ยานดอว์น: เยือนเวสตาและเซเรส ยักษ์ใหญ่แห่งแถบดาวเคราะห์น้อย
Dawn (spacecraft)
อัปเดตล่าสุด

ยานดอว์นใช้เครื่องยนต์ไอออนเดินทางไปโคจรรอบดาวเคราะห์น้อยเวสตาและดาวเคราะห์แคระเซเรส เป็นยานลำแรกที่โคจรรอบวัตถุนอกโลกสองดวงในภารกิจเดียว พบหลุมอุกกาบาตยักษ์บนเวสตาและจุดสว่างจากเกลือบนเซเรส
เวสตาและเซเรสเป็นวัตถุสองชิ้นที่ใหญ่ที่สุดในแถบดาวเคราะห์น้อย แต่กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เวสตาเป็นโลกหินแห้งที่เคยหลอมละลายภายใน ส่วนเซเรสอุดมด้วยน้ำแข็ง การศึกษาทั้งสองดวงจึงเหมือนได้เห็นสองเส้นทางที่ดาวเคราะห์ในยุคแรกอาจเติบโต NASA จึงส่งยานดอว์น (Dawn) ออกเดินทางในวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 2007
เครื่องยนต์ไอออน
การไปโคจรรอบวัตถุสองดวงต้องเปลี่ยนความเร็วมากเกินกว่าจรวดเคมีธรรมดาจะทำได้ ดอว์นจึงใช้เครื่องยนต์ไอออน ซึ่งใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ทำให้แก๊สซีนอนเป็นไอออน แล้วเร่งด้วยสนามไฟฟ้าให้พ่นออกไปด้วยความเร็วกว่า 30 กิโลเมตรต่อวินาที แรงผลักน้อยมาก เท่ากับน้ำหนักของกระดาษหนึ่งแผ่นวางบนมือ แต่เครื่องยนต์ทำงานต่อเนื่องได้หลายปี เมื่อรวมกันแล้วดอว์นเปลี่ยนความเร็วได้ราว 11 กิโลเมตรต่อวินาที มากกว่ายานใดก่อนหน้านั้น ทั้งหมดใช้ซีนอนเพียงราว 400 กิโลกรัม
เวสตา (ค.ศ. 2011 ถึง 2012)
ดอว์นโคจรรอบเวสตานานราว 14 เดือน พบว่าซีกใต้ของเวสตาเป็นแอ่งอุกกาบาตยักษ์ชื่อเรียซิลเวีย (Rheasilvia) กว้างราว 500 กิโลเมตร เกือบเท่าเส้นผ่านศูนย์กลางของเวสตาเอง ตรงกลางแอ่งมียอดเขาสูงราว 20 กิโลเมตร สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของระบบสุริยะ การชนครั้งนั้นเหวี่ยงเศษหินออกไปในอวกาศ และส่วนหนึ่งตกลงมาเป็นอุกกาบาตกลุ่ม HED ซึ่งคิดเป็นราวร้อยละห้าของอุกกาบาตที่พบบนโลก ทำให้เวสตาเป็นหนึ่งในไม่กี่วัตถุที่เรามีตัวอย่างหินอยู่ในมือก่อนจะส่งยานไปถึง
ยังพบว่าเวสตามีแก่นเหล็ก แมนเทิล และเปลือกแยกชั้นกันเหมือนดาวเคราะห์หินขนาดเล็ก จึงถูกมองว่าเป็นตัวอ่อนของดาวเคราะห์ที่หยุดเติบโตไปก่อน
เซเรส (ค.ศ. 2015 ถึง 2018)
วันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 2015 ดอว์นเข้าวงโคจรรอบเซเรส กลายเป็นยานลำแรกที่โคจรรอบวัตถุสองดวงนอกโลก และเป็นยานลำแรกที่ไปถึงดาวเคราะห์แคระ ก่อนยานนิวฮอไรซันส์จะบินผ่านดาวพลูโตไม่กี่เดือน
- จุดสว่างในหลุมอ็อกเคเตอร์ (Occator) ระหว่างเข้าใกล้ ภาพแสดงจุดสว่างจ้าในหลุมอุกกาบาต ซึ่งปลุกจินตนาการไปต่าง ๆ นานา ข้อมูลระยะใกล้พบว่าเป็นตะกอนเกลือ ส่วนใหญ่เป็นโซเดียมคาร์บอเนต ที่เหลือจากน้ำเกลือซึ่งซึมขึ้นมาจากใต้ดินแล้วระเหยไป
- น้ำเกลือใต้ผิว แรงโน้มถ่วงและธรณีวิทยาบ่งว่ายังมีแอ่งน้ำเกลือลึกอยู่ใต้หลุมอ็อกเคเตอร์ เซเรสจึงอาจยังมีกิจกรรมอยู่จนถึงปัจจุบัน
- ภูเขาไฟน้ำแข็ง ภูเขาอาฮูนา (Ahuna Mons) สูงราวสี่กิโลเมตร โดดเดี่ยวกลางที่ราบ น่าจะเกิดจากโคลนน้ำแข็งผสมเกลือที่ดันขึ้นมาจากข้างใต้
- แร่ที่เกิดในน้ำ ผิวมีแร่ดินเหนียวและแอมโมเนีย ซึ่งบ่งว่าเซเรสอาจก่อตัวไกลออกไปในระบบสุริยะ แล้วค่อยเคลื่อนเข้ามาอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อย
ดาวเทียมถาวรของเซเรส
ดอว์นใช้เชื้อเพลิงไฮดราซีนหมดในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2018 จึงไม่สามารถหันเสาอากาศมาหาโลกได้อีก NASA ประกาศจบภารกิจในวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 แต่ไม่ได้สั่งให้ยานชนเซเรส เพราะเซเรสอาจมีน้ำเหลวและไม่ควรปนเปื้อน ยานถูกวางไว้ในวงโคจรที่มั่นคงซึ่งจะโคจรรอบเซเรสต่อไปอีกอย่างน้อยหลายสิบปี
คำศัพท์ในบทความนี้
- Dawnยานดอว์น
- Vestaดาวเคราะห์น้อยเวสตา
- Ceresซีรีส
- ion thrusterเครื่องยนต์ไอออน
- dwarf planetดาวเคราะห์แคระ
- asteroid beltแถบดาวเคราะห์น้อย
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ดาวเคราะห์น้อยเศษหินและโลหะที่เหลือจากการก่อตัวของดาวเคราะห์ ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี และบางก้อนเคยเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของโลก
- ดาวพลูโตและดาวเคราะห์แคระโลกน้ำแข็งเล็ก ๆ ที่เคยเป็นดาวเคราะห์ดวงที่เก้า และเพื่อนร่วมประเภทอย่างซีรีส อีริส เฮาเมอา และมาคีมาคี
- อุกกาบาต: ชิ้นส่วนจากอวกาศที่จับต้องได้อุกกาบาตเป็นตัวอย่างหินจากอวกาศที่ส่งมาถึงมือเราฟรี ๆ บางก้อนเก่าแก่กว่าโลก บางก้อนมาจากดาวอังคารหรือดวงจันทร์ และบางก้อนมีโมเลกุลอินทรีย์ที่เป็นวัตถุดิบของชีวิต การศึกษามันบอกเราว่าระบบสุริยะเกิดขึ้นอย่างไร
- โรเซตตาและฟีเล: ลงจอดบนดาวหางครั้งแรกยานโรเซตตาขององค์การอวกาศยุโรปเดินทางสิบปีไปโคจรรอบดาวหาง 67P เป็นลำแรกที่โคจรรอบดาวหาง และส่งยานฟีเลลงจอดบนนิวเคลียสในปี ค.ศ. 2014 พบสารอินทรีย์ กรดอะมิโน และพบว่าน้ำของดาวหางดวงนี้ต่างจากน้ำบนโลก
- ไซคีและลูซี: ไปดาวเคราะห์น้อยโลหะและดาวเคราะห์น้อยโทรจันยานไซคีกำลังเดินทางไปดาวเคราะห์น้อยที่อาจเป็นแก่นโลหะของดาวเคราะห์ตัวอ่อน ส่วนยานลูซีจะบินผ่านดาวเคราะห์น้อยโทรจันที่โคจรร่วมกับดาวพฤหัสบดีหลายดวง ทั้งสองภารกิจช่วยไขความลับว่าดาวเคราะห์ก่อตัวขึ้นได้อย่างไร