โนเบล 2020: หลุมดำ จากทฤษฎีสู่การพิสูจน์
Nobel Prize 2020: Penrose, Genzel and Ghez
อัปเดตล่าสุด
รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี ค.ศ. 2020 มอบให้นักคณิตศาสตร์ผู้พิสูจน์ว่าหลุมดำต้องเกิดขึ้นได้จริงตามสัมพัทธภาพทั่วไป และนักดาราศาสตร์สองทีมที่ใช้เวลาหลายทศวรรษพิสูจน์ว่าใจกลางทางช้างเผือกมีหลุมดำมวลยวดยิ่ง
รางวัลครึ่งหนึ่งมอบให้ โรเจอร์ เพนโรส "สำหรับการค้นพบว่าการเกิดหลุมดำเป็นการทำนายที่หนักแน่นของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป" อีกครึ่งหนึ่งมอบร่วมกันให้ ไรน์ฮาร์ด เกนเซล และ แอนเดรีย เกซ "สำหรับการค้นพบวัตถุอัดแน่นมวลยวดยิ่งที่ใจกลางดาราจักรของเรา"
เพนโรส: หลุมดำหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลเฉลยของชวาร์ซชิลด์ในปี ค.ศ. 1916 บรรยายหลุมดำได้ แต่เป็นกรณีอุดมคติ คือทรงกลมสมบูรณ์ที่ไม่หมุน หลายคนรวมทั้งไอน์สไตน์เองสงสัยว่าในธรรมชาติที่ไม่สมมาตร สสารที่ยุบตัวอาจเฉียดกันไปและเด้งกลับออกมา หลุมดำจึงอาจไม่เกิดขึ้นจริง
ในปี ค.ศ. 1965 เพนโรสนำวิธีทางคณิตศาสตร์แบบใหม่ที่ดูโครงสร้างของกาลอวกาศโดยรวม (โทโพโลยี) มาใช้ และพิสูจน์ว่าเมื่อสสารยุบตัวจนเกิดพื้นผิวที่แสงทุกทิศถูกบังคับให้เคลื่อนเข้าด้านใน (พื้นผิวที่ถูกกักไว้) ภาวะเอกฐานจะต้องเกิดขึ้นเสมอ ไม่ว่ารูปร่างของการยุบตัวจะไม่สมมาตรเพียงใด ทฤษฎีบทภาวะเอกฐานนี้ ซึ่งต่อมาพัฒนาร่วมกับสตีเฟน ฮอว์คิง ยังนำไปใช้กับจุดเริ่มต้นของเอกภพด้วย ฮอว์คิงเสียชีวิตในปี ค.ศ. 2018 จึงไม่ได้รับรางวัลนี้ เพราะรางวัลโนเบลไม่มอบให้ผู้ที่เสียชีวิตแล้ว
เกนเซลและเกซ: ดาวที่โคจรรอบความว่างเปล่า
สองทีมแข่งกันมาตั้งแต่ต้นคริสต์ทศวรรษ 1990 ทีมของเกนเซลใช้กล้องของหอดูดาวยุโรปซีกใต้ในชิลี ทีมของเกซใช้กล้องเคกขนาด 10 เมตรในฮาวาย ทั้งคู่ต้องเอาชนะสองอุปสรรคใหญ่ คือฝุ่นที่บังใจกลางดาราจักร (แก้ด้วยการสังเกตในอินฟราเรด) และบรรยากาศที่ทำให้ภาพพร่ามัว (แก้ด้วยเทคนิคถ่ายภาพเร็วจำนวนมาก และต่อมาด้วยระบบทัศนศาสตร์ปรับตัว)
ทั้งสองทีมติดตามตำแหน่งของดาวนับสิบดวงรอบใจกลางดาราจักรปีแล้วปีเล่า และพบว่าดาวเหล่านั้นโคจรเป็นวงรีรอบจุดเดียวกันที่ไม่มีอะไรมองเห็นได้ ดาว S2 โคจรครบหนึ่งรอบในราว 16 ปี ซึ่งบอกมวลของวัตถุใจกลางได้ราวสี่ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ ในพื้นที่ที่เล็กกว่าระบบสุริยะ ไม่มีคำอธิบายอื่นนอกจากหลุมดำมวลยวดยิ่ง ผลของทั้งสองทีมที่ทำงานแยกกันสอดคล้องกันเป็นอย่างดี
แอนเดรีย เกซ เป็นผู้หญิงคนที่สี่ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ต่อจาก มารี กูรี มารีอา เกิพเพิร์ต-เมเยอร์ และ ดอนนา สตริกแลนด์ สองปีต่อมา ในปี ค.ศ. 2022 กล้อง Event Horizon Telescope เผยภาพแรกของเงาของหลุมดำนี้
คำศัพท์ในบทความนี้
- Roger Penroseโรเจอร์ เพนโรส
- Reinhard Genzelไรน์ฮาร์ด เกนเซล
- Andrea Ghezแอนเดรีย เกซ
- singularityภาวะเอกฐาน
- supermassive black holeหลุมดำมวลยวดยิ่ง
- Sagittarius A*แซจิแทเรียสเอสตาร์
- adaptive opticsทัศนศาสตร์ปรับตัว
บทความที่เกี่ยวข้อง
- หลุมดำบริเวณที่แรงโน้มถ่วงรุนแรงจนแม้แต่แสงก็หนีออกมาไม่ได้ ตั้งแต่ซากดาวฤกษ์ไปจนถึงยักษ์ใจกลางดาราจักรที่มีมวลหลายพันล้านเท่าดวงอาทิตย์
- Sgr A*: หลุมดำมวลยวดยิ่งใจกลางทางช้างเผือกห่างออกไปราว 26,000 ปีแสงในทิศกลุ่มดาวคนยิงธนู มีวัตถุที่หนักกว่าดวงอาทิตย์สี่ล้านเท่าอยู่ในพื้นที่ที่เล็กกว่าวงโคจรของดาวพุธ นักดาราศาสตร์ใช้เวลาเกือบสามสิบปีติดตามดาวที่โคจรรอบมัน จนพิสูจน์ได้ว่ามันคือหลุมดำ
- รัศมีชวาร์ซชิลด์และขอบฟ้าเหตุการณ์ทุกมวลมีขนาดวิกฤตที่ถ้าถูกบีบให้เล็กกว่านั้นจะกลายเป็นหลุมดำ สำหรับโลกคือขนาดเท่าลูกแก้ว สำหรับดวงอาทิตย์คือราวสามกิโลเมตร ขอบเขตนี้คือขอบฟ้าเหตุการณ์ที่ไม่มีสิ่งใดหนีกลับออกมาได้
- สัมพัทธภาพทั่วไป: แรงโน้มถ่วงคือความโค้งของกาลอวกาศไอน์สไตน์ใช้เวลาสิบปีหลังสัมพัทธภาพพิเศษเพื่อหาคำอธิบายใหม่ของแรงโน้มถ่วง ผลคือทฤษฎีที่บอกว่ามวลทำให้กาลอวกาศโค้ง และวัตถุเคลื่อนที่ตามความโค้งนั้น ทฤษฎีนี้ทำนายหลุมดำ คลื่นความโน้มถ่วง และเอกภพที่ขยายตัว
- รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์กับดาราศาสตร์รวมรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ที่มอบให้การค้นพบทางดาราศาสตร์ ตั้งแต่รังสีคอสมิกในปี ค.ศ. 1936 ไปจนถึงนิวทริโนพลังงานสูงจากนอกทางช้างเผือกในปี ค.ศ. 2026 พร้อมเรื่องเบื้องหลังของรางวัล