โนเบล 1936: รังสีคอสมิก ฝนอนุภาคจากอวกาศ
Nobel Prize 1936: Hess, Anderson and cosmic rays
อัปเดตล่าสุด

วิกเตอร์ เฮสส์ ขึ้นบอลลูนไปวัดรังสีที่ความสูงกว่าห้ากิโลเมตร แล้วพบว่ามีรังสีลึกลับพุ่งเข้ามาจากอวกาศตลอดเวลา ส่วนคาร์ล แอนเดอร์สัน ใช้รังสีนี้ค้นพบปฏิสสารชนิดแรก
รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี ค.ศ. 1936 แบ่งกันคนละครึ่ง ครึ่งแรกมอบให้ วิกเตอร์ เฮสส์ นักฟิสิกส์ชาวออสเตรีย "สำหรับการค้นพบรังสีคอสมิก" อีกครึ่งมอบให้ คาร์ล แอนเดอร์สัน นักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน "สำหรับการค้นพบโพซิตรอน" สองผลงานนี้เกี่ยวโยงกัน เพราะแอนเดอร์สันพบโพซิตรอนในรังสีที่เฮสส์ค้นพบนั่นเอง
ปริศนาอากาศที่นำไฟฟ้า
ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 นักฟิสิกส์สังเกตว่าเครื่องวัดประจุไฟฟ้าค่อย ๆ คายประจุเองแม้ปิดไว้อย่างดี แสดงว่ามีรังสีบางอย่างทำให้อากาศแตกตัวเป็นไอออนอยู่ตลอด ความเชื่อในตอนนั้นคือรังสีมาจากธาตุกัมมันตรังสีในหินและดิน ถ้าเป็นเช่นนั้นรังสีควรลดลงเมื่อขึ้นไปสูง แต่ เทโอดอร์ วูล์ฟ ที่วัดบนยอดหอไอเฟลในปี ค.ศ. 1910 กลับพบว่ารังสีลดลงน้อยกว่าที่คาดมาก
บอลลูนของเฮสส์
ในปี ค.ศ. 1911 ถึง 1912 เฮสส์ขึ้นบอลลูนพร้อมเครื่องวัดหลายเที่ยว เที่ยวที่สำคัญที่สุดคือวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 1912 ซึ่งขึ้นไปได้สูงราว 5,300 เมตร เขาพบว่ารังสีลดลงเล็กน้อยในช่วงแรก แต่เมื่อสูงเกินราวหนึ่งกิโลเมตร รังสีกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนที่ความสูงสุดมีมากกว่าที่ระดับพื้นดินหลายเท่า เขาสรุปว่ารังสีที่ทะลุทะลวงสูงมากนี้เข้ามาจากนอกบรรยากาศ
เฮสส์ยังขึ้นบอลลูนในตอนกลางคืน และในวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 1912 ระหว่างที่ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์เกือบหมด รังสีไม่ได้ลดลงเลย แสดงว่าแหล่งหลักของรังสีไม่ใช่ดวงอาทิตย์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1925 โรเบิร์ต มิลลิแกน ตั้งชื่อว่า "รังสีคอสมิก" ซึ่งเป็นชื่อที่ชวนเข้าใจผิดอยู่บ้าง เพราะภายหลังพบว่ามันส่วนใหญ่เป็นอนุภาคมีประจุ ไม่ใช่รังสีแบบแสง ราวร้อยละ 90 เป็นโปรตอน ราวร้อยละ 9 เป็นนิวเคลียสฮีเลียม ที่เหลือเป็นนิวเคลียสที่หนักกว่า
ฝนอนุภาคในบรรยากาศ
อนุภาคจากอวกาศแทบไม่มีตัวไหนลงมาถึงพื้นโดยตรง เมื่อมันชนนิวเคลียสในบรรยากาศชั้นบน พลังงานจะแตกออกเป็นอนุภาคใหม่จำนวนมาก แต่ละตัวชนต่อเป็นทอด ๆ กลายเป็นฝนอนุภาคที่แผ่กว้างหลายตารางกิโลเมตร สิ่งที่ถึงพื้นส่วนใหญ่คือมิวออน ซึ่งผ่านตัวเราราวหนึ่งตัวต่อตารางเซนติเมตรต่อนาที
รังสีคอสมิกที่มีพลังงานสูงที่สุดเท่าที่เคยวัดได้ตรวจพบในปี ค.ศ. 1991 มีพลังงานราว 3 × 10²⁰ อิเล็กตรอนโวลต์ หรือราว 50 จูล
เทียบเท่าพลังงานของลูกเบสบอลที่ขว้างด้วยความเร็วราว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่อัดอยู่ในอนุภาคเดียวที่เล็กกว่าอะตอม นักฟิสิกส์ตั้งชื่อเล่นว่า "อนุภาคโอ้มายก็อด" แหล่งกำเนิดของอนุภาคพลังงานสูงขนาดนี้ยังเป็นคำถามที่เปิดอยู่
แอนเดอร์สันกับปฏิสสาร
ในปี ค.ศ. 1932 แอนเดอร์สันถ่ายภาพรอยทางของอนุภาคจากรังสีคอสมิกในห้องหมอกที่วางอยู่ในสนามแม่เหล็ก แล้วพบรอยทางที่โค้งไปในทิศของประจุบวก แต่มีมวลเท่าอิเล็กตรอน นี่คือโพซิตรอน ปฏิอนุภาคของอิเล็กตรอน ที่ พอล ดิแรก ทำนายไว้จากทฤษฎีไม่กี่ปีก่อนหน้า เป็นหลักฐานแรกว่าปฏิสสารมีอยู่จริง แอนเดอร์สันได้รับรางวัลเมื่ออายุเพียง 31 ปี และในปีเดียวกันนั้นเองเขากับ เซท เนดเดอร์เมเยอร์ เพื่อนร่วมงาน ก็ค้นพบมิวออนในรังสีคอสมิก รังสีคอสมิกจึงเป็นเหมือนเครื่องเร่งอนุภาคธรรมชาติที่นักฟิสิกส์ใช้ค้นหาอนุภาคใหม่ ก่อนที่จะมีเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่บนพื้นโลก
คำศัพท์ในบทความนี้
- Victor Hessวิกเตอร์ เฮสส์
- Carl Andersonคาร์ล แอนเดอร์สัน
- air showerฝนอนุภาคในบรรยากาศ
- cosmic raysรังสีคอสมิก
- positronโพซิตรอน
- muonมิวออน
บทความที่เกี่ยวข้อง
- รังสีคอสมิก: อนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศทุกวินาทีมีอนุภาคจากอวกาศพุ่งชนบรรยากาศโลกด้วยความเร็วเกือบเท่าแสง บางตัวมีพลังงานสูงกว่าที่เครื่องเร่งอนุภาคที่ทรงพลังที่สุดของมนุษย์ทำได้หลายล้านเท่า การค้นหาว่ามันมาจากไหนยังเป็นปริศนาที่ศึกษามากว่าร้อยปี
- ปฏิสสาร: กระจกเงาของสสารทุกอนุภาคมีคู่แฝดที่มีมวลเท่ากันแต่ประจุตรงข้าม เมื่อสองฝ่ายพบกันจะหายไปกลายเป็นพลังงานล้วน ๆ ปริศนาใหญ่ของจักรวาลวิทยาคือ ทำไมเอกภพที่เกิดจากบิกแบงจึงเหลือแต่สสาร แทบไม่มีปฏิสสารเลย
- อนุภาคมูลฐานและแบบจำลองมาตรฐานทุกสิ่งที่เรามองเห็น ตั้งแต่ร่างกายเราไปจนถึงดาวฤกษ์ ประกอบขึ้นจากอนุภาคมูลฐานไม่กี่ชนิด แบบจำลองมาตรฐานจัดอนุภาคเหล่านี้เป็นตารางเดียว และอธิบายแรงสามในสี่แรงพื้นฐานของธรรมชาติได้อย่างแม่นยำ
- รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์กับดาราศาสตร์รวมรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ที่มอบให้การค้นพบทางดาราศาสตร์ ตั้งแต่รังสีคอสมิกในปี ค.ศ. 1936 ไปจนถึงนิวทริโนพลังงานสูงจากนอกทางช้างเผือกในปี ค.ศ. 2026 พร้อมเรื่องเบื้องหลังของรางวัล