ดาวเคราะห์ดวงที่เก้า: มีดาวเคราะห์ซ่อนอยู่ไกลกว่าเนปจูนหรือไม่
Planet Nine
อัปเดตล่าสุด

วัตถุไกลโพ้นหลายดวงในแถบไคเปอร์มีวงโคจรที่ชี้ไปในทิศคล้ายกันอย่างน่าสงสัย นักดาราศาสตร์บางกลุ่มเสนอว่าเกิดจากแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ขนาดใหญ่กว่าโลกหลายเท่าที่ซ่อนอยู่ไกลออกไปหลายร้อยหน่วยดาราศาสตร์ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีใครพบ
หลังดาวพลูโตถูกจัดเป็นดาวเคราะห์แคระในปี ค.ศ. 2006 ระบบสุริยะเหลือดาวเคราะห์แปดดวง แต่มีหลักฐานทางอ้อมบางอย่างชี้ว่าอาจยังมีดาวเคราะห์ดวงที่เก้าซ่อนอยู่ในความมืดไกลออกไป เรื่องนี้ยังเป็นปริศนาที่ถกเถียงกันอยู่
วงโคจรที่เรียงตัวแปลก ๆ
ไกลออกไปหลังดาวเนปจูนมีวัตถุจำนวนหนึ่งที่วงโคจรรีมากและไม่เคยเข้ามาใกล้ดาวเนปจูนเลย เช่น เซดนา (Sedna) ซึ่งเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดราว 76 หน่วยดาราศาสตร์ และออกไปไกลกว่าเก้าร้อยหน่วยดาราศาสตร์ วัตถุแบบนี้ไม่น่าจะถูกดาวเนปจูนเหวี่ยงไปอยู่ที่นั่นได้ ในปี ค.ศ. 2014 นักดาราศาสตร์สังเกตว่าวัตถุไกลโพ้นกลุ่มนี้หลายดวงมีจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดอยู่ในทิศคล้ายกัน และระนาบวงโคจรเอียงไปในทางคล้ายกัน ถ้ากระจายแบบสุ่ม ไม่น่าจะเรียงตัวกันได้แบบนี้
สมมติฐาน
ในปี ค.ศ. 2016 คอนสแตนติน บาตีกิน และ ไมเคิล บราวน์ แห่งสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (ไมเคิล บราวน์คือผู้ค้นพบอีริส ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่พลูโตถูกจัดเป็นดาวเคราะห์แคระ) เสนอว่าการเรียงตัวนี้อธิบายได้ถ้ามีดาวเคราะห์ดวงที่เก้า (Planet Nine) ที่มีมวลราวห้าถึงสิบเท่าของโลก โคจรเป็นวงรีห่างจากดวงอาทิตย์หลายร้อยหน่วยดาราศาสตร์ แรงโน้มถ่วงของมันจะต้อนวงโคจรของวัตถุเล็ก ๆ ให้ชี้ไปในทิศเดียวกันเป็นเวลานาน แบบจำลองยังทำนายว่าน่าจะมีวัตถุบางกลุ่มที่วงโคจรเอียงตั้งฉากกับระนาบของดาวเคราะห์ ซึ่งต่อมาก็พบวัตถุลักษณะนี้จริงบางส่วน
ดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลขนาดนี้จะได้รับแสงอาทิตย์น้อยมาก และใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์นานนับหมื่นปี เคลื่อนที่ช้ามากบนท้องฟ้า มันจะจางกว่าดาวพลูโตหลายเท่า แม้กล้องใหญ่ก็หาได้ยากมาก ถ้าไม่รู้ว่าควรมองตรงไหน
เสียงคัดค้าน
- อคติจากการสังเกต วัตถุไกลโพ้นจะสว่างพอให้ค้นพบได้เฉพาะเมื่ออยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ และกล้องโทรทรรศน์สำรวจท้องฟ้าบางส่วนบ่อยกว่าส่วนอื่น นักดาราศาสตร์บางกลุ่มที่วิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจที่รู้รูปแบบการมองชัดเจน พบว่าการเรียงตัวอาจเกิดจากการเลือกค้นหาเท่านั้น ไม่ได้มีจริง
- คำอธิบายอื่น แรงโน้มถ่วงรวมของวัตถุเล็กจำนวนมากในแถบไกลโพ้น หรือดาวฤกษ์ที่เคยผ่านใกล้ระบบสุริยะในอดีต ก็อาจทำให้เกิดรูปแบบบางอย่างได้
- ข้อมูลยังน้อย วัตถุไกลโพ้นที่ใช้วิเคราะห์มีเพียงไม่กี่สิบดวง ความน่าเชื่อถือทางสถิติจึงยังเป็นที่ถกเถียง
คำตอบอาจใกล้แล้ว
หอดูดาวเวรา รูบิน ซึ่งเริ่มสำรวจท้องฟ้าซีกใต้ซ้ำทุกไม่กี่คืนในปี ค.ศ. 2025 ถึง 2026 จะค้นพบวัตถุในแถบไคเปอร์ได้อีกหลายพันดวง ซึ่งจะบอกได้ชัดเจนขึ้นว่าการเรียงตัวมีอยู่จริงหรือไม่ และถ้าดาวเคราะห์ดวงที่เก้ามีอยู่และอยู่ในบริเวณที่หอดูดาวนี้มองเห็น ก็มีโอกาสพบตัวจริงด้วย ไม่ว่าคำตอบจะออกมาทางใด ก็จะบอกเราได้มากเกี่ยวกับการก่อตัวของระบบสุริยะ ปริศนานี้ยังชวนให้นึกถึงการค้นพบดาวเนปจูนด้วยการคำนวณในปี ค.ศ. 1846 และการตามหาดาวเคราะห์ X ที่จบลงด้วยการพบดาวพลูโตโดยบังเอิญ
คำศัพท์ในบทความนี้
- Planet Nineดาวเคราะห์ดวงที่ 9 (สมมติฐาน)
- Kuiper beltแถบไคเปอร์
- Sednaเซดนา
- perturbationการรบกวนวงโคจร
- trans-Neptunian objectวัตถุพ้นดาวเนปจูน
บทความที่เกี่ยวข้อง
- แถบไคเปอร์และเมฆออร์ต: ขอบนอกของระบบสุริยะเลยวงโคจรของดาวเนปจูนออกไปมีแถบวัตถุน้ำแข็งนับแสนชิ้น ซึ่งดาวพลูโตเป็นสมาชิกตัวหนึ่ง และไกลออกไปอีกพันเท่าคือเปลือกทรงกลมของดาวหางนับล้านล้านดวงที่ห่อหุ้มระบบสุริยะไว้ นี่คือแหล่งที่มาของดาวหางเกือบทุกดวงที่เราเคยเห็น
- การค้นพบดาวพลูโต: ตามหาดาวเคราะห์ Xในปี ค.ศ. 1930 ไคลด์ ทอมบอห์ ชายหนุ่มจากฟาร์มในแคนซัส เปรียบเทียบแผ่นภาพถ่ายท้องฟ้านับร้อยแผ่นจนพบดาวพลูโต ที่หอดูดาวโลเวลล์ซึ่งตามหาดาวเคราะห์ X มานานหลายปี แต่ภายหลังพบว่าดาวพลูโตเล็กเกินกว่าจะเป็นดาวเคราะห์ X ที่ตามหา และการค้นพบครั้งนี้เป็นเรื่องบังเอิญที่โชคดี
- การค้นพบดาวเนปจูน: ดาวเคราะห์ที่พบด้วยการคำนวณดาวยูเรนัสเคลื่อนที่คลาดเคลื่อนจากที่คำนวณไว้เล็กน้อย อูร์แบ็ง เลอ แวรีเย จึงใช้กฎแรงโน้มถ่วงคำนวณตำแหน่งของดาวเคราะห์ที่มองไม่เห็นซึ่งดึงยูเรนัสอยู่ และในปี ค.ศ. 1846 กล้องโทรทรรศน์ก็พบดาวเนปจูนห่างจากตำแหน่งที่ทำนายไว้ไม่ถึงหนึ่งองศา
- ดาวพลูโตและดาวเคราะห์แคระโลกน้ำแข็งเล็ก ๆ ที่เคยเป็นดาวเคราะห์ดวงที่เก้า และเพื่อนร่วมประเภทอย่างซีรีส อีริส เฮาเมอา และมาคีมาคี
- หอดูดาวเวรา รูบิน: ภาพยนตร์ท้องฟ้าสิบปีกล้องบนภูเขาในชิลีที่มีกล้องถ่ายภาพดิจิทัลใหญ่ที่สุดในโลก ถ่ายท้องฟ้าซีกใต้ทั้งหมดซ้ำทุกไม่กี่คืนเป็นเวลาสิบปี เพื่อจับทุกสิ่งที่เคลื่อนที่หรือเปลี่ยนแปลงบนฟ้า ตั้งแต่ดาวเคราะห์น้อยไปจนถึงซูเปอร์โนวา