บันไดระยะทางจักรวาล: วัดระยะไปถึงขอบเอกภพ
The cosmic distance ladder
อัปเดตล่าสุด
ไม่มีวิธีเดียวที่วัดระยะทางได้ตั้งแต่ดวงจันทร์จนถึงดาราจักรที่ไกลที่สุด นักดาราศาสตร์จึงต่อวิธีวัดหลายวิธีเป็นขั้นบันได แต่ละขั้นปรับเทียบด้วยขั้นก่อนหน้า ความคลาดเคลื่อนในขั้นล่างจึงส่งผลไปถึงขนาดของเอกภพทั้งหมด
การวัดระยะทางเป็นปัญหาที่ยากที่สุดอย่างหนึ่งในดาราศาสตร์ ภาพถ่ายบอกเพียงทิศทาง ไม่บอกว่าวัตถุอยู่ใกล้หรือไกล ดาวจาง ๆ ดวงหนึ่งอาจเป็นดาวแคระที่อยู่ใกล้ หรือดาวยักษ์ที่อยู่ไกลมากก็ได้
ขั้นที่ 1: ระบบสุริยะ
ระยะทางถึงดวงจันทร์วัดได้ด้วยการยิงเลเซอร์ไปที่แผ่นสะท้อนที่นักบินอวกาศอะพอลโลวางไว้ แม่นถึงระดับมิลลิเมตร ระยะถึงดาวเคราะห์วัดด้วยเรดาร์ และขนาดของหน่วยดาราศาสตร์ทราบได้แม่นยำมาก
ขั้นที่ 2: พารัลแลกซ์
ใช้วงโคจรของโลกเป็นเส้นฐาน วัดระยะดาวได้โดยตรงด้วยเรขาคณิต ดาวเทียมไกอาขยายขั้นนี้ไปได้หลายพันปีแสง ครอบคลุมดาวแปรแสงเซเฟอิดหลายดวง
ขั้นที่ 3: ดาวแปรแสงเซเฟอิด
ในปี ค.ศ. 1912 เฮนเรียตตา สวอน ลีวิตต์ ศึกษาดาวแปรแสงในเมฆแมเจลแลนเล็ก ซึ่งอยู่ห่างเราเท่า ๆ กันทุกดวง และพบว่าดาวที่สว่างกว่าเปลี่ยนแสงด้วยคาบยาวกว่า ความสัมพันธ์คาบกับกำลังส่องสว่างนี้ทำให้เซเฟอิดกลายเป็นเทียนมาตรฐาน วัดคาบแล้วก็รู้ความสว่างจริง เทียบกับความสว่างที่เห็นก็ได้ระยะทาง
เซเฟอิดสว่างกว่าดวงอาทิตย์หลายพันถึงหลายหมื่นเท่า จึงเห็นได้ในดาราจักรที่ห่างถึงราวร้อยล้านปีแสง ในปี ค.ศ. 1923 เอ็ดวิน ฮับเบิล พบเซเฟอิดในเนบิวลาแอนดรอเมดา และพิสูจน์ได้ว่ามันเป็นดาราจักรอีกดวงที่อยู่นอกทางช้างเผือก
ขั้นที่ 4: ซูเปอร์โนวาประเภท Ia
การระเบิดของดาวแคระขาวที่ถึงขีดจำกัดจันทรเศขร ให้ความสว่างสูงสุดใกล้เคียงกันเสมอ (หลังแก้ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างความสว่างกับความเร็วที่จางลง) สว่างพอจะเห็นได้ไกลหลายพันล้านปีแสง แต่เกิดน้อย ดาราจักรหนึ่งเกิดเพียงราวครั้งเดียวต่อศตวรรษ จึงต้องปรับเทียบด้วยดาราจักรใกล้ ๆ ที่มีทั้งเซเฟอิดและเคยเกิดซูเปอร์โนวา
ขั้นที่ 5: กฎของฮับเบิล
สำหรับดาราจักรที่ไกลมาก ใช้การเลื่อนทางแดงร่วมกับกฎของฮับเบิล
วิธีเสริมอื่น ๆ
- ความสัมพันธ์ทัลลีกับฟิชเชอร์ ดาราจักรกังหันที่หมุนเร็วกว่ามีกำลังส่องสว่างมากกว่า
- ปลายสาขาดาวยักษ์แดง ดาวยักษ์แดงสว่างได้มากที่สุดที่ระดับหนึ่งเกือบคงที่ ใช้แทนเซเฟอิดได้
- คลื่นความโน้มถ่วง สัญญาณจากการชนกันของดาวนิวตรอนบอกระยะทางได้โดยตรงโดยไม่ต้องใช้บันได จึงเรียกว่าไซเรนมาตรฐาน
ทำไมสำคัญ
ทุกขั้นพึ่งขั้นก่อนหน้า ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในขั้นล่างจึงสะสมไปถึงขั้นบน การวัดค่าคงที่ฮับเบิลจากบันไดนี้ได้ราว 73 กิโลเมตรต่อวินาทีต่อเมกะพาร์เซก ขณะที่การคำนวณจากรังสีไมโครเวฟพื้นหลังได้ราว 67 ความต่างนี้คือความขัดแย้งค่าคงที่ฮับเบิล ซึ่งยังเป็นหนึ่งในปริศนาที่ร้อนแรงที่สุดในจักรวาลวิทยาปัจจุบัน
คำศัพท์ในบทความนี้
- distance ladderบันไดระยะทางของเอกภพ
- stellar parallaxแพรัลแลกซ์ของดาวฤกษ์
- Cepheid variableดาวแปรแสงเซเฟอิด
- period-luminosity relationความสัมพันธ์คาบกับกำลังส่องสว่าง
- standard candleเทียนมาตรฐาน
- Type Ia supernovaซูเปอร์โนวาแบบ Ia
- Tully-Fisher relationความสัมพันธ์ทัลลี-ฟิชเชอร์
- Hubble's lawกฎของฮับเบิล
- Henrietta Swan Leavittเฮนรีเอตตา สวอน เลวิตต์
บทความที่เกี่ยวข้อง
- พารัลแลกซ์: วัดระยะดาวด้วยวงโคจรของโลกยื่นนิ้วไปข้างหน้าแล้วหลับตาสลับข้าง นิ้วจะดูเหมือนกระโดดไปมา ดาวใกล้ก็ขยับเทียบกับดาวไกลแบบเดียวกันเมื่อโลกโคจรไปอีกฝั่งของดวงอาทิตย์ มุมที่ขยับเล็กจิ๋วนี้คือวิธีวัดระยะดาวที่ตรงที่สุดที่เรามี
- กำลังส่องสว่าง ฟลักซ์ และกฎกำลังสองผกผันดาวที่ดูสว่างบนท้องฟ้าอาจไม่ได้สว่างจริง แค่อยู่ใกล้ บทความนี้แยกความต่างระหว่างพลังงานที่ดาวปล่อยออกมาทั้งหมด กับพลังงานที่มาถึงเรา และอธิบายว่าทำไมแสงจางลงตามกำลังสองของระยะทาง
- เอกภพขยายตัวและกฎของฮับเบิลดาราจักรที่อยู่ไกลกว่าเคลื่อนห่างจากเราเร็วกว่า เพราะอวกาศระหว่างดาราจักรกำลังยืดออก
- ความขัดแย้งค่าคงที่ฮับเบิลสองวิธีวัดอัตราการขยายตัวของเอกภพให้ผลไม่ตรงกัน และความต่างนั้นไม่หายไปแม้จะวัดละเอียดขึ้น
- ดาวแปรแสง: ดาวที่ความสว่างไม่คงที่ดาวบางดวงสว่างขึ้นและหรี่ลงเป็นจังหวะ บางดวงเพราะพองและหดตัวเหมือนหัวใจเต้น บางดวงเพราะมีดาวคู่บัง บางดวงเพราะระเบิด การศึกษาดาวแปรแสงทำให้เราวัดระยะทางในเอกภพได้ และเข้าใจโครงสร้างภายในของดาว
- ระบบโชติมาตร: วัดความสว่างของดาวระบบวัดความสว่างของดาวที่ใช้กันมากว่าสองพันปีมีลักษณะแปลก ตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งสว่าง และต่างกัน 5 โชติมาตรหมายถึงสว่างต่างกัน 100 เท่าพอดี บทความนี้อธิบายที่มาและสูตรที่ใช้คำนวณ