สัมพัทธภาพในชีวิตประจำวัน: GPS ต้องแก้เวลาวันละ 38 ไมโครวินาที
Relativity and GPS
อัปเดตล่าสุด
โทรศัพท์ที่บอกตำแหน่งเราได้แม่นในระดับเมตร ทำงานได้เพราะวิศวกรนำทั้งสัมพัทธภาพพิเศษและทั่วไปมาคำนวณ ถ้าไม่แก้ผลเหล่านี้ ตำแหน่งที่ได้จะคลาดเคลื่อนเพิ่มขึ้นราววันละสิบกิโลเมตร
ระบบ GPS ประกอบด้วยดาวเทียมราว 30 ดวง โคจรที่ความสูงราว 20,200 กิโลเมตร แต่ละดวงมีนาฬิกาอะตอมที่แม่นยำมาก และส่งสัญญาณบอกเวลากับตำแหน่งของตัวเองตลอดเวลา เครื่องรับบนพื้นดินเทียบเวลาที่สัญญาณจากดาวเทียมอย่างน้อยสี่ดวงเดินทางมาถึง แล้วคำนวณหาตำแหน่งของตัวเอง
ความแม่นยำที่ต้องการ
สัญญาณวิทยุเดินทางด้วยความเร็วแสง ความคลาดเคลื่อนของเวลาเพียงหนึ่งไมโครวินาที (หนึ่งในล้านของวินาที) ทำให้ตำแหน่งผิดไปราว 300 เมตร ระบบนี้จึงต้องรักษาเวลาให้ตรงกันในระดับนาโนวินาที ซึ่งละเอียดพอที่ผลของสัมพัทธภาพจะมีความสำคัญ
ผลที่หนึ่ง: ดาวเทียมเคลื่อนที่เร็ว นาฬิกาจึงเดินช้า
ดาวเทียม GPS เคลื่อนที่ด้วยความเร็วราว 3.9 กิโลเมตรต่อวินาที ตามสัมพัทธภาพพิเศษ นาฬิกาบนดาวเทียมเดินช้ากว่าบนพื้นเป็นสัดส่วนราว
คิดเป็นราว 7 ไมโครวินาทีต่อวัน
ผลที่สอง: ดาวเทียมอยู่สูง นาฬิกาจึงเดินเร็ว
ตามสัมพัทธภาพทั่วไป นาฬิกาที่อยู่ลึกในสนามโน้มถ่วงเดินช้ากว่านาฬิกาที่อยู่สูง ผลต่างขึ้นกับผลต่างของศักย์โน้มถ่วง
นาฬิกาบนดาวเทียมจึงเดินเร็วกว่าบนพื้นราว 45 ไมโครวินาทีต่อวัน ผลนี้มากกว่าผลจากความเร็วถึงหกเท่า
รวมกันแล้ว
ผลรวมคือนาฬิกาบนดาวเทียมเดินเร็วกว่านาฬิกาบนพื้นราว 38 ไมโครวินาทีต่อวัน (45 ลบ 7) ถ้าไม่แก้ ความคลาดเคลื่อนนี้จะสะสมเป็นตำแหน่งที่ผิดไปราว 11 กิโลเมตรทุกวัน วิศวกรจึงปรับให้นาฬิกาบนดาวเทียมเดินช้าลงเล็กน้อยตั้งแต่ก่อนส่งขึ้น จากความถี่ 10.23 เมกะเฮิรตซ์เหลือ 10.22999999543 เมกะเฮิรตซ์ เมื่ออยู่ในวงโคจร นาฬิกาจึงเดินตรงกับบนพื้นพอดี และเครื่องรับยังแก้ผลเล็ก ๆ ที่เกิดจากวงโคจรที่ไม่กลมสมบูรณ์อีกด้วย
ความแม่นยำที่สูงขึ้นอีก
นาฬิกาอะตอมแบบแสงที่ดีที่สุดในปัจจุบันละเอียดพอจะวัดว่าเวลาเดินต่างกันเมื่อยกนาฬิกาสูงขึ้นเพียงไม่กี่เซนติเมตร นักวิทยาศาสตร์จึงเริ่มใช้นาฬิกาเหล่านี้วัดความสูงและสนามโน้มถ่วงของโลก ซึ่งเป็นการนำสัมพัทธภาพทั่วไปมาใช้งานโดยตรง
คำศัพท์ในบทความนี้
- time dilationการยืดของเวลา
- gravitational time dilationการยืดของเวลาเนื่องจากแรงโน้มถ่วง
- Lorentz factorตัวประกอบลอเรนซ์
- satelliteดาวบริวาร (ดาวเทียม)
- atomic clockนาฬิกาอะตอม
บทความที่เกี่ยวข้อง
- สัมพัทธภาพพิเศษ: เวลาและระยะทางไม่ได้ตายตัวในปี ค.ศ. 1905 ไอน์สไตน์เริ่มจากสมมติฐานเพียงสองข้อ แล้วได้ข้อสรุปที่เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องเวลาและอวกาศไปตลอดกาล นาฬิกาที่เคลื่อนที่เดินช้าลง ไม้บรรทัดหดสั้น และมวลกับพลังงานเป็นสิ่งเดียวกัน
- สัมพัทธภาพทั่วไป: แรงโน้มถ่วงคือความโค้งของกาลอวกาศไอน์สไตน์ใช้เวลาสิบปีหลังสัมพัทธภาพพิเศษเพื่อหาคำอธิบายใหม่ของแรงโน้มถ่วง ผลคือทฤษฎีที่บอกว่ามวลทำให้กาลอวกาศโค้ง และวัตถุเคลื่อนที่ตามความโค้งนั้น ทฤษฎีนี้ทำนายหลุมดำ คลื่นความโน้มถ่วง และเอกภพที่ขยายตัว
- ปฏิทรรศน์ฝาแฝดแฝดคนหนึ่งเดินทางด้วยความเร็วใกล้แสงแล้วกลับมาอายุน้อยกว่าอีกคน แต่ในมุมมองของเขา แฝดที่อยู่บนโลกต่างหากที่เคลื่อนที่
- กลศาสตร์วงโคจร: พลังงาน วงรี และสมการวิสไววาทุกอย่างที่โคจรในอวกาศ ตั้งแต่ดาวเทียมไปจนถึงดาวหาง ทำตามกฎชุดเดียวกัน ความเร็ว ณ ตำแหน่งใดบนวงโคจรหาได้จากสมการเดียวที่เชื่อมระยะทางกับขนาดของวงโคจร