หน้าหลัก › บทความดาราศาสตร์ › รางวัลโนเบล
รางวัลโนเบล
รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์กับดาราศาสตร์
Nobel Prizes in astronomy and astrophysics
อัปเดตล่าสุด

รวมรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ที่มอบให้การค้นพบทางดาราศาสตร์ ตั้งแต่รังสีคอสมิกในปี ค.ศ. 1936 ไปจนถึงนิวทริโนพลังงานสูงจากนอกทางช้างเผือกในปี ค.ศ. 2026 พร้อมเรื่องเบื้องหลังของรางวัล
รางวัลโนเบลไม่มีสาขาดาราศาสตร์โดยตรง แต่การค้นพบทางดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ได้รับรางวัลสาขาฟิสิกส์หลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงหลังที่ดาราศาสตร์กลายเป็นห้องทดลองของฟิสิกส์พื้นฐาน รายการด้านล่างสรุปเฉพาะรางวัลที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์ชัดเจน กดที่ปีเพื่ออ่านบทความเจาะลึกของรางวัลนั้น
- ค.ศ. 1936 วิกเตอร์ เฮสส์ ค้นพบรังสีคอสมิก จากการขึ้นบอลลูนวัดรังสีที่ความสูงต่าง ๆ ในปี ค.ศ. 1912 พบว่ารังสีเพิ่มขึ้นเมื่อสูงขึ้น จึงต้องมาจากอวกาศ (ได้รับร่วมกับคาร์ล แอนเดอร์สัน ผู้ค้นพบโพซิตรอน)
- ค.ศ. 1967 ฮันส์ เบเธ อธิบายปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่ผลิตพลังงานในดาวฤกษ์
- ค.ศ. 1970 ฮันเนส อัลฟ์เวน พัฒนาฟิสิกส์ของพลาสมาในสนามแม่เหล็ก (แมกนีโตไฮโดรไดนามิกส์) ซึ่งใช้อธิบายดวงอาทิตย์ ลมสุริยะ และแสงออโรรา
- ค.ศ. 1974 มาร์ติน ไรล์ พัฒนาเทคนิคสังเคราะห์ช่องรับแสงในดาราศาสตร์วิทยุ และแอนโทนี ฮิววิช สำหรับบทบาทในการค้นพบพัลซาร์ ผู้สังเกตพบจริงคือโจสลิน เบลล์ เบอร์เนลล์ ซึ่งไม่ได้รับรางวัล
- ค.ศ. 1978 อาร์โน เพนเซียส และโรเบิร์ต วิลสัน ค้นพบรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพ
- ค.ศ. 1983 สุพรหมัณยัน จันทรเศขร ศึกษาโครงสร้างและวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ และวิลเลียม ฟาวเลอร์ ศึกษาปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่สร้างธาตุในเอกภพ
- ค.ศ. 1993 รัสเซลล์ ฮัลส์ และโจเซฟ เทย์เลอร์ ค้นพบพัลซาร์คู่ ซึ่งเป็นหลักฐานทางอ้อมชิ้นแรกของคลื่นความโน้มถ่วง
- ค.ศ. 2002 เรย์มอนด์ เดวิส และมาซาโตชิ โคชิบะ บุกเบิกการตรวจนิวทริโนจากอวกาศ และริคคาร์โด จาคโคนี บุกเบิกดาราศาสตร์รังสีเอกซ์
- ค.ศ. 2006 จอห์น เมเธอร์ และจอร์จ สมูท วัดสเปกตรัมแบบวัตถุดำและความไม่สม่ำเสมอของรังสีไมโครเวฟพื้นหลังด้วยดาวเทียม COBE
- ค.ศ. 2011 ซอล เพิร์ลมัตเตอร์ ไบรอัน ชมิดต์ และอดัม รีส ค้นพบว่าการขยายตัวของเอกภพกำลังเร่งขึ้น
- ค.ศ. 2015 ทากาอากิ คาจิตะ และอาร์เทอร์ แมคโดนัลด์ ค้นพบการแกว่งของนิวทริโน ซึ่งไขปริศนานิวทริโนจากดวงอาทิตย์
- ค.ศ. 2017 ไรเนอร์ ไวส์ แบร์รี แบริช และคิป ธอร์น สำหรับ LIGO และการตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วง
- ค.ศ. 2019 เจมส์ พีเบิลส์ สำหรับผลงานจักรวาลวิทยาเชิงทฤษฎี และมิเชล มายอร์ กับดิดิเยร์ เกโลซ สำหรับการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบรอบดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์
- ค.ศ. 2020 โรเจอร์ เพนโรส แสดงว่าการเกิดหลุมดำเป็นผลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป และไรน์ฮาร์ด เกนเซล กับแอนเดรีย เกซ ค้นพบวัตถุมวลยวดยิ่งใจกลางทางช้างเผือก
- ค.ศ. 2026 ฟรานซิส ฮัลเซน สำหรับหอสังเกตการณ์นิวทริโนไอซ์คิวบ์ใต้น้ำแข็งขั้วโลกใต้ และการค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงจากนอกระบบสุริยะ
ข้อสังเกต
- แอนเดรีย เกซ เป็นผู้หญิงคนที่สี่ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์
- กรณีของโจสลิน เบลล์ เบอร์เนลล์ ถูกยกเป็นตัวอย่างบ่อยครั้งเมื่อพูดถึงการยอมรับผลงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์และผู้หญิง ในปี ค.ศ. 2018 เธอได้รับรางวัล Breakthrough Prize และบริจาคเงินรางวัลทั้งหมดเป็นทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาฟิสิกส์กลุ่มที่ได้รับโอกาสน้อย
- เอ็ดวิน ฮับเบิล ผู้ค้นพบว่าเอกภพขยายตัว ไม่เคยได้รับรางวัลโนเบล เพราะในยุคของเขา ดาราศาสตร์ยังไม่ถูกนับเป็นสาขาหนึ่งของฟิสิกส์ คณะกรรมการเริ่มพิจารณาดาราศาสตร์ก็ไม่นานก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1953 และรางวัลโนเบลไม่มอบให้ผู้ที่เสียชีวิตแล้ว
คำศัพท์ในบทความนี้
- Alfred Nobelอัลเฟรด โนเบล
- Subrahmanyan Chandrasekharสุพรหมัณยัน จันทรเศขร
- Edwin Hubbleเอ็ดวิน ฮับเบิล
- X-ray astronomyดาราศาสตร์รังสีเอกซ์
- radio astronomyดาราศาสตร์วิทยุ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- โนเบล 2026: ไอซ์คิวบ์ กล้องโทรทรรศน์นิวทริโนในน้ำแข็งขั้วโลกใต้ฟรานซิส ฮัลเซน เปลี่ยนน้ำแข็งหนึ่งลูกบาศก์กิโลเมตรใต้ขั้วโลกใต้ให้เป็นเครื่องจับนิวทริโน และนำไปสู่การค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงที่เดินทางมาจากนอกระบบสุริยะไกลถึงดาราจักรอื่น
- โนเบล 2020: หลุมดำ จากทฤษฎีสู่การพิสูจน์รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี ค.ศ. 2020 มอบให้นักคณิตศาสตร์ผู้พิสูจน์ว่าหลุมดำต้องเกิดขึ้นได้จริงตามสัมพัทธภาพทั่วไป และนักดาราศาสตร์สองทีมที่ใช้เวลาหลายทศวรรษพิสูจน์ว่าใจกลางทางช้างเผือกมีหลุมดำมวลยวดยิ่ง
- โนเบล 2017: การตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงหนึ่งร้อยปีหลังไอน์สไตน์ทำนายคลื่นความโน้มถ่วง นักวิทยาศาสตร์ตรวจจับมันได้โดยตรงเป็นครั้งแรกจากหลุมดำสองดวงที่ชนกันห่างไปกว่าพันล้านปีแสง รางวัลโนเบลปี ค.ศ. 2017 มอบให้สามผู้นำที่ทำให้ความสำเร็จนี้เกิดขึ้น
- รังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพแสงที่เก่าแก่ที่สุดในเอกภพ ปล่อยออกมาเมื่อเอกภพอายุราว 380,000 ปี และยังมาถึงเราจากทุกทิศทุกเวลา
- พลังงานมืดสิ่งลึกลับที่ทำให้การขยายตัวของเอกภพเร่งขึ้น และเป็นองค์ประกอบใหญ่ที่สุดของเอกภพ ราวสองในสาม
- ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่น ค้นพบแล้วหลายพันดวง และหลายดวงแปลกกว่าที่เคยจินตนาการไว้