สสารระหว่างดาว: อวกาศไม่ได้ว่างเปล่า
The interstellar medium
อัปเดตล่าสุด
ช่องว่างระหว่างดาวในดาราจักรไม่ได้ว่างเปล่า แต่มีแก๊สและฝุ่นเบาบางกระจายอยู่ทั่ว ในหลายรูปแบบที่ร้อนเย็นต่างกันมาก วัสดุนี้คือวัตถุดิบของดาวรุ่นใหม่ และเป็นที่เก็บธาตุที่ดาวรุ่นเก่าสร้างขึ้นก่อนตาย
ห้องที่เราอยู่มีโมเลกุลอากาศราว 2.5 × 10²⁵ ตัวต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนอวกาศระหว่างดาวในทางช้างเผือกมีอะตอมเฉลี่ยเพียงราวหนึ่งอะตอมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร เบาบางกว่าสุญญากาศที่ดีที่สุดที่สร้างได้ในห้องทดลองบนโลก แต่เพราะดาราจักรใหญ่มาก แก๊สนี้รวมกันจึงมีมวลราว 10% ถึง 15% ของมวลดาวทั้งหมดในจานของทางช้างเผือก
องค์ประกอบ
โดยมวล สสารระหว่างดาวเป็นไฮโดรเจนราว 70% ฮีเลียมราว 28% และธาตุหนักราว 2% ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปเม็ดฝุ่นขนาดเล็กกว่าไมโครเมตร ทำจากซิลิเกต คาร์บอน และน้ำแข็ง ฝุ่นมีมวลเพียงราวหนึ่งร้อยของแก๊ส แต่บดบังแสงได้มากกว่าแก๊สมาก
หลายสถานะที่อยู่ร่วมกัน
- เมฆโมเลกุล เย็นที่สุด ราว 10 ถึง 20 เคลวิน หนาแน่นที่สุด หลายร้อยถึงหลายล้านโมเลกุลต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ไฮโดรเจนอยู่ในรูปโมเลกุล เป็นที่ที่ดาวเกิด
- แก๊สไฮโดรเจนเป็นกลางที่เย็น ราว 50 ถึง 100 เคลวิน สังเกตได้ด้วยเส้น 21 เซนติเมตร
- แก๊สอุ่น ราวหลายพันเคลวิน ทั้งแบบเป็นกลางและแบบแตกตัว
- บริเวณ H II แก๊สรอบดาวร้อนจัดอายุน้อยที่ถูกรังสีอัลตราไวโอเลตทำให้แตกตัวเป็นไอออน ราว 10,000 เคลวิน เรืองแสงสีชมพูแดงจากเส้นไฮโดรเจนแอลฟา เช่น เนบิวลานายพราน
- แก๊สร้อนจัด ราวหนึ่งล้านเคลวิน เบาบางมาก เกิดจากคลื่นกระแทกของซูเปอร์โนวา ปล่อยรังสีเอกซ์ ระบบสุริยะเองตั้งอยู่ในฟองแก๊สร้อนแบบนี้ที่เรียกว่าฟองท้องถิ่น ซึ่งเกิดจากซูเปอร์โนวาหลายครั้งเมื่อหลายล้านปีก่อน
ฝุ่นทำให้ดาวจางและแดง
ฝุ่นดูดกลืนและกระเจิงแสงสีน้ำเงินมากกว่าสีแดง ดาวที่อยู่หลังเมฆฝุ่นจึงจางลงและแดงขึ้น ในทิศใจกลางทางช้างเผือก ฝุ่นหนาจนแสงที่ตามองเห็นถูกหรี่ลงราว 30 โชติมาตร (หนึ่งในล้านล้านเท่า) นักดาราศาสตร์จึงต้องศึกษาบริเวณนั้นด้วยอินฟราเรดและคลื่นวิทยุ ในทางกลับกัน ฝุ่นที่ถูกแสงดาวส่องจะเปล่งรังสีอินฟราเรดออกมา และเมฆฝุ่นที่บังแสงจากด้านหลังปรากฏเป็นเนบิวลามืด เช่น เนบิวลาหัวม้า
วัฏจักรของสสาร
สสารระหว่างดาวกับดาวฤกษ์หมุนเวียนกันตลอด เมฆโมเลกุลยุบตัวเป็นดาว ดาวสร้างธาตุใหม่ แล้วคืนสสารสู่อวกาศผ่านลมดาว เนบิวลาดาวเคราะห์ และซูเปอร์โนวา คลื่นกระแทกจากซูเปอร์โนวาอัดแก๊สรอบข้างจนเกิดดาวรุ่นใหม่ ทุกรอบของวัฏจักรนี้ทำให้สสารมีธาตุหนักมากขึ้น ดาวและดาวเคราะห์ที่เกิดภายหลังจึงมีวัตถุดิบสำหรับดาวเคราะห์หินและสิ่งมีชีวิตมากขึ้น
เคมีในอวกาศ
ภายในเมฆโมเลกุลที่หนาแน่นและเย็น ซึ่งฝุ่นปกป้องจากรังสีอัลตราไวโอเลต อะตอมรวมตัวกันบนผิวเม็ดฝุ่นเป็นโมเลกุลได้มากมาย ตั้งแต่น้ำ แอมโมเนีย คาร์บอนมอนอกไซด์ ไปจนถึงแอลกอฮอล์และโมเลกุลอินทรีย์ขนาดใหญ่ นักดาราศาสตร์พบโมเลกุลกว่า 300 ชนิดแล้วในอวกาศ
คำศัพท์ในบทความนี้
- interstellar mediumสสารระหว่างดาว
- molecular cloudเมฆโมเลกุล
- H II regionบริเวณเอชทู
- 21-centimeter lineเส้น 21 เซนติเมตร
- extinctionการลดทอนแสง
- Bok globuleโกลบูลบ็อก
- emission nebulaเนบิวลาเปล่งแสง
- reflection nebulaเนบิวลาสะท้อนแสง
- dark nebulaเนบิวลามืด
บทความที่เกี่ยวข้อง
- เนบิวลากลุ่มแก๊สและฝุ่นในอวกาศ ทั้งที่เป็นแหล่งกำเนิดดาวดวงใหม่ และซากที่ดาวทิ้งไว้เมื่อสิ้นอายุ
- มวลยีนส์: ดาวเกิดจากเมฆแก๊สได้อย่างไรเมฆแก๊สในอวกาศจะยุบตัวเป็นดาวได้ก็ต่อเมื่อแรงโน้มถ่วงชนะความดันของแก๊ส เงื่อนไขนี้บอกด้วยมวลยีนส์ ซึ่งขึ้นกับอุณหภูมิและความหนาแน่นของเมฆ และอธิบายว่าทำไมดาวจึงเกิดในเมฆที่เย็นและหนาแน่น
- ดาราศาสตร์วิทยุ: ฟังเสียงของเอกภพคลื่นวิทยุจากอวกาศเผยให้เห็นสิ่งที่แสงธรรมดามองไม่เห็น ทั้งแก๊สไฮโดรเจนเย็น พัลซาร์ เจ็ตจากหลุมดำ และรังสีที่เหลือจากบิกแบง การค้นพบหลายอย่างที่สำคัญที่สุดในดาราศาสตร์มาจากกล้องวิทยุ
- ดาราจักรทางช้างเผือกบ้านของเรา ดาราจักรกังหันมีคานที่มีดาวฤกษ์หลายแสนล้านดวง และมีหลุมดำมวลยวดยิ่งอยู่ใจกลาง
- ธาตุต่าง ๆ มาจากไหนไฮโดรเจนในน้ำที่เราดื่มเกิดในบิกแบง คาร์บอนในร่างกายเกิดในดาวฤกษ์ ทองคำในแหวนอาจเกิดจากการชนกันของดาวนิวตรอน บทความนี้ไล่ดูว่าธาตุแต่ละชนิดในตารางธาตุถูกสร้างขึ้นที่ไหนและอย่างไร
- รังสีคอสมิก: อนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศทุกวินาทีมีอนุภาคจากอวกาศพุ่งชนบรรยากาศโลกด้วยความเร็วเกือบเท่าแสง บางตัวมีพลังงานสูงกว่าที่เครื่องเร่งอนุภาคที่ทรงพลังที่สุดของมนุษย์ทำได้หลายล้านเท่า การค้นหาว่ามันมาจากไหนยังเป็นปริศนาที่ศึกษามากว่าร้อยปี