Sgr A*: หลุมดำมวลยวดยิ่งใจกลางทางช้างเผือก
Sagittarius A*
อัปเดตล่าสุด

ห่างออกไปราว 26,000 ปีแสงในทิศกลุ่มดาวคนยิงธนู มีวัตถุที่หนักกว่าดวงอาทิตย์สี่ล้านเท่าอยู่ในพื้นที่ที่เล็กกว่าวงโคจรของดาวพุธ นักดาราศาสตร์ใช้เวลาเกือบสามสิบปีติดตามดาวที่โคจรรอบมัน จนพิสูจน์ได้ว่ามันคือหลุมดำ
ใจกลางทางช้างเผือกซ่อนอยู่หลังเมฆฝุ่นหนาจนแสงที่ตามองเห็นผ่านมาไม่ถึงเลย ต้องสังเกตด้วยคลื่นวิทยุ อินฟราเรด และรังสีเอกซ์ ในปี ค.ศ. 1974 บรูซ บาลิก และ โรเบิร์ต บราวน์ พบแหล่งคลื่นวิทยุขนาดเล็กมากที่ใจกลาง ซึ่งภายหลังตั้งชื่อว่าแซจิทาเรียส เอ สตาร์ (Sgr A*)
ชั่งน้ำหนักด้วยวงโคจรของดาว
ตั้งแต่ต้นคริสต์ทศวรรษ 1990 สองทีมนำโดย ไรน์ฮาร์ด เกนเซล ในยุโรป และ แอนเดรีย เกซ ในสหรัฐอเมริกา ใช้กล้องอินฟราเรดขนาดใหญ่และระบบทัศนศาสตร์ปรับตัวติดตามตำแหน่งของดาวรอบ Sgr A* ปีแล้วปีเล่า ดาวหลายสิบดวงโคจรเป็นวงรีรอบจุดเดียวกัน ดาวที่สำคัญที่สุดชื่อ S2 มีคาบราว 16 ปี เข้าใกล้ใจกลางที่สุดเพียงราว 120 หน่วยดาราศาสตร์ ด้วยความเร็วราว 7,700 กิโลเมตรต่อวินาที เมื่อรู้ขนาดวงโคจรและคาบ กฎข้อที่สามของเคปเลอร์ให้มวลของวัตถุใจกลาง
มวลราวสี่ล้านเท่าของดวงอาทิตย์อัดอยู่ในพื้นที่ที่เล็กกว่าระยะใกล้สุดของ S2 ไม่มีกระจุกดาวหรือวัตถุแบบอื่นใดที่จะอัดแน่นได้ขนาดนี้และคงอยู่ได้ คำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้คือหลุมดำ งานนี้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี ค.ศ. 2020
ทดสอบสัมพัทธภาพทั่วไป
ในปี ค.ศ. 2018 เมื่อ S2 ผ่านจุดใกล้ที่สุด ทีมของเกนเซลวัดได้ว่าแสงจากดาวถูกเลื่อนทางแดงเพราะแรงโน้มถ่วงตรงตามที่สัมพัทธภาพทั่วไปทำนาย และในปี ค.ศ. 2020 พบว่าวงโคจรของ S2 ควงไปเหมือนวงโคจรของดาวพุธรอบดวงอาทิตย์ ตามที่ทฤษฎีของไอน์สไตน์ทำนายเช่นกัน
ภาพของเงาหลุมดำ
รัศมีชวาร์ซชิลด์ของ Sgr A* ราว 12 ล้านกิโลเมตร ที่ระยะ 26,000 ปีแสง เงาของมันจึงมีขนาดปรากฏราว 50 ไมโครพิลิปดา เทียบเท่ากับขนาดของโดนัทบนดวงจันทร์เมื่อมองจากโลก ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2022 เครือข่าย Event Horizon Telescope เผยภาพวงแหวนเรืองแสงรอบเงามืดของ Sgr A* ได้สำเร็จ ภาพนี้ถ่ายยากกว่าภาพ M87* เพราะ Sgr A* เล็กกว่ามาก แก๊สรอบ ๆ จึงโคจรรอบครบในเวลาเพียงไม่กี่นาที ภาพเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ระหว่างการสังเกต
หลุมดำที่ค่อนข้างเงียบ
เมื่อเทียบกับหลุมดำใจกลางควอซาร์ Sgr A* เงียบมาก มันกลืนแก๊สในอัตราต่ำ จึงสว่างน้อยกว่าขีดจำกัดเอดดิงตันหลายพันล้านเท่า แต่ก็มีแสงวาบในย่านรังสีเอกซ์และอินฟราเรดเกือบทุกวัน และมีหลักฐานว่าเมื่อหลายล้านปีก่อน มันเคยลุกโชนรุนแรงจนพ่นฟองแก๊สร้อนขนาดใหญ่ขึ้นเหนือและใต้ระนาบดาราจักร ซึ่งเห็นได้ในรังสีแกมมาเป็นฟองแฟร์มี
คำศัพท์ในบทความนี้
- Sagittarius A*แซจิแทเรียสเอสตาร์
- supermassive black holeหลุมดำมวลยวดยิ่ง
- Galactic Centerใจกลางดาราจักร
- Event Horizon Telescopeกล้องโทรทรรศน์ขอบฟ้าเหตุการณ์ (EHT)
- Schwarzschild radiusรัศมีชวาร์ซชิลด์
- Kepler's lawsกฎของเคปเลอร์
บทความที่เกี่ยวข้อง
- หลุมดำบริเวณที่แรงโน้มถ่วงรุนแรงจนแม้แต่แสงก็หนีออกมาไม่ได้ ตั้งแต่ซากดาวฤกษ์ไปจนถึงยักษ์ใจกลางดาราจักรที่มีมวลหลายพันล้านเท่าดวงอาทิตย์
- ดาราจักรทางช้างเผือกบ้านของเรา ดาราจักรกังหันมีคานที่มีดาวฤกษ์หลายแสนล้านดวง และมีหลุมดำมวลยวดยิ่งอยู่ใจกลาง
- รัศมีชวาร์ซชิลด์และขอบฟ้าเหตุการณ์ทุกมวลมีขนาดวิกฤตที่ถ้าถูกบีบให้เล็กกว่านั้นจะกลายเป็นหลุมดำ สำหรับโลกคือขนาดเท่าลูกแก้ว สำหรับดวงอาทิตย์คือราวสามกิโลเมตร ขอบเขตนี้คือขอบฟ้าเหตุการณ์ที่ไม่มีสิ่งใดหนีกลับออกมาได้
- อินเทอร์เฟอโรเมทรี: สร้างกล้องขนาดเท่าโลกกล้องขนาดใหญ่เท่าโลกสร้างไม่ได้ แต่ถ้านำกล้องหลายตัวที่อยู่ห่างกันมาทำงานร่วมกัน ก็แยกรายละเอียดได้ละเอียดเท่ากล้องขนาดเท่าระยะห่างนั้น เทคนิคนี้คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์ถ่ายภาพเงาของหลุมดำได้เป็นครั้งแรก
- โนเบล 2020: หลุมดำ จากทฤษฎีสู่การพิสูจน์รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี ค.ศ. 2020 มอบให้นักคณิตศาสตร์ผู้พิสูจน์ว่าหลุมดำต้องเกิดขึ้นได้จริงตามสัมพัทธภาพทั่วไป และนักดาราศาสตร์สองทีมที่ใช้เวลาหลายทศวรรษพิสูจน์ว่าใจกลางทางช้างเผือกมีหลุมดำมวลยวดยิ่ง
- กลศาสตร์วงโคจร: พลังงาน วงรี และสมการวิสไววาทุกอย่างที่โคจรในอวกาศ ตั้งแต่ดาวเทียมไปจนถึงดาวหาง ทำตามกฎชุดเดียวกัน ความเร็ว ณ ตำแหน่งใดบนวงโคจรหาได้จากสมการเดียวที่เชื่อมระยะทางกับขนาดของวงโคจร