หน้าหลัก › บทความดาราศาสตร์ › วัตถุท้องฟ้า
วัตถุท้องฟ้า

ดาราจักรแอนดรอเมดา: เพื่อนบ้านที่กำลังพุ่งเข้าหาเรา

The Andromeda Galaxy

อัปเดตล่าสุด

ดาราจักรแอนดรอเมดา: เพื่อนบ้านที่กำลังพุ่งเข้าหาเรา
ภาพ: Taavi Niittee, CC0 (ย่อขนาดจากต้นฉบับ)

ดาราจักรแอนดรอเมดาเป็นวัตถุที่ไกลที่สุดที่คนส่วนใหญ่เห็นได้ด้วยตาเปล่า แสงที่เห็นคืนนี้ออกเดินทางตั้งแต่ก่อนมนุษย์จะวิวัฒนาการขึ้นมา และในอีกราวสี่ถึงห้าพันล้านปี มันอาจชนและรวมกับทางช้างเผือกของเรา

ในคืนที่มืดสนิทของฤดูหนาว (ประมาณกันยายนถึงมกราคมในช่วงหัวค่ำ) ถ้ามองไปในทิศกลุ่มดาวแอนดรอเมดา จะเห็นปื้นแสงจาง ๆ รูปรีอยู่บนท้องฟ้า นักดาราศาสตร์ชาวเปอร์เซีย อัลซูฟี บันทึกไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 964 ว่าเป็น "เมฆเล็ก" นี่คือดาราจักรแอนดรอเมดา หรือ M31 ห่างจากเราราว 2.5 ล้านปีแสง

การโต้วาทีครั้งใหญ่

ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 นักดาราศาสตร์ยังถกเถียงกันว่าเนบิวลารูปกังหันอย่างแอนดรอเมดาเป็นแก๊สภายในทางช้างเผือก หรือเป็นดาราจักรอื่นที่อยู่ไกลมาก ในปี ค.ศ. 1923 เอ็ดวิน ฮับเบิล พบดาวแปรแสงเซเฟอิดในแอนดรอเมดา และใช้ความสัมพันธ์คาบกับกำลังส่องสว่างคำนวณระยะทางได้ไกลเกินกว่าขอบของทางช้างเผือกมาก การค้นพบนี้ยืนยันว่าเอกภพมีดาราจักรอีกมากมาย และทางช้างเผือกเป็นเพียงหนึ่งในนั้น

ใหญ่กว่าทางช้างเผือก

แอนดรอเมดาเป็นดาราจักรกังหันที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มท้องถิ่น จานของมันกว้างราว 150,000 ปีแสงหรือมากกว่า มีดาวราวหนึ่งล้านล้านดวง มากกว่าทางช้างเผือกหลายเท่า แต่มวลรวมซึ่งรวมสสารมืดดูเหมือนจะใกล้เคียงกับทางช้างเผือก แอนดรอเมดาใหญ่บนท้องฟ้ามาก ถ้าตาเราไวพอจะเห็นทั้งดาราจักร มันจะกว้างกว่าดวงจันทร์เต็มดวงราวหกเท่า แต่ส่วนที่ตาเปล่าเห็นได้คือแค่ใจกลางที่สว่าง ภาพถ่ายของกล้องฮับเบิลแยกดาวในแอนดรอเมดาได้กว่าร้อยล้านดวง

กำลังพุ่งเข้าหาเรา

ดาราจักรเกือบทั้งหมดในเอกภพถอยห่างจากเราตามการขยายตัวของเอกภพ แต่แอนดรอเมดาเป็นข้อยกเว้น สเปกตรัมของมันเลื่อนทางน้ำเงิน แปลว่ากำลังเคลื่อนเข้าหาเราด้วยความเร็วราว 110 กิโลเมตรต่อวินาที เพราะแรงโน้มถ่วงระหว่างสองดาราจักรชนะการขยายตัวของเอกภพในระยะนี้

ถ้าเคลื่อนตรงเข้าหาด้วยความเร็วคงที่ จะใช้เวลาประมาณ 7,000 ล้านปี

t \approx \frac{2.5\times 10^{6}\ \text{ปีแสง}}{110\ \mathrm{km/s}} \approx \frac{2.4\times 10^{19}\ \mathrm{km}}{110\ \mathrm{km/s}} \approx 2.2\times 10^{17}\ \mathrm{s}\approx 7\times 10^{9}\ \text{ปี}

แต่แรงโน้มถ่วงจะเร่งให้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ และคำถามที่ยากกว่าคือ แอนดรอเมดาพุ่งตรงเข้าหาเรา หรือจะเฉียดผ่านไป ซึ่งนักดาราศาสตร์ยังถกเถียงกันอยู่ (ดูหัวข้อถัดไป)

จะชนกันจริงไหม: งานวิจัยที่ยังเถียงกันอยู่

ความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อวินาทีวัดจากการเลื่อนของสเปกตรัม ซึ่งบอกได้แค่ความเร็วในแนวเล็ง คือเข้าหาหรือออกห่าง สิ่งที่ตัดสินว่าจะชนหรือไม่คือความเร็วด้านข้าง ซึ่งต้องวัดจากการที่แอนดรอเมดาค่อย ๆ เลื่อนตำแหน่งบนท้องฟ้าเทียบกับดาราจักรที่อยู่ไกลกว่า ความเร็วด้านข้าง v_t กับการเลื่อนเชิงมุมต่อปี \mu สัมพันธ์กันดังนี้ ยิ่งวัตถุอยู่ไกล มุมที่มันเลื่อนบนท้องฟ้ายิ่งน้อย แม้ความเร็วจริงจะเท่ากัน

v_t\ [\text{km/s}] = 4.74\ \mu\ [\text{พิลิปดา/ปี}] \times d\ [\text{พาร์เซก}]

ที่ระยะราว 770,000 พาร์เซก ความเร็วด้านข้าง 50 กิโลเมตรต่อวินาทีทำให้แอนดรอเมดาเลื่อนเพียงราว 14 ไมโครพิลิปดาต่อปี ช้าพอ ๆ กับการเฝ้ามองเล็บมือที่งอกอยู่บนดวงจันทร์จากโลก ตัวเลขนี้จึงวัดยากมาก และความคลาดเคลื่อนเล็ก ๆ ก็เปลี่ยนคำตอบได้

ข้อสรุปตอนนี้คือ มีแนวโน้มว่าจะรวมกัน แต่ยังไม่แน่นอน คำตอบขึ้นกับความเร็วด้านข้างของแอนดรอเมดาเกือบทั้งหมด ทีมปี ค.ศ. 2026 ประเมินว่าต้องวัดการเลื่อนให้แม่นถึงราว 2 ไมโครพิลิปดาต่อปีจึงจะตอบได้ชัด ข้อมูลชุดถัดไปของ Gaia และกล้องอวกาศรุ่นใหม่จะช่วยให้ตัวเลขนี้แม่นขึ้น ถ้ารวมกันจริง นักดาราศาสตร์ตั้งชื่อเล่นดาราจักรรีที่จะเกิดขึ้นไว้ว่า "มิลโคเมดา" ส่วนเมฆแมเจลแลนใหญ่คาดว่าจะชนกับทางช้างเผือกก่อนนั้นมาก ในอีกราว 2 ถึง 3 พันล้านปี

ดาวจะชนกันไหม

แม้ดาราจักรจะชนกัน แต่ดาวแทบไม่มีโอกาสชนกันเลย เพราะดาวอยู่ห่างกันมากเมื่อเทียบกับขนาดของมัน ถ้าย่อดวงอาทิตย์ให้เท่าลูกปิงปอง ดาวดวงที่ใกล้ที่สุดจะอยู่ห่างออกไปราวหนึ่งพันกิโลเมตร ระบบสุริยะจึงน่าจะรอดจากการชน แค่อาจถูกเหวี่ยงไปอยู่ตำแหน่งใหม่ในดาราจักรที่รวมกัน และท้องฟ้ายามค่ำคืนในอนาคตไกลจะสวยงามแปลกตา

ดูแอนดรอเมดาจากประเทศไทย

ช่วงที่ดีที่สุดคือหัวค่ำเดือนตุลาคมถึงธันวาคม แอนดรอเมดามีเดคลิเนชันราว +41 องศา ที่กรุงเทพฯ (ละติจูดราว 13.7 องศาเหนือ) จึงขึ้นสูงสุดราว 62 องศาจากขอบฟ้าทิศเหนือ วิธีหาที่ง่ายคือหาสี่เหลี่ยมใหญ่ของกลุ่มดาวม้าบิน แล้วไล่จากมุมหนึ่งของสี่เหลี่ยมไปตามแนวดาวของกลุ่มดาวแอนดรอเมดาสองดวง จะเจอปื้นแสงรี ๆ จาง ๆ ต้องอยู่ในที่มืดห่างจากแสงเมือง และการมองเหลือบข้าง (มองเยื้องออกไปเล็กน้อย) ช่วยให้เห็นชัดขึ้น แสงที่เข้าตาเราคืนนั้นออกเดินทางมาตั้งแต่ราว 2.5 ล้านปีก่อน ในยุคที่บรรพบุรุษของมนุษย์เพิ่งเริ่มใช้เครื่องมือหิน

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยการที่ทางช้างเผือกกับแอนดรอเมดาอาจรวมกันไม่ใช่ภัยต่อโลก เหตุการณ์นั้นอยู่ไกลในอนาคตหลายพันล้านปี และดาวแทบไม่ชนกันเลย อันที่จริงในอีกราวหนึ่งพันล้านปี ดวงอาทิตย์จะสว่างขึ้นจนมหาสมุทรบนโลกเริ่มระเหยไปก่อนแล้ว
เปิดในเว็บไซต์ NewTutorAstronomy ›

คำศัพท์ในบทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง