โรเซตตาและฟีเล: ลงจอดบนดาวหางครั้งแรก
Rosetta and Philae
อัปเดตล่าสุด

ยานโรเซตตาขององค์การอวกาศยุโรปเดินทางสิบปีไปโคจรรอบดาวหาง 67P เป็นลำแรกที่โคจรรอบดาวหาง และส่งยานฟีเลลงจอดบนนิวเคลียสในปี ค.ศ. 2014 พบสารอินทรีย์ กรดอะมิโน และพบว่าน้ำของดาวหางดวงนี้ต่างจากน้ำบนโลก
ดาวหางเป็นเศษเหลือจากการก่อตัวของระบบสุริยะเมื่อ 4,600 ล้านปีก่อน เก็บรักษาน้ำแข็งและฝุ่นดั้งเดิมไว้ในที่เย็นจัดไกลจากดวงอาทิตย์ ภารกิจโรเซตตา (Rosetta) ขององค์การอวกาศยุโรปตั้งชื่อตามศิลาโรเซตตาที่ช่วยถอดรหัสอักษรอียิปต์โบราณ ด้วยความหวังว่ามันจะช่วยถอดรหัสที่มาของระบบสุริยะได้เช่นกัน
การเดินทางสิบปี
ยานออกเดินทางเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 2004 บินผ่านโลกสามครั้งและดาวอังคารหนึ่งครั้งเพื่อเร่งความเร็วให้ทันดาวหาง ระหว่างทางบินผ่านดาวเคราะห์น้อยสไตน์ส (Šteins) และลูทีเชีย (Lutetia) เมื่ออยู่ไกลดวงอาทิตย์เกินกว่าแผงโซลาร์เซลล์จะให้พลังงานพอ ยานถูกสั่งให้จำศีลนาน 31 เดือน แล้วตื่นขึ้นตามนาฬิกาปลุกในเดือนมกราคม ค.ศ. 2014 ท่ามกลางความลุ้นของทีมงาน
วันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 2014 โรเซตตาไปถึงดาวหาง 67P/Churyumov-Gerasimenko และกลายเป็นยานลำแรกที่โคจรรอบดาวหาง ดาวหางยาวราวสี่กิโลเมตร มีรูปร่างเป็นสองก้อนติดกันคล้ายเป็ดยาง แรงโน้มถ่วงอ่อนมาก ยานจึงต้อง "โคจร" อย่างช้า ๆ ด้วยความเร็วไม่ถึงหนึ่งเมตรต่อวินาที
ฟีเล: การลงจอดที่กระดอนสองครั้ง
วันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 2014 ยานลงจอดฟีเล (Philae) ขนาดเท่าเครื่องซักผ้า ร่อนลงสู่ผิวดาวหาง ฉมวกที่จะยึดตัวไว้กับพื้นไม่ทำงาน แรงโน้มถ่วงที่อ่อนมากทำให้ฟีเลกระดอนสูงราวหนึ่งกิโลเมตรและลอยอยู่ราวสองชั่วโมง กระดอนอีกครั้ง แล้วหยุดนิ่งในซอกหน้าผาที่มืดสลัว แผงโซลาร์เซลล์จึงได้แสงน้อยมาก
ฟีเลทำงานด้วยแบตเตอรี่ได้ราว 60 ชั่วโมง ทันทำการวัดส่วนใหญ่ที่วางแผนไว้ พบสารอินทรีย์หลายชนิดบนผิว และพบว่าพื้นผิวเป็นชั้นฝุ่นบาง ๆ ปิดน้ำแข็งที่แข็งกว่าที่คาด จากนั้นยานก็หลับไป ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2015 เมื่อดาวหางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น ฟีเลตื่นขึ้นมาส่งสัญญาณสั้น ๆ อีกครั้งก่อนเงียบไปตลอดกาล และในเดือนกันยายน ค.ศ. 2016 กล้องของโรเซตตาก็ถ่ายภาพพบฟีเลนอนตะแคงอยู่ในซอกหิน
สิ่งที่โรเซตตาพบ
- น้ำต่างจากโลก น้ำของดาวหาง 67P มีสัดส่วนดิวทีเรียม (ไฮโดรเจนหนัก) ต่อไฮโดรเจนราวสามเท่าของน้ำในมหาสมุทรโลก แสดงว่าดาวหางแบบนี้ไม่น่าจะเป็นแหล่งน้ำหลักของโลก ดาวเคราะห์น้อยน่าจะมีบทบาทมากกว่า
- ส่วนประกอบของชีวิต พบกรดอะมิโนไกลซีนและฟอสฟอรัสในฝุ่นของดาวหาง สนับสนุนแนวคิดว่าดาวหางอาจนำวัตถุดิบของชีวิตมาส่งยังโลกยุคแรก
- ออกซิเจนโมเลกุล พบแก๊สออกซิเจนในปริมาณที่น่าแปลกใจ ซึ่งน่าจะถูกเก็บไว้ตั้งแต่ระบบสุริยะยังไม่เกิด
- ดาวหางที่ตื่นขึ้น ยานติดตามดาวหางขณะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ เห็นไอพ่นแก๊สและฝุ่นพุ่งออก หน้าผาถล่ม และรูปร่างที่เปลี่ยนไป ข้อมูลระยะยาวแบบนี้ไม่เคยมีมาก่อน
ลงไปอยู่กับฟีเล
เมื่อดาวหางเคลื่อนออกห่างดวงอาทิตย์จนพลังงานไม่พอ ทีมงานตัดสินใจให้โรเซตตาค่อย ๆ ร่อนลงชนดาวหางอย่างนุ่มนวลในวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2016 ถ่ายภาพระยะใกล้ที่สุดเท่าที่เคยมีระหว่างร่วงลง แล้วหยุดทำงานเมื่อสัมผัสพื้น ยานทั้งสองยังอยู่บนดาวหางที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ทุก 6.5 ปีจนถึงทุกวันนี้
คำศัพท์ในบทความนี้
- Rosettaยานโรเซตตา
- 67P/Churyumov-Gerasimenkoดาวหาง 67P/ชูรูมอฟ-เกราซีเมนโก
- cometดาวหาง
- comaโคมา
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ดาวหางก้อนน้ำแข็งปนฝุ่นจากขอบระบบสุริยะ ที่เมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จะระเหยเป็นหัวฟุ้งและหางยาวหลายล้านกิโลเมตร
- แถบไคเปอร์และเมฆออร์ต: ขอบนอกของระบบสุริยะเลยวงโคจรของดาวเนปจูนออกไปมีแถบวัตถุน้ำแข็งนับแสนชิ้น ซึ่งดาวพลูโตเป็นสมาชิกตัวหนึ่ง และไกลออกไปอีกพันเท่าคือเปลือกทรงกลมของดาวหางนับล้านล้านดวงที่ห่อหุ้มระบบสุริยะไว้ นี่คือแหล่งที่มาของดาวหางเกือบทุกดวงที่เราเคยเห็น
- ยานดอว์น: เยือนเวสตาและเซเรส ยักษ์ใหญ่แห่งแถบดาวเคราะห์น้อยยานดอว์นใช้เครื่องยนต์ไอออนเดินทางไปโคจรรอบดาวเคราะห์น้อยเวสตาและดาวเคราะห์แคระเซเรส เป็นยานลำแรกที่โคจรรอบวัตถุนอกโลกสองดวงในภารกิจเดียว พบหลุมอุกกาบาตยักษ์บนเวสตาและจุดสว่างจากเกลือบนเซเรส
- ดาวหางฮัลเลย์: ดาวหางดวงแรกที่ทำนายการกลับมาได้เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ ใช้กฎแรงโน้มถ่วงของนิวตันพบว่าดาวหางที่เห็นในปี ค.ศ. 1531 1607 และ 1682 คือดวงเดียวกัน และทำนายว่าจะกลับมาในปี ค.ศ. 1758 ซึ่งเป็นจริงหลังจากเขาเสียชีวิตไปแล้ว ดาวหางดวงนี้จะกลับมาให้เห็นอีกครั้งในปี ค.ศ. 2061
- โลกในฐานะดาวเคราะห์ดาวเคราะห์ดวงเดียวที่รู้ว่ามีสิ่งมีชีวิต ด้วยน้ำเหลว บรรยากาศ สนามแม่เหล็ก และแผ่นเปลือกโลกที่เคลื่อนที่