ยานกาลิเลโอ: แปดปีรอบดาวพฤหัสบดีและมหาสมุทรใต้ยูโรปา
Galileo (spacecraft)
อัปเดตล่าสุด

ยานกาลิเลโอเป็นยานลำแรกที่โคจรรอบดาวพฤหัสบดีและส่งยานย่อยดิ่งลงไปในบรรยากาศ แม้เสาอากาศหลักจะกางไม่ออก แต่ก็พบหลักฐานว่ายูโรปามีมหาสมุทรน้ำเค็มใต้น้ำแข็ง เห็นดาวหางชนดาวพฤหัสบดี และพบดวงจันทร์ของดาวเคราะห์น้อยดวงแรก
ยานกาลิเลโอตั้งชื่อตาม กาลิเลโอ กาลิเลอี ผู้ค้นพบดวงจันทร์ใหญ่สี่ดวงของดาวพฤหัสบดีในปี ค.ศ. 1610 ยานถูกปล่อยจากกระสวยอวกาศแอตแลนติสเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1989 จรวดที่มีกำลังไม่พอจะส่งตรงไปดาวพฤหัสบดี ยานจึงบินผ่านดาวศุกร์หนึ่งครั้งและโลกสองครั้งเพื่อรับแรงเหวี่ยง ใช้เวลาเดินทางหกปี
เสาอากาศที่กางไม่ออก
ในปี ค.ศ. 1991 วิศวกรสั่งให้กางเสาอากาศหลักรูปร่ม แต่มีซี่บางซี่ติดค้าง เสาอากาศจึงใช้งานไม่ได้ตลอดภารกิจ ยานต้องส่งข้อมูลผ่านเสาอากาศเล็กสำรอง จากที่ออกแบบไว้ราวแสนบิตต่อวินาที ลดลงเหลือเพียงระดับร้อยบิตต่อวินาที ทีมงานแก้ปัญหาด้วยการเขียนซอฟต์แวร์บีบอัดข้อมูลใหม่และปรับจานรับสัญญาณบนโลก จนยังได้ข้อมูลส่วนใหญ่ตามเป้าหมาย แม้จำนวนภาพจะน้อยกว่าที่วางแผนไว้มาก
การค้นพบระหว่างทาง
- ปี ค.ศ. 1991 เป็นยานลำแรกที่บินผ่านดาวเคราะห์น้อยในระยะใกล้ คือ แกสพรา (Gaspra)
- ปี ค.ศ. 1993 บินผ่านดาวเคราะห์น้อยไอดา (Ida) และพบดวงจันทร์ดวงเล็กชื่อแด็กทิล (Dactyl) เป็นครั้งแรกที่พบว่าดาวเคราะห์น้อยมีดวงจันทร์บริวารได้
- เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1994 ยานอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นด้านของดาวพฤหัสบดีที่ชิ้นส่วนดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 พุ่งชนได้โดยตรง ขณะที่กล้องบนโลกเห็นจุดชนหลังจากดาวหมุนมาแล้ว
ยานย่อยดิ่งสู่ดาวพฤหัสบดี
วันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ. 1995 ยานย่อยที่แยกตัวออกไปก่อนหน้า พุ่งเข้าบรรยากาศดาวพฤหัสบดีด้วยความเร็วราว 47 กิโลเมตรต่อวินาที แผ่นกันความร้อนต้องทนอุณหภูมิสูงกว่าผิวดวงอาทิตย์ จากนั้นกางร่มชูชีพและส่งข้อมูลได้ราว 58 นาที ลึกลงไปจนความดันราว 23 เท่าของบรรยากาศโลกก่อนจะถูกความร้อนและความดันทำลาย ยานย่อยวัดลมที่แรงหลายร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง และพบว่ามีน้ำน้อยกว่าที่คาด ซึ่งภายหลังเข้าใจว่าบังเอิญตกลงตรงบริเวณที่อากาศแห้งพิเศษ
แปดปีรอบดาวพฤหัสบดี
ในวันเดียวกัน ยานหลักเข้าวงโคจรรอบดาวพฤหัสบดี กลายเป็นยานลำแรกที่โคจรรอบดาวเคราะห์ชั้นนอก และทำงานต่อเนื่องถึงปี ค.ศ. 2003 บินผ่านดวงจันทร์ใหญ่ทั้งสี่หลายสิบครั้ง
- ยูโรปา สนามแม่เหล็กรอบยูโรปาเปลี่ยนตามจังหวะที่สนามแม่เหล็กของดาวพฤหัสบดีกวาดผ่าน แบบที่จะเกิดได้ถ้ามีชั้นของเหลวนำไฟฟ้าอยู่ใต้ผิว คำอธิบายที่เหมาะที่สุดคือมหาสมุทรน้ำเค็มใต้เปลือกน้ำแข็ง ซึ่งอาจมีน้ำมากกว่ามหาสมุทรทั้งหมดบนโลกรวมกัน ยูโรปาจึงกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าค้นหาสิ่งมีชีวิตที่สุดในระบบสุริยะ
- แกนีมีด พบว่ามีสนามแม่เหล็กของตัวเอง เป็นดวงจันทร์ดวงเดียวที่รู้ว่ามี และอาจมีมหาสมุทรใต้ผิวเช่นกัน
- ไอโอ เห็นภูเขาไฟปะทุต่อเนื่อง ลาวาร้อนกว่าลาวาบนโลกในปัจจุบัน พื้นผิวเปลี่ยนไปให้เห็นระหว่างการบินผ่านแต่ละครั้ง
- คัลลิสโต มีสัญญาณแม่เหล็กที่บ่งว่าอาจมีชั้นน้ำเหลวลึกใต้ผิว
จุดจบเพื่อปกป้องยูโรปา
เมื่อเชื้อเพลิงใกล้หมด ทีมงานกังวลว่าถ้าปล่อยยานไว้ วันหนึ่งมันอาจพุ่งชนยูโรปาและนำจุลินทรีย์จากโลกที่อาจรอดติดยานไปปนเปื้อนมหาสมุทรที่นั่น ในวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2003 ยานกาลิเลโอจึงถูกบังคับให้ดิ่งลงสู่ดาวพฤหัสบดีและถูกเผาไหม้ในบรรยากาศ หลักการปกป้องดาวเคราะห์นี้ใช้กับยานแคสสินีและจูโนในเวลาต่อมาด้วย
คำศัพท์ในบทความนี้
- Galileo spacecraftยานกาลิเลโอ
- Europaยูโรปา
- Ganymedeแกนีมีด
- Ioไอโอ
- Galilean moonsดวงจันทร์ของกาลิเลโอ
- Shoemaker-Levy 9ดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9
- planetary protectionการปกป้องดาวเคราะห์
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ดาวพฤหัสบดีดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุด มวลมากกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นรวมกันกว่าสองเท่า มีพายุที่ใหญ่กว่าโลก และมีดวงจันทร์ที่อาจมีมหาสมุทรใต้น้ำแข็ง
- ยานจูโน: มองทะลุเมฆของดาวพฤหัสบดียานจูโนเข้าวงโคจรรอบดาวพฤหัสบดีในปี ค.ศ. 2016 เป็นยานลำแรกที่ใช้แผงโซลาร์เซลล์ไกลถึงดาวพฤหัสบดี บินผ่านขั้วดาวทุกรอบ พบพายุหมุนเรียงเป็นกลุ่มที่ขั้ว แกนกลางที่เจือจาง และเก็บภาพระยะใกล้ของดวงจันทร์แกนีมีด ยูโรปา และไอโอ
- ดวงจันทร์บริวารที่น่าทึ่งในระบบสุริยะระบบสุริยะมีดวงจันทร์บริวารหลายร้อยดวง บางดวงมีภูเขาไฟคุกรุ่นมากกว่าโลก บางดวงซ่อนมหาสมุทรน้ำเค็มไว้ใต้เปลือกน้ำแข็ง บางดวงมีทะเลสาบมีเทนและฝนที่ตกเป็นของเหลวไฮโดรคาร์บอน และบางดวงอาจเป็นที่ที่ดีที่สุดในการค้นหาชีวิตนอกโลก
- ชูเมกเกอร์-เลวี 9: ดาวหางชนดาวพฤหัสบดีในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1994 ชิ้นส่วนกว่า 20 ชิ้นของดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 พุ่งชนดาวพฤหัสบดี ทิ้งรอยดำขนาดใหญ่กว่าโลกให้เห็นได้แม้ด้วยกล้องขนาดเล็ก เป็นครั้งแรกที่มนุษย์เห็นวัตถุสองชิ้นในระบบสุริยะชนกัน และทำให้ทั่วโลกหันมาสนใจการป้องกันโลกจากดาวเคราะห์น้อย
- ยูโรปาคลิปเปอร์และจูซ: ไปหามหาสมุทรใต้น้ำแข็งของดาวพฤหัสบดียานยูโรปาคลิปเปอร์ของ NASA และยานจูซขององค์การอวกาศยุโรปกำลังเดินทางไปดาวพฤหัสบดี เพื่อศึกษาดวงจันทร์ยูโรปา แกนีมีด และคัลลิสโต ซึ่งน่าจะมีมหาสมุทรน้ำเหลวซ่อนอยู่ใต้เปลือกน้ำแข็ง และอาจเป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิต
- ดาวเคราะห์น้อยเศษหินและโลหะที่เหลือจากการก่อตัวของดาวเคราะห์ ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี และบางก้อนเคยเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของโลก