รังสีฮอว์คิง: หลุมดำก็ระเหยได้
Hawking radiation
อัปเดตล่าสุด
ในปี ค.ศ. 1974 สตีเฟน ฮอว์คิง พบว่าเมื่อรวมกลศาสตร์ควอนตัมเข้าไป หลุมดำไม่ได้ดำสนิท แต่แผ่รังสีออกมาเหมือนวัตถุที่มีอุณหภูมิ และจะค่อย ๆ ระเหยหายไปในเวลาที่ยาวนานเกินจินตนาการ
ตามสัมพัทธภาพทั่วไปอย่างเดียว หลุมดำกลืนทุกอย่างและไม่ปล่อยอะไรออกมา มวลของมันจึงเพิ่มได้อย่างเดียวและไม่มีวันลดลง แต่ สตีเฟน ฮอว์คิง ลองนำกลศาสตร์ควอนตัมมาใช้กับบริเวณรอบขอบฟ้าเหตุการณ์ และได้ผลที่ทำให้นักฟิสิกส์ทั้งโลกประหลาดใจ
หลุมดำมีอุณหภูมิ
ฮอว์คิงพบว่าหลุมดำแผ่รังสีออกมาเหมือนวัตถุดำที่มีอุณหภูมิ
อุณหภูมิแปรผกผันกับมวล หลุมดำยิ่งเล็กยิ่งร้อน หลุมดำมวลเท่าดวงอาทิตย์เย็นเพียงราวหกในร้อยล้านเคลวิน เย็นกว่ารังสีไมโครเวฟพื้นหลังจักรวาลที่ 2.7 เคลวินมาก ในปัจจุบันหลุมดำแบบนี้จึงดูดกลืนรังสีจากเอกภพมากกว่าที่แผ่ออก และยังโตขึ้นอยู่
คำอธิบายแบบภาพ
คำอธิบายที่นิยมเล่ากันคือ ในอวกาศว่างเปล่ามีคู่อนุภาคเสมือนเกิดขึ้นและหายไปตลอดเวลาตามหลักความไม่แน่นอน ถ้าคู่หนึ่งเกิดที่ขอบฟ้าพอดี ตัวหนึ่งอาจตกลงไปขณะที่อีกตัวหนีออกมาได้ ตัวที่ตกลงไปมีพลังงานติดลบ มวลของหลุมดำจึงลดลง ภาพนี้ช่วยให้นึกออก แต่ฮอว์คิงเองก็บอกว่าเป็นเพียงการเปรียบเทียบ การคำนวณจริงอาศัยการที่ความหมายของคำว่า "สุญญากาศ" ต่างกันสำหรับผู้สังเกตที่อยู่ใกล้และไกลจากหลุมดำ
ระเหยช้าเหลือเชื่อ
หลุมดำที่แผ่รังสีจะเสียมวลไปเรื่อย ๆ ร้อนขึ้น แผ่รังสีเร็วขึ้น จนระเหยหมดในที่สุด เวลาที่ใช้แปรตามกำลังสามของมวล
หลุมดำมวลเท่าดวงอาทิตย์ต้องใช้เวลาราว 10⁶⁷ ปี นานกว่าอายุปัจจุบันของเอกภพ (ราว 13,800 ล้านปี) อย่างเทียบไม่ได้ หลุมดำมวลยวดยิ่งใช้เวลาราว 10¹⁰⁰ ปี
หลุมดำยุคแรกเริ่ม
มีสมมติฐานว่าในเอกภพยุคแรกอาจเกิดหลุมดำขนาดเล็กจากความหนาแน่นที่ไม่สม่ำเสมอ หลุมดำที่มีมวลราวแสนล้านถึงล้านล้านกิโลกรัม (ราวภูเขาลูกหนึ่ง) จะระเหยหมดพอดีในยุคปัจจุบัน และควรปล่อยรังสีแกมมาออกมาเป็นแสงวาบสุดท้าย จนถึงปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณแบบนี้
ความสำคัญทางทฤษฎี
แม้รังสีฮอว์คิงจะอ่อนเกินกว่าจะวัดได้จากหลุมดำจริง แต่การค้นพบนี้สำคัญมาก เพราะเป็นจุดที่สัมพัทธภาพทั่วไป กลศาสตร์ควอนตัม และอุณหพลศาสตร์มาบรรจบกัน หลุมดำมีเอนโทรปีที่แปรตามพื้นที่ผิวของขอบฟ้า และการระเหยนำไปสู่คำถามว่าข้อมูลของสิ่งที่ตกลงไปหายไปไหน ซึ่งเรียกว่าปฏิทรรศน์ข้อมูลของหลุมดำ
คำศัพท์ในบทความนี้
- Hawking radiationการแผ่รังสีฮอว์คิง
- black hole thermodynamicsอุณหพลศาสตร์ของหลุมดำ
- event horizonขอบฟ้าเหตุการณ์
- quantum mechanicsกลศาสตร์ควอนตัม
- Stephen Hawkingสตีเฟน ฮอว์คิง
- primordial black holeหลุมดำดึกดำบรรพ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
- หลุมดำบริเวณที่แรงโน้มถ่วงรุนแรงจนแม้แต่แสงก็หนีออกมาไม่ได้ ตั้งแต่ซากดาวฤกษ์ไปจนถึงยักษ์ใจกลางดาราจักรที่มีมวลหลายพันล้านเท่าดวงอาทิตย์
- ปฏิทรรศน์ข้อมูลของหลุมดำถ้าหลุมดำระเหยหายไปได้ ข้อมูลของทุกสิ่งที่ตกลงไปจะหายไปด้วยหรือไม่ คำถามที่ทำให้นักฟิสิกส์ถกเถียงกันมาเกือบ 50 ปี
- รัศมีชวาร์ซชิลด์และขอบฟ้าเหตุการณ์ทุกมวลมีขนาดวิกฤตที่ถ้าถูกบีบให้เล็กกว่านั้นจะกลายเป็นหลุมดำ สำหรับโลกคือขนาดเท่าลูกแก้ว สำหรับดวงอาทิตย์คือราวสามกิโลเมตร ขอบเขตนี้คือขอบฟ้าเหตุการณ์ที่ไม่มีสิ่งใดหนีกลับออกมาได้
- การแผ่รังสีของวัตถุดำ: อ่านอุณหภูมิดาวจากแสงวัตถุทุกชนิดที่มีอุณหภูมิจะแผ่แสงออกมา รูปร่างของสเปกตรัมขึ้นกับอุณหภูมิเท่านั้น กฎสามข้อของวัตถุดำทำให้นักดาราศาสตร์บอกอุณหภูมิ ขนาด และกำลังส่องสว่างของดาวได้จากแสงอย่างเดียว
- ความโน้มถ่วงควอนตัม: ชิ้นส่วนที่ยังขาดหายของฟิสิกส์กลศาสตร์ควอนตัมอธิบายโลกของอนุภาคได้แม่นยำ สัมพัทธภาพทั่วไปอธิบายแรงโน้มถ่วงและเอกภพได้แม่นยำ แต่สองทฤษฎีนี้ยังรวมกันไม่ได้ ใจกลางหลุมดำและจุดเริ่มต้นของบิกแบงคือที่ที่ต้องใช้ทั้งสองพร้อมกัน