หน้าหลัก › บทความดาราศาสตร์ › การค้นพบครั้งสำคัญ
การค้นพบครั้งสำคัญ

ทังกุสกาและเชเลียบินสค์: เมื่อวัตถุจากอวกาศระเบิดเหนือโลก

The Tunguska and Chelyabinsk events

อัปเดตล่าสุด

ทางควันของลูกไฟเชเลียบินสค์ 15 กุมภาพันธ์ 2013
ทางควันของลูกไฟเชเลียบินสค์ 15 กุมภาพันธ์ 2013ภาพ: Nikita Plekhanov, CC BY-SA 3.0 (ย่อขนาดจากต้นฉบับ)

ในปี ค.ศ. 1908 วัตถุจากอวกาศระเบิดเหนือป่าทังกุสกาในไซบีเรีย ล้มต้นไม้ราวแปดสิบล้านต้นโดยไม่ทิ้งหลุมไว้ และในปี ค.ศ. 2013 อุกกาบาตเชเลียบินสค์ระเบิดเหนือเมืองในรัสเซีย ทำให้ผู้คนบาดเจ็บราวพันห้าร้อยคน ทั้งสองเหตุการณ์แสดงว่าวัตถุขนาดเล็กก็อันตรายได้

วัตถุจากอวกาศพุ่งเข้าชั้นบรรยากาศโลกทุกวัน ส่วนใหญ่เป็นฝุ่นและเศษหินขนาดเล็กที่เผาไหม้หมดเห็นเป็นดาวตก แต่บางครั้งก็มีวัตถุขนาดหลายสิบเมตรเข้ามา ซึ่งไม่ใหญ่พอจะถูกค้นพบล่วงหน้าได้ง่าย แต่ปล่อยพลังงานได้มหาศาล สองเหตุการณ์ในรอบร้อยกว่าปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นเรื่องนี้ชัดเจนที่สุด

ทังกุสกา ค.ศ. 1908

เช้าวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1908 ผู้คนที่อาศัยห่างไกลในไซบีเรียตอนกลางเห็นลูกไฟสว่างจ้าพาดผ่านท้องฟ้า ตามด้วยเสียงระเบิดที่ได้ยินไกลหลายร้อยกิโลเมตร คลื่นกระแทกทำให้คนล้มลงและหน้าต่างแตกที่ระยะห่างราว 60 กิโลเมตร สถานีวัดแผ่นดินไหวและความกดอากาศในยุโรปบันทึกคลื่นได้ และหลายคืนต่อมาท้องฟ้าในยุโรปสว่างผิดปกติจนอ่านหนังสือกลางแจ้งได้ตอนกลางคืน

บริเวณนั้นห่างไกลมาก การสำรวจครั้งแรกที่นำโดยลีโอนิด คูลิก เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1927 สิ่งที่พบน่าประหลาดใจ ต้นไม้ราวแปดสิบล้านต้นในพื้นที่ราวสองพันตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่ากรุงเทพมหานครทั้งจังหวัด ล้มราบกระจายออกเป็นวงรัศมีจากจุดศูนย์กลาง แต่ต้นไม้ตรงจุดศูนย์กลางกลับยังยืนต้นอยู่โดยไม่มีกิ่ง และไม่มีหลุมอุกกาบาต

คำอธิบายที่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ยอมรับคือ ดาวเคราะห์น้อยหรือชิ้นส่วนดาวหางขนาดราว 50 ถึง 60 เมตร พุ่งเข้าบรรยากาศด้วยความเร็วสูง ถูกความดันและความร้อนบดขยี้จนระเบิดกลางอากาศ (airburst) ที่ความสูงราวห้าถึงสิบกิโลเมตร ปล่อยพลังงานราวสิบเมกะตัน มากกว่าระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาหลายร้อยเท่า คลื่นกระแทกจากด้านบนจึงตัดกิ่งไม้ตรงจุดใต้การระเบิด ในขณะที่ต้นไม้รอบนอกถูกพัดล้มออกไปด้านข้าง โชคดีที่เกิดในพื้นที่แทบไม่มีคนอาศัย ถ้าเกิดเหนือเมืองใหญ่จะเป็นหายนะ

เชเลียบินสค์ ค.ศ. 2013

เช้าวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2013 ลูกไฟที่สว่างกว่าดวงอาทิตย์พาดผ่านท้องฟ้าเหนือเมืองเชเลียบินสค์ในประเทศรัสเซีย ด้วยกล้องติดรถยนต์และกล้องวงจรปิดจำนวนมาก นี่จึงเป็นเหตุการณ์ลักษณะนี้ที่ถูกบันทึกภาพไว้ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์

บทเรียน

วัตถุขนาดราวสิบถึงยี่สิบเมตรอย่างเชเลียบินสค์เข้ามาในบรรยากาศโลกราวทุกหลายสิบปี ส่วนขนาดราวทังกุสกาเกิดราวทุกหลายร้อยปี วัตถุขนาดนี้จางเกินกว่าจะค้นพบได้ทั้งหมดล่วงหน้า แต่ถ้าพบได้แม้เพียงไม่กี่วัน ก็มีเวลาพอเตือนผู้คนให้อยู่ห่างจากหน้าต่าง ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บได้มาก หลังเหตุการณ์ที่เชเลียบินสค์ สหประชาชาติจัดตั้งเครือข่ายเตือนภัยดาวเคราะห์น้อยระหว่างประเทศ และวันที่ 30 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันครบรอบเหตุการณ์ทังกุสกา ได้ถูกกำหนดเป็นวันดาวเคราะห์น้อยสากล (International Asteroid Day) เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องนี้

เปิดในเว็บไซต์ NewTutorAstronomy ›

คำศัพท์ในบทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง