โนเบล 1978: เสียงฟู่ที่กลายเป็นแสงแรกของเอกภพ
Nobel Prize 1978: discovering the cosmic microwave background
อัปเดตล่าสุด

สองวิศวกรวิทยุพยายามกำจัดเสียงรบกวนจาง ๆ ที่มาจากทุกทิศบนท้องฟ้า ถึงขั้นไล่นกพิราบออกจากเสาอากาศ แต่เสียงก็ไม่หายไป สิ่งที่พวกเขาพบโดยบังเอิญคือแสงที่เหลือจากบิกแบง
รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี ค.ศ. 1978 ครึ่งหนึ่งมอบร่วมกันให้ อาร์โน เพนเซียส และ โรเบิร์ต วิลสัน "สำหรับการค้นพบรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพ" (อีกครึ่งหนึ่งมอบให้ ปีเตอร์ คาปิตซา จากงานด้านฟิสิกส์อุณหภูมิต่ำ)
เสาอากาศรูปแตร
ในปี ค.ศ. 1964 เพนเซียสและวิลสันทำงานที่ห้องปฏิบัติการเบลล์ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ พวกเขาดัดแปลงเสาอากาศรูปแตรขนาดใหญ่ ซึ่งเดิมใช้ทดลองสื่อสารผ่านดาวเทียม เพื่อใช้วัดคลื่นวิทยุจากทางช้างเผือกอย่างแม่นยำ แต่พบสัญญาณรบกวนจาง ๆ ที่ความยาวคลื่น 7.35 เซนติเมตร เทียบเท่ากับวัตถุที่อุณหภูมิราว 3.5 เคลวิน สัญญาณนี้มาจากทุกทิศบนท้องฟ้าเท่ากัน ไม่เปลี่ยนตามเวลาของวันหรือฤดูกาล
ทั้งสองตรวจสอบทุกอย่างที่คิดได้ รวมทั้งนกพิราบคู่หนึ่งที่ทำรังอยู่ในเสาอากาศและทิ้ง "สารไดอิเล็กทริกสีขาว" (มูลนก) ไว้ พวกเขาไล่นกออก ทำความสะอาดเสาอากาศ แต่เสียงก็ยังอยู่
อีกทีมหนึ่งกำลังตามหาอยู่พอดี
ห่างไปเพียงราว 50 กิโลเมตรที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน โรเบิร์ต ดิกกี้ และ เจมส์ พีเบิลส์ กำลังเตรียมสร้างเครื่องมือเพื่อค้นหารังสีที่ควรเหลือจากเอกภพยุคแรกที่ร้อนจัด ตามที่ทฤษฎีบิกแบงทำนาย (จอร์จ กาโมว์ ราล์ฟ อัลเฟอร์ และ โรเบิร์ต เฮอร์แมน เคยทำนายไว้ตั้งแต่ปลายคริสต์ทศวรรษ 1940) เมื่อเพนเซียสโทรศัพท์ไปเล่าเรื่องเสียงรบกวนให้ดิกกี้ฟัง ดิกกี้วางหูแล้วหันไปบอกเพื่อนร่วมงานว่า "พวกเราถูกตัดหน้าแล้ว" ทั้งสองทีมตีพิมพ์บทความคู่กันในปี ค.ศ. 1965
จุดจบของเอกภพคงสภาพ
ก่อนการค้นพบนี้ มีทฤษฎีที่แข่งกันอยู่สองทฤษฎี ทฤษฎีบิกแบงบอกว่าเอกภพเริ่มจากสภาพร้อนและหนาแน่น ส่วนทฤษฎีเอกภพคงสภาพของ เฟรด ฮอยล์ และคณะ บอกว่าเอกภพไม่มีจุดเริ่มต้น และมีสสารใหม่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อทดแทนส่วนที่เจือจางไปจากการขยายตัว ทฤษฎีคงสภาพไม่มีคำอธิบายที่เป็นธรรมชาติสำหรับรังสีพื้นหลังที่สม่ำเสมอทุกทิศแบบนี้ การค้นพบของเพนเซียสและวิลสันจึงทำให้ทฤษฎีบิกแบงกลายเป็นแบบจำลองหลักนับแต่นั้น
ยังได้ยินได้ทุกวัน
ในยุคโทรทัศน์แอนะล็อก ราว 1% ของจุดเม็ดฝนบนจอเมื่อไม่มีสัญญาณมาจากรังสีไมโครเวฟพื้นหลังจักรวาล ทุกคนจึงเคยเห็นแสงแรกของเอกภพมาแล้วโดยไม่รู้ตัว
คำศัพท์ในบทความนี้
- Arno Penziasอาร์โน เพนเซียส
- Robert Wilsonโรเบิร์ต วิลสัน
- cosmic microwave backgroundรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพ
- Big Bangบิกแบง
- black bodyวัตถุดำ
- steady state theoryทฤษฎีเอกภพคงสภาพ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- รังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพแสงที่เก่าแก่ที่สุดในเอกภพ ปล่อยออกมาเมื่อเอกภพอายุราว 380,000 ปี และยังมาถึงเราจากทุกทิศทุกเวลา
- ทฤษฎีบิกแบงเอกภพเริ่มจากสภาวะที่ร้อนและหนาแน่นมากเมื่อราว 13,800 ล้านปีก่อน และขยายตัวมาจนถึงทุกวันนี้
- ดาราศาสตร์วิทยุ: ฟังเสียงของเอกภพคลื่นวิทยุจากอวกาศเผยให้เห็นสิ่งที่แสงธรรมดามองไม่เห็น ทั้งแก๊สไฮโดรเจนเย็น พัลซาร์ เจ็ตจากหลุมดำ และรังสีที่เหลือจากบิกแบง การค้นพบหลายอย่างที่สำคัญที่สุดในดาราศาสตร์มาจากกล้องวิทยุ
- โนเบล 2006: COBE และภาพทารกของเอกภพดาวเทียม COBE พบว่าแสงที่เหลือจากบิกแบงเป็นวัตถุดำที่สมบูรณ์ที่สุดที่เคยวัดได้ และมีความไม่สม่ำเสมอเล็ก ๆ ระดับหนึ่งในแสนส่วน ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ของดาราจักรทั้งหมดในเอกภพ
- รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์กับดาราศาสตร์รวมรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ที่มอบให้การค้นพบทางดาราศาสตร์ ตั้งแต่รังสีคอสมิกในปี ค.ศ. 1936 ไปจนถึงนิวทริโนพลังงานสูงจากนอกทางช้างเผือกในปี ค.ศ. 2026 พร้อมเรื่องเบื้องหลังของรางวัล