หน้าหลัก › บทความดาราศาสตร์ › ภารกิจสำรวจอวกาศ
ภารกิจสำรวจอวกาศ

แคสสินี-ฮอยเกนส์: สิบสามปีกับดาวเสาร์

Cassini-Huygens

อัปเดตล่าสุด

ดาวเสาร์จากภาพของยานแคสสินี
ดาวเสาร์จากภาพของยานแคสสินีภาพ: NASA / JPL-Caltech / SSI / color composite by Gordan Ugarkovic, Public domain (ย่อขนาดจากต้นฉบับ)

ยานแคสสินีโคจรรอบดาวเสาร์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 ถึง 2017 ส่งยานฮอยเกนส์ลงจอดบนไททัน พบทะเลสาบมีเทนเหลว ค้นพบน้ำพุพุ่งจากมหาสมุทรใต้ผิวเอนเซลาดัส และจบภารกิจด้วยการบินลอดวงแหวนก่อนดิ่งลงสู่ดาวเสาร์

แคสสินี-ฮอยเกนส์เป็นภารกิจร่วมของ NASA องค์การอวกาศยุโรป (ESA) และองค์การอวกาศอิตาลี ยานแคสสินีตั้งชื่อตาม โจวันนี โดเมนีโก กัสซีนี ผู้ค้นพบดวงจันทร์ของดาวเสาร์สี่ดวงและช่องว่างในวงแหวน ส่วนยานลงจอดฮอยเกนส์ตั้งชื่อตาม คริสตียาน เฮยเคินส์ ผู้ค้นพบไททัน ยานทั้งคู่หนักรวมราว 5.6 ตัน เป็นหนึ่งในยานสำรวจดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยสร้าง

การเดินทางเจ็ดปี

ยานถูกปล่อยเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1997 บินผ่านดาวศุกร์สองครั้ง โลกหนึ่งครั้ง และดาวพฤหัสบดีหนึ่งครั้งเพื่อรับแรงเหวี่ยง แล้วเข้าวงโคจรรอบดาวเสาร์ในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2004 โดยบินผ่านช่องว่างระหว่างวงแหวนขณะจุดเครื่องยนต์เบรก ยานใช้พลังงานจาก RTG สามเครื่อง เพราะแสงอาทิตย์ที่ดาวเสาร์เหลือเพียงราว 1 ใน 90 ของที่โลก

ฮอยเกนส์ลงจอดบนไททัน

วันที่ 14 มกราคม ค.ศ. 2005 ยานฮอยเกนส์ร่อนผ่านบรรยากาศสีส้มที่หนาแน่นของไททันนานราวสองชั่วโมงครึ่ง ถ่ายภาพร่องคล้ายแม่น้ำและชายฝั่ง แล้วลงจอดบนพื้นที่ชื้นคล้ายทรายเปียก ส่งข้อมูลจากพื้นผิวได้ราว 72 นาที ภาพแรกจากพื้นแสดงก้อนน้ำแข็งกลมมนที่ถูกของเหลวกัดเซาะ เหมือนก้อนกรวดในลำธาร นี่คือการลงจอดครั้งแรกบนวัตถุในระบบสุริยะชั้นนอก และยังเป็นการลงจอดที่ไกลจากโลกที่สุดจนถึงปัจจุบัน

ไททัน: โลกที่ฝนตกเป็นมีเทน

เรดาร์ของแคสสินีมองทะลุหมอกของไททันและพบทะเลสาบและทะเลของมีเทนและอีเทนเหลวบริเวณขั้วเหนือ ทะเลใหญ่ที่สุดชื่อคราเคนแมร์ (Kraken Mare) กว้างกว่าทะเลแคสเปียน ไททันจึงเป็นที่เดียวนอกจากโลกที่รู้ว่ามีของเหลวอยู่บนผิวอย่างคงที่ มีวัฏจักรคล้ายวัฏจักรน้ำ มีเมฆ ฝน แม่น้ำ และเนินทรายที่ทำจากสารอินทรีย์ ใต้เปลือกน้ำแข็งยังน่าจะมีมหาสมุทรน้ำเหลวอีกชั้นหนึ่ง

เอนเซลาดัส: น้ำพุจากมหาสมุทร

เอนเซลาดัสกว้างเพียงราว 500 กิโลเมตร ก่อนหน้านี้ไม่มีใครคิดว่าจะน่าสนใจ แต่ในปี ค.ศ. 2005 แคสสินีพบสายน้ำพุของไอน้ำและเกล็ดน้ำแข็งพุ่งออกจากรอยแยกสี่เส้นที่ขั้วใต้ ซึ่งเรียกว่าลายเสือ ยานบินฝ่าสายน้ำพุหลายครั้งเพื่อชิมองค์ประกอบโดยตรง พบน้ำเค็ม สารอินทรีย์ อนุภาคซิลิกาขนาดจิ๋วที่บ่งว่ามีน้ำร้อนไหลผ่านหินที่ก้นมหาสมุทร และแก๊สไฮโดรเจนที่จุลินทรีย์บนโลกบางชนิดใช้เป็นแหล่งพลังงาน ต่อมาการวิเคราะห์ข้อมูลยังพบฟอสฟอรัสซึ่งเป็นธาตุจำเป็นต่อชีวิต เอนเซลาดัสจึงมีส่วนผสมสำคัญของสิ่งมีชีวิตครบเกือบทั้งหมด ทั้งน้ำเหลว พลังงาน และธาตุที่จำเป็น

ดาวเสาร์และวงแหวน

แกรนด์ฟินาเล

หลังโคจรรอบดาวเสาร์ 294 รอบในเวลาราว 13 ปี เชื้อเพลิงก็ใกล้หมด เพื่อไม่ให้ยานไปชนและปนเปื้อนเอนเซลาดัสหรือไททันซึ่งอาจมีสิ่งมีชีวิต ทีมงานจึงวางแผนตอนจบที่กล้าหาญ ตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ. 2017 แคสสินีบินลอดช่องแคบระหว่างวงแหวนชั้นในสุดกับยอดเมฆของดาวเสาร์ 22 ครั้ง วัดสนามโน้มถ่วงและมวลของวงแหวนได้อย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน แล้วในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2017 ยานดิ่งลงสู่ดาวเสาร์ ส่งข้อมูลจนวินาทีสุดท้ายก่อนถูกเผาไหม้ในบรรยากาศ

เปิดในเว็บไซต์ NewTutorAstronomy ›

คำศัพท์ในบทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง