในปี ค.ศ. 1905 ไอน์สไตน์เริ่มจากสมมติฐานเพียงสองข้อ แล้วได้ข้อสรุปที่เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องเวลาและอวกาศไปตลอดกาล นาฬิกาที่เคลื่อนที่เดินช้าลง ไม้บรรทัดหดสั้น และมวลกับพลังงานเป็นสิ่งเดียวกัน
- แสงออโรราม่านแสงสีเขียวแดงม่วงที่เต้นระบำบนท้องฟ้าขั้วโลก เกิดจากอนุภาคจากดวงอาทิตย์ชนแก๊สในบรรยากาศชั้นบน
- ธาตุต่าง ๆ มาจากไหนไฮโดรเจนในน้ำที่เราดื่มเกิดในบิกแบง คาร์บอนในร่างกายเกิดในดาวฤกษ์ ทองคำในแหวนอาจเกิดจากการชนกันของดาวนิวตรอน บทความนี้ไล่ดูว่าธาตุแต่ละชนิดในตารางธาตุถูกสร้างขึ้นที่ไหนและอย่างไร
- ปฏิสสาร: กระจกเงาของสสารทุกอนุภาคมีคู่แฝดที่มีมวลเท่ากันแต่ประจุตรงข้าม เมื่อสองฝ่ายพบกันจะหายไปกลายเป็นพลังงานล้วน ๆ ปริศนาใหญ่ของจักรวาลวิทยาคือ ทำไมเอกภพที่เกิดจากบิกแบงจึงเหลือแต่สสาร แทบไม่มีปฏิสสารเลย