ธาตุต่าง ๆ มาจากไหน
Where the elements come from
อัปเดตล่าสุด

ไฮโดรเจนในน้ำที่เราดื่มเกิดในบิกแบง คาร์บอนในร่างกายเกิดในดาวฤกษ์ ทองคำในแหวนอาจเกิดจากการชนกันของดาวนิวตรอน บทความนี้ไล่ดูว่าธาตุแต่ละชนิดในตารางธาตุถูกสร้างขึ้นที่ไหนและอย่างไร
คาร์ล เซแกน กล่าวว่า "เราทำมาจากธุลีของดวงดาว" ประโยคนี้เป็นความจริงตามตัวอักษร ธาตุเกือบทุกชนิดที่หนักกว่าฮีเลียมในร่างกายเราถูกสร้างขึ้นภายในดาวฤกษ์ที่ตายไปแล้วก่อนระบบสุริยะจะเกิด
1. บิกแบง: ไฮโดรเจนและฮีเลียม
ในไม่กี่นาทีแรกหลังบิกแบง เอกภพร้อนและหนาแน่นพอให้โปรตอนกับนิวตรอนหลอมรวมกัน แต่ก็ขยายตัวและเย็นลงเร็วมาก ปฏิกิริยาจึงหยุดก่อนจะสร้างธาตุหนักได้ ผลคือไฮโดรเจนราว 75% ฮีเลียมราว 25% โดยมวล และดิวเทอเรียม ฮีเลียม-3 กับลิเทียมเล็กน้อย
2. ดาวฤกษ์ทั่วไป: ไปจนถึงคาร์บอนและออกซิเจน
ดาวฤกษ์หลอมไฮโดรเจนเป็นฮีเลียม เมื่อแกนร้อนถึงราว 100 ล้านเคลวิน ฮีเลียมสามนิวเคลียสหลอมรวมเป็นคาร์บอนผ่านกระบวนการทริปเปิลแอลฟา
คาร์บอนบางส่วนจับฮีเลียมเพิ่มกลายเป็นออกซิเจน ดาวแบบดวงอาทิตย์หยุดที่ขั้นนี้ และพ่นคาร์บอน ไนโตรเจน และธาตุอื่นออกสู่อวกาศผ่านลมดาวและเนบิวลาดาวเคราะห์
3. ดาวมวลมาก: ไปจนถึงเหล็ก
ดาวที่หนักกว่าราว 8 เท่าของดวงอาทิตย์หลอมธาตุต่อไปเป็นชั้น ๆ เหมือนหัวหอม นีออน แมกนีเซียม ซิลิคอน กำมะถัน จนถึงเหล็กและนิกเกิลที่ใจกลาง ธาตุที่มีมวลอะตอมเป็นจำนวนเท่าของ 4 อย่างออกซิเจน นีออน แมกนีเซียม และซิลิคอนมีมากเป็นพิเศษ เพราะสร้างจากการจับนิวเคลียสฮีเลียมทีละตัว เหล็กมีพลังงานยึดเหนี่ยวต่ออนุภาคสูงที่สุด การหลอมเหล็กต่อจึงดูดพลังงานแทนที่จะปล่อย แกนเหล็กไม่มีแหล่งพลังงานต้านแรงโน้มถ่วงอีก และยุบตัวกลายเป็นซูเปอร์โนวา
4. ธาตุที่หนักกว่าเหล็ก: การจับนิวตรอน
นิวตรอนไม่มีประจุ จึงเข้าหานิวเคลียสได้โดยไม่ถูกผลัก นิวเคลียสที่จับนิวตรอนเพิ่มจะกลายเป็นไอโซโทปหนัก แล้วสลายบีตาเปลี่ยนนิวตรอนเป็นโปรตอน เลื่อนขึ้นไปเป็นธาตุถัดไป
- กระบวนการเอส (ช้า) ในดาวยักษ์สาขาเชิงเส้นกำกับ นิวตรอนมาทีละตัวช้า ๆ สร้างธาตุอย่างสตรอนเชียม แบเรียม และตะกั่ว
- กระบวนการอาร์ (เร็ว) ในที่ที่มีนิวตรอนหนาแน่นมาก นิวเคลียสจับนิวตรอนหลายสิบตัวในเวลาไม่ถึงวินาที สร้างธาตุหนักที่สุด เช่น ทองคำ แพลทินัม และยูเรเนียม การชนกันของดาวนิวตรอนเป็นแหล่งที่ยืนยันแล้ว เพราะเมื่อปี ค.ศ. 2017 พบเส้นสเปกตรัมของธาตุหนักในกิโลโนวาที่เกิดพร้อมคลื่นความโน้มถ่วง GW170817
5. รังสีคอสมิก: ลิเทียม เบริลเลียม และโบรอน
ธาตุเบาสามชนิดนี้ถูกทำลายในดาวฤกษ์แทนที่จะถูกสร้าง ส่วนใหญ่เกิดเมื่อรังสีคอสมิกพุ่งชนนิวเคลียสคาร์บอนและออกซิเจนในอวกาศจนแตกออกเป็นชิ้นเล็ก
ธาตุหนักสะสมมากขึ้นตามเวลา
ดาวแต่ละรุ่นคืนธาตุที่สร้างขึ้นสู่แก๊สระหว่างดาว ดาวรุ่นต่อไปจึงเกิดจากแก๊สที่มีธาตุหนักมากขึ้น นักดาราศาสตร์เรียกสัดส่วนธาตุที่หนักกว่าฮีเลียมว่าโลหภาพ ดวงอาทิตย์มีโลหภาพราว 1.4% ส่วนดาวที่แก่ที่สุดในฮาโลของทางช้างเผือกมีน้อยกว่านั้นหลายพันเท่า
คำศัพท์ในบทความนี้
- nucleosynthesisการสังเคราะห์นิวเคลียส
- Big Bang nucleosynthesisการสังเคราะห์นิวเคลียสยุคบิกแบง
- triple-alpha processกระบวนการทริปเปิลแอลฟา
- alpha processกระบวนการแอลฟา
- s-processกระบวนการเอส
- r-processกระบวนการอาร์
- kilonovaกิโลโนวา
- metallicityความเป็นโลหะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ทฤษฎีบิกแบงเอกภพเริ่มจากสภาวะที่ร้อนและหนาแน่นมากเมื่อราว 13,800 ล้านปีก่อน และขยายตัวมาจนถึงทุกวันนี้
- ดาวฤกษ์ผลิตพลังงานได้อย่างไรในแกนของดาวฤกษ์ ไฮโดรเจนหลอมรวมเป็นฮีเลียม มวลส่วนหนึ่งหายไปกลายเป็นพลังงานตามสมการ E = mc²
- ซูเปอร์โนวาการระเบิดของดาวฤกษ์ที่สว่างกว่าทั้งดาราจักรได้ชั่วขณะ และเป็นโรงงานผลิตธาตุที่ประกอบเป็นตัวเราและโลก
- กิโลโนวา: เมื่อดาวนิวตรอนชนกันและสร้างทองคำในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2017 นักวิทยาศาสตร์ตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงจากดาวนิวตรอนสองดวงที่ชนกัน แล้วกล้องทั่วโลกก็หันไปเห็นแสงจากการชนนั้นได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เหตุการณ์ครั้งเดียวนี้ตอบคำถามที่ค้างมานานหลายข้อ รวมทั้งว่าทองคำมาจากไหน
- วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ดาวฤกษ์เกิด เติบโต และตาย มวลตั้งต้นเป็นตัวกำหนดเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่อายุขัยไปจนถึงซากที่เหลือ
- E = mc²: มวลคือพลังงานที่อัดแน่นสมการที่โด่งดังที่สุดในฟิสิกส์บอกว่ามวลเล็กน้อยเท่ากับพลังงานมหาศาล หลักการนี้อธิบายว่าดวงอาทิตย์ส่องแสงได้อย่างไร ทำไมนิวเคลียสหนักน้อยกว่าผลรวมของชิ้นส่วน และทำไมไม่มีอะไรเร่งให้เร็วเท่าแสงได้