หน้าหลัก › บทความดาราศาสตร์ › ปรากฏการณ์
ปรากฏการณ์

อะโพฟิส 2029: ดาวเคราะห์น้อยที่จะเฉียดโลก

Apophis 2029 flyby

อัปเดตล่าสุด

แบบจำลองรูปร่างของดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส
แบบจำลองรูปร่างของดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสภาพ: Astronomical Institute of the Charles University: Josef Ďurech, Vojtěch Sidorin, CC BY 4.0 (ย่อขนาดจากต้นฉบับ)

ในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2029 ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสกว้างราว 340 เมตรจะผ่านใกล้โลกที่ระยะราว 32,000 กิโลเมตร ใกล้กว่าดาวเทียมค้างฟ้า และสว่างจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า ครั้งหนึ่งเคยถูกจัดว่ามีโอกาสชนโลก แต่ปัจจุบันยืนยันแล้วว่าไม่ชนอย่างน้อยหนึ่งร้อยปี

อะโพฟิส (Apophis) ตั้งชื่อตามอสูรงูแห่งความมืดและความวุ่นวายในตำนานอียิปต์ ชื่อนี้สะท้อนความกังวลในช่วงที่ค้นพบ เพราะครั้งหนึ่งมันเคยเป็นดาวเคราะห์น้อยที่น่ากลัวที่สุดในรายชื่อวัตถุที่อาจชนโลก

ช่วงเวลาที่น่ากังวล

อะโพฟิสถูกค้นพบในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2004 ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน เมื่อคำนวณวงโคจรจากข้อมูลที่ยังมีไม่มาก ผลออกมาว่ามีโอกาสราว 2.7% ที่จะชนโลกในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2029 สูงที่สุดเท่าที่เคยมีการประเมินสำหรับวัตถุขนาดนี้ และได้ระดับ 4 ในมาตราตูริโน (Torino scale) ซึ่งใช้สื่อสารความเสี่ยงของการชน ไม่กี่วันต่อมานักดาราศาสตร์ค้นพบภาพถ่ายเก่าที่บันทึกอะโพฟิสไว้โดยไม่มีใครสังเกต ทำให้คำนวณวงโคจรได้แม่นยำขึ้นมาก และตัดความเป็นไปได้ที่จะชนในปี ค.ศ. 2029 ออกไป

หลังจากนั้นยังเหลือความเป็นไปได้เล็กน้อยว่าอาจชนในปี ค.ศ. 2036 และ 2068 เพราะการผ่านใกล้โลกในปี ค.ศ. 2029 จะเปลี่ยนวงโคจรของมัน ซึ่งการคำนวณไวต่อรายละเอียดเล็ก ๆ มาก ในปี ค.ศ. 2021 การวัดด้วยเรดาร์อย่างแม่นยำขณะอะโพฟิสผ่านใกล้โลกทำให้ NASA ประกาศว่าอะโพฟิสจะไม่ชนโลกอย่างน้อยในหนึ่งร้อยปีข้างหน้า

13 เมษายน ค.ศ. 2029

แม้ไม่ชน แต่การผ่านครั้งนี้ใกล้เป็นพิเศษ อะโพฟิสกว้างราว 340 เมตร จะผ่านโลกที่ระยะราว 32,000 กิโลเมตรจากผิวโลก ใกล้กว่าวงโคจรของดาวเทียมค้างฟ้าซึ่งอยู่สูงราว 36,000 กิโลเมตร และใกล้กว่าดวงจันทร์ราวสิบเท่า ในช่วงที่ใกล้ที่สุดจะสว่างราวโชติมาตร 3 เห็นได้ด้วยตาเปล่าจากที่มืดเป็นจุดแสงเคลื่อนที่ข้ามท้องฟ้าอย่างเห็นได้ชัดในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ตำแหน่งขณะใกล้ที่สุดเหมาะกับผู้สังเกตในยุโรปและแอฟริกา ดาวเคราะห์น้อยขนาดนี้ผ่านใกล้โลกขนาดนี้ได้โดยเฉลี่ยเพียงราวหนึ่งครั้งในหนึ่งพันปี

ห้องทดลองธรรมชาติ

นักวิทยาศาสตร์ตื่นเต้นกับโอกาสนี้มาก เพราะเป็นครั้งแรกที่จะได้เห็นแรงไทดัลของดาวเคราะห์ส่งผลต่อดาวเคราะห์น้อยขณะเกิดขึ้นจริง แรงโน้มถ่วงของโลกที่ดึงด้านใกล้แรงกว่าด้านไกลอาจทำให้อัตราการหมุนของอะโพฟิสเปลี่ยน เกิดแผ่นดินไหวเล็ก ๆ บนผิว หรือทำให้หินบนผิวเลื่อนไหล

ถ้าอะโพฟิสชนโลกจะเป็นอย่างไร

วัตถุขนาดราว 340 เมตรจะปล่อยพลังงานเทียบเท่าระเบิดหลายร้อยเมกะตัน มากพอจะทำลายพื้นที่ขนาดประเทศเล็ก ๆ ได้ แต่ไม่ใช่การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่แบบที่เกิดกับไดโนเสาร์ ซึ่งเกิดจากวัตถุขนาดราวสิบกิโลเมตร ประวัติของอะโพฟิสจึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่าระบบเฝ้าระวังวัตถุใกล้โลกทำงานอย่างไร การค้นพบตั้งแต่เนิ่น ๆ และการติดตามอย่างต่อเนื่องทำให้ความไม่แน่นอนค่อย ๆ ลดลงจนตอบได้อย่างมั่นใจ และถ้าวันหนึ่งพบวัตถุที่มีทางชนจริง เทคนิคแบบยาน DART ก็ช่วยเบี่ยงวงโคจรได้ หากรู้ล่วงหน้านานพอ

เปิดในเว็บไซต์ NewTutorAstronomy ›

คำศัพท์ในบทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง