ทำไมท้องฟ้าเป็นสีฟ้า และพระอาทิตย์ตกเป็นสีแดง
Why the sky is blue
อัปเดตล่าสุด

แสงอาทิตย์เป็นสีขาวที่รวมทุกสี แต่เมื่อผ่านอากาศ แสงสีน้ำเงินถูกโมเลกุลอากาศกระเจิงได้มากกว่าสีแดงหลายเท่า ผลง่าย ๆ ข้อเดียวนี้อธิบายได้ทั้งท้องฟ้าสีฟ้า พระอาทิตย์ตกสีส้มแดง และท้องฟ้าสีดำบนดวงจันทร์
แสงอาทิตย์ประกอบด้วยแสงทุกสีรวมกันจนดูเป็นสีขาว เมื่อแสงผ่านบรรยากาศ โมเลกุลไนโตรเจนและออกซิเจนซึ่งเล็กกว่าความยาวคลื่นของแสงมาก จะดูดกลืนแล้วปล่อยแสงออกไปในทิศต่าง ๆ เรียกว่าการกระเจิงแบบเรย์ลี
สีน้ำเงินกระเจิงมากกว่า
ลอร์ดเรย์ลี แสดงในปี ค.ศ. 1871 ว่าความเข้มของแสงที่ถูกกระเจิงโดยอนุภาคที่เล็กกว่าความยาวคลื่นมาก แปรผกผันกับความยาวคลื่นยกกำลังสี่
แสงสีน้ำเงินที่ราว 450 นาโนเมตรจึงถูกกระเจิงมากกว่าแสงสีแดงที่ราว 700 นาโนเมตร ราว 5.9 เท่า (
ทำไมไม่เป็นสีม่วง
แสงสีม่วงถูกกระเจิงมากกว่าสีน้ำเงินด้วยซ้ำ แต่แสงอาทิตย์มีสีม่วงน้อยกว่าสีน้ำเงิน บางส่วนถูกดูดกลืนในบรรยากาศชั้นบน และดวงตามนุษย์ไวต่อสีม่วงน้อยกว่ามาก เมื่อสมองรวมสัญญาณจากเซลล์รับสีทั้งสามชนิด ผลจึงออกมาเป็นสีฟ้า
พระอาทิตย์ขึ้นและตกสีส้มแดง
ตอนที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ขอบฟ้า แสงที่มาถึงเราต้องผ่านอากาศหนากว่าตอนเที่ยงหลายสิบเท่า แสงสีน้ำเงินถูกกระเจิงออกไปจากลำแสงเกือบหมดระหว่างทาง ที่เหลือมาถึงตาเราจึงเป็นสีส้มและแดง ฝุ่น ควัน และละอองจากไฟป่าหรือภูเขาไฟทำให้สีเข้มขึ้นไปอีก
เมฆเป็นสีขาว
หยดน้ำในเมฆใหญ่กว่าความยาวคลื่นของแสงมาก การกระเจิงจากอนุภาคขนาดนี้ (การกระเจิงแบบมี) แทบไม่ขึ้นกับความยาวคลื่น แสงทุกสีถูกกระเจิงพอ ๆ กัน เมฆจึงเป็นสีขาวหรือเทา หมอกควันและฝุ่นละเอียดก็ทำให้ท้องฟ้าซีดลงเป็นสีขาวอมเทาด้วยเหตุผลเดียวกัน
ท้องฟ้าบนโลกอื่น
- ดวงจันทร์ ไม่มีบรรยากาศ ท้องฟ้าจึงดำสนิทแม้ในเวลากลางวัน เห็นดาวได้ตลอด (ถ้าตาไม่ถูกแสงจ้าจากพื้นผิวรบกวน)
- ดาวอังคาร ฝุ่นละเอียดสีส้มในอากาศทำให้ท้องฟ้ากลางวันเป็นสีน้ำตาลอมส้ม แต่ตอนดวงอาทิตย์ตกกลับเป็นสีฟ้าอมเทารอบดวงอาทิตย์ เพราะฝุ่นขนาดนั้นกระเจิงแสงสีน้ำเงินไปข้างหน้าได้ดีกว่า
แสงวาบสีเขียว
ในวันที่อากาศใสมาก เสี้ยววินาทีที่ขอบบนของดวงอาทิตย์กำลังลับขอบทะเล อาจเห็นแสงสีเขียววาบขึ้น เพราะบรรยากาศหักเหแสงสีเขียวมากกว่าสีแดงเล็กน้อย ภาพสีเขียวจึงอยู่สูงกว่าและหายไปช้ากว่า ส่วนสีน้ำเงินถูกกระเจิงออกไปจนเหลือน้อย
คำศัพท์ในบทความนี้
- Rayleigh scatteringการกระเจิงแบบเรย์ลี
- Mie scatteringการกระเจิงแบบมี
- atmosphereบรรยากาศ
- atmospheric extinctionการลดทอนแสงโดยบรรยากาศ
- green flashแสงวาบสีเขียว
- airmassมวลอากาศ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- สนธยา: ท้องฟ้าหลังพระอาทิตย์ตกหลังดวงอาทิตย์ตก ท้องฟ้าไม่ได้มืดทันที แสงที่ส่องกระทบบรรยากาศชั้นบนยังกระเจิงลงมาอีกนานเป็นชั่วโมง นักดาราศาสตร์แบ่งช่วงนี้เป็นสามระดับ และรู้ว่าต้องรอถึงเมื่อไรท้องฟ้าจึงมืดพอสำหรับดูดาราจักรจาง ๆ
- บรรยากาศกับการดูดาว: ทำไมดาวกะพริบดาวฤกษ์กะพริบเพราะแสงของมันต้องผ่านอากาศที่ปั่นป่วนก่อนถึงตาเรา บรรยากาศยังหักเหแสงจนดวงอาทิตย์ยังมองเห็นได้หลังตกไปแล้ว และทำให้ดาวใกล้ขอบฟ้าจางและแดงลง บทความนี้อธิบายผลของบรรยากาศทั้งหมดต่อการสังเกต
- ซูเปอร์มูน บลูมูน และดวงจันทร์สีเลือดชื่อเรียกดวงจันทร์เต็มดวงที่ได้ยินในข่าวบ่อย ๆ มีที่มาต่างกัน บางชื่อเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์จริง บางชื่อเป็นเพียงการนับปฏิทิน บทความนี้แยกให้เห็นว่าแต่ละชื่อหมายถึงอะไร และดวงจันทร์ใหญ่ขึ้นจริงแค่ไหน
- ดาวอังคารดาวเคราะห์สีแดงที่มีภูเขาไฟใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ และมีร่องรอยว่าเคยมีน้ำไหลบนผิวเมื่อหลายพันล้านปีก่อน
- สเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า: มองเอกภพด้วยแสงทุกชนิดแสงที่ตามองเห็นเป็นเพียงช่วงแคบ ๆ ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ตั้งแต่คลื่นวิทยุยาวหลายกิโลเมตรไปจนถึงรังสีแกมมาที่สั้นกว่านิวเคลียส แต่ละช่วงเผยให้เห็นเอกภพคนละแบบ และต้องใช้กล้องโทรทรรศน์คนละชนิด