เฮนเรียตตา ลีวิตต์: ไม้บรรทัดวัดเอกภพจากดาวแปรแสง
Henrietta Leavitt and the period-luminosity relation
อัปเดตล่าสุด

ในปี ค.ศ. 1912 เฮนเรียตตา ลีวิตต์ พบว่าดาวแปรแสงเซฟีอิดที่กะพริบช้ากว่าจะสว่างจริงมากกว่า ความสัมพันธ์นี้ทำให้รู้ความสว่างจริงของดาวได้จากจังหวะการกะพริบ และกลายเป็นเครื่องมือวัดระยะทางที่พาไปสู่การค้นพบว่ามีดาราจักรอื่นและเอกภพกำลังขยายตัว
ปัญหาที่ยากที่สุดข้อหนึ่งในดาราศาสตร์คือการวัดระยะทาง ดาวที่ดูจางอาจเป็นดาวที่อยู่ใกล้แต่ส่องสว่างน้อย หรืออยู่ไกลมากแต่ส่องสว่างมหาศาลก็ได้ จากภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวเราแยกสองกรณีนี้ไม่ออก ต้นศตวรรษที่ 20 วิธีพารัลแลกซ์วัดระยะได้เพียงดาวที่อยู่ใกล้มาก ๆ ไม่กี่ร้อยปีแสงเท่านั้น สิ่งที่ปลดล็อกระยะทางที่ไกลกว่านั้นมาจากงานของผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำงานเป็น "คอมพิวเตอร์มนุษย์"
คอมพิวเตอร์แห่งฮาร์วาร์ด
ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เอ็ดเวิร์ด พิกเคอริง ผู้อำนวยการหอดูดาวมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จ้างผู้หญิงกลุ่มหนึ่งมาวิเคราะห์แผ่นภาพถ่ายท้องฟ้านับแสนแผ่น วัดตำแหน่ง ความสว่าง และจัดประเภทสเปกตรัมของดาวด้วยมือ ได้ค่าจ้างต่ำกว่าผู้ชายมาก และในยุคนั้นผู้หญิงแทบไม่มีโอกาสได้ใช้กล้องโทรทรรศน์เอง แต่กลุ่มนี้กลับสร้างผลงานพื้นฐานของดาราศาสตร์สมัยใหม่ไว้มากมาย รวมถึงระบบจัดประเภทสเปกตรัม OBAFGKM ของแอนนี่ จัมป์ แคนนอน
เฮนเรียตตา สวอน ลีวิตต์ ได้รับมอบหมายให้หาดาวแปรแสงในแผ่นภาพของเมฆแมเจลแลน ดาราจักรขนาดเล็กสองแห่งที่เห็นได้ทางซีกฟ้าใต้ เธอพบดาวแปรแสงกว่า 1,700 ดวง ซึ่งมากกว่าที่มนุษย์รู้จักทั้งหมดก่อนหน้านั้น
รูปแบบที่ซ่อนอยู่
ลีวิตต์สังเกตกลุ่มดาวแปรแสงชนิดหนึ่งที่เรียกว่าเซฟีอิด (Cepheid) ในเมฆแมเจลแลนเล็ก ดาวเหล่านี้พองและหดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทำให้ความสว่างขึ้นลงด้วยคาบตั้งแต่ไม่กี่วันจนถึงหลายสิบวัน ในปี ค.ศ. 1912 เธอตีพิมพ์ข้อค้นพบว่าดาวที่มีคาบยาวกว่าจะสว่างกว่าเสมอ ด้วยความสัมพันธ์ที่ชัดเจนมาก
ประเด็นสำคัญคือ ดาวทุกดวงในเมฆแมเจลแลนเล็กอยู่ห่างจากโลกพอ ๆ กัน เพราะเมฆแมเจลแลนอยู่ไกลมากเมื่อเทียบกับขนาดของมันเอง ความต่างของความสว่างที่เห็นจึงสะท้อนความต่างของความสว่างจริงโดยตรง ความสัมพันธ์ที่ลีวิตต์พบจึงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคาบกับกำลังส่องสว่าง (period-luminosity relation) หรือกฎของลีวิตต์
เทียนมาตรฐาน
ผลที่ตามมามีความหมายมหาศาล ถ้าพบดาวเซฟีอิดที่ใดก็ตาม เพียงวัดคาบการกะพริบก็รู้ว่ามันสว่างจริงแค่ไหน เมื่อเทียบกับความสว่างที่เห็นก็คำนวณระยะทางได้ ดาวเซฟีอิดจึงเป็นเทียนมาตรฐาน (standard candle) ชนิดแรกของดาราศาสตร์ เหมือนการรู้ว่าหลอดไฟทุกดวงที่กะพริบจังหวะหนึ่งมีกำลังเท่ากันกี่วัตต์ เมื่อเห็นหลอดไฟนั้นอยู่ไกล ๆ ก็บอกระยะทางได้จากความจางของมัน
เหลือเพียงต้องรู้ระยะทางของเซฟีอิดสักดวงหนึ่งเพื่อปรับเทียบสเกล ซึ่งเอจนาร์ แฮร์ตสปรุง ทำได้ในปีต่อมา ไม่นานนักดาราศาสตร์ก็ใช้เซฟีอิดวัดขนาดของทางช้างเผือก และในปี ค.ศ. 1923 ถึง 1924 เอ็ดวิน ฮับเบิล พบเซฟีอิดในเนบิวลาแอนดรอเมดา พิสูจน์ว่ามันอยู่ไกลเกินกว่าทางช้างเผือก และเป็นดาราจักรอีกแห่งหนึ่ง ต่อมาฮับเบิลยังใช้เซฟีอิดวัดระยะดาราจักรอื่นจนพบว่าเอกภพกำลังขยายตัว ฮับเบิลเองกล่าวหลายครั้งว่าลีวิตต์ควรได้รับรางวัลโนเบลจากงานนี้
ผู้ที่ไม่ได้เห็นผลงานของตัวเองเติบโต
ลีวิตต์เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในปี ค.ศ. 1921 ขณะอายุ 53 ปี ก่อนที่งานของเธอจะเปลี่ยนความเข้าใจเอกภพทั้งหมด ในปี ค.ศ. 1925 นักคณิตศาสตร์ชาวสวีเดนเขียนจดหมายมาเพื่อเตรียมเสนอชื่อเธอชิงรางวัลโนเบล จึงได้รู้ว่าเธอเสียชีวิตไปแล้ว และรางวัลโนเบลไม่มอบให้ผู้ที่เสียชีวิต ปัจจุบันกฎของลีวิตต์ยังเป็นขั้นบันไดสำคัญของการวัดระยะทางในเอกภพ รวมถึงการวัดค่าคงที่ฮับเบิลด้วยกล้องเจมส์ เว็บบ์
คำศัพท์ในบทความนี้
- Cepheid variableดาวแปรแสงเซเฟอิด
- period-luminosity relationความสัมพันธ์คาบกับกำลังส่องสว่าง
- standard candleเทียนมาตรฐาน
- Small Magellanic Cloudเมฆแมเจลแลนเล็ก (SMC)
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ดาวแปรแสง: ดาวที่ความสว่างไม่คงที่ดาวบางดวงสว่างขึ้นและหรี่ลงเป็นจังหวะ บางดวงเพราะพองและหดตัวเหมือนหัวใจเต้น บางดวงเพราะมีดาวคู่บัง บางดวงเพราะระเบิด การศึกษาดาวแปรแสงทำให้เราวัดระยะทางในเอกภพได้ และเข้าใจโครงสร้างภายในของดาว
- บันไดระยะทางจักรวาล: วัดระยะไปถึงขอบเอกภพไม่มีวิธีเดียวที่วัดระยะทางได้ตั้งแต่ดวงจันทร์จนถึงดาราจักรที่ไกลที่สุด นักดาราศาสตร์จึงต่อวิธีวัดหลายวิธีเป็นขั้นบันได แต่ละขั้นปรับเทียบด้วยขั้นก่อนหน้า ความคลาดเคลื่อนในขั้นล่างจึงส่งผลไปถึงขนาดของเอกภพทั้งหมด
- การโต้วาทีครั้งใหญ่ ค.ศ. 1920: ทางช้างเผือกคือทั้งเอกภพหรือไม่ในปี ค.ศ. 1920 นักดาราศาสตร์สองคนโต้วาทีกันว่าเนบิวลากังหันเป็นกลุ่มแก๊สในทางช้างเผือก หรือเป็นดาราจักรอื่นที่อยู่ไกลออกไป สามปีต่อมา เอ็ดวิน ฮับเบิล พบดาวเซฟีอิดในแอนดรอเมดา ยุติข้อถกเถียงและทำให้เอกภพที่มนุษย์รู้จักใหญ่ขึ้นอย่างมหาศาล
- เอกภพขยายตัวและกฎของฮับเบิลดาราจักรที่อยู่ไกลกว่าเคลื่อนห่างจากเราเร็วกว่า เพราะอวกาศระหว่างดาราจักรกำลังยืดออก
- ระบบโชติมาตร: วัดความสว่างของดาวระบบวัดความสว่างของดาวที่ใช้กันมากว่าสองพันปีมีลักษณะแปลก ตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งสว่าง และต่างกัน 5 โชติมาตรหมายถึงสว่างต่างกัน 100 เท่าพอดี บทความนี้อธิบายที่มาและสูตรที่ใช้คำนวณ