แผนภาพเฮิรตซ์สปรุง-รัสเซลล์: แผนที่ชีวิตของดาวฤกษ์
The Hertzsprung-Russell diagram
อัปเดตล่าสุด

เมื่อนำดาวหลายพันดวงมาวางบนกราฟระหว่างอุณหภูมิกับความสว่าง ดาวไม่ได้กระจายไปทั่ว แต่รวมกันเป็นแถบและกลุ่มชัดเจน แผนภาพนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการเข้าใจชีวิตของดาวฤกษ์
ราวปี ค.ศ. 1910 เอจนาร์ เฮิรตซ์สปรุง นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก และ เฮนรี นอร์ริส รัสเซลล์ นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน ต่างคนต่างนำดาวมาวาดกราฟระหว่างกำลังส่องสว่าง (หรือโชติมาตรสัมบูรณ์) กับชนิดสเปกตรัม (หรืออุณหภูมิ) ผลที่ได้คือแผนภาพที่ปัจจุบันเรียกว่าแผนภาพเอชอาร์
อ่านแผนภาพอย่างไร
- แกนนอน คืออุณหภูมิผิว โดยมีธรรมเนียมว่าร้อนอยู่ทางซ้าย เย็นอยู่ทางขวา (ดาวสีน้ำเงินทางซ้าย ดาวสีแดงทางขวา) แทนได้ด้วยชนิดสเปกตรัม O B A F G K M หรือดัชนีสี B−V
- แกนตั้ง คือกำลังส่องสว่าง สว่างอยู่ข้างบน มักใช้สเกลลอการิทึม เพราะดาวสว่างต่างกันได้ถึงพันล้านเท่า
บริเวณสำคัญบนแผนภาพ
- แถบลำดับหลัก แถบเฉียงจากซ้ายบนลงขวาล่าง ดาวราว 90% อยู่ที่นี่ เพราะเป็นช่วงที่ดาวเผาไฮโดรเจนในแกนกลาง ซึ่งเป็นช่วงที่ยาวที่สุดของชีวิตดาว ดวงอาทิตย์อยู่กลางแถบนี้ ตำแหน่งบนแถบถูกกำหนดด้วยมวลเป็นหลัก ดาวมวลมากอยู่บนซ้าย ร้อนและสว่าง ดาวมวลน้อยอยู่ล่างขวา เย็นและจาง
- ดาวยักษ์และดาวยักษ์ใหญ่ อยู่มุมขวาบน เย็นแต่สว่างมาก
- ดาวแคระขาว อยู่มุมซ้ายล่าง ร้อนแต่จางมาก
ขนาดของดาวอ่านได้จากตำแหน่ง
จากกฎของสเตฟานและโบลซ์มันน์
ดาวเปลี่ยนตำแหน่งตามอายุ
แผนภาพเอชอาร์ไม่ได้แสดงว่าดาวแต่ละดวงอยู่นิ่ง ดาวดวงหนึ่งจะเคลื่อนที่บนแผนภาพตามวิวัฒนาการ ดาวเกิดใหม่เข้ามาที่แถบลำดับหลัก อยู่ที่นั่นนานที่สุด เมื่อไฮโดรเจนในแกนหมดก็เคลื่อนไปทางขวาบนเป็นดาวยักษ์แดง และสำหรับดาวแบบดวงอาทิตย์ สุดท้ายจะลงไปมุมซ้ายล่างเป็นดาวแคระขาว
ใช้หาอายุของกระจุกดาว
ดาวในกระจุกเดียวกันเกิดพร้อมกันและอยู่ห่างเราเท่ากัน เมื่อวาดแผนภาพของกระจุกหนึ่ง ดาวมวลมากซึ่งหมดอายุเร็วจะออกจากแถบลำดับหลักไปก่อน แถบลำดับหลักจึง "หักเลี้ยว" ที่จุดหนึ่ง เรียกว่าจุดเลี้ยวออก ยิ่งจุดเลี้ยวออกอยู่ต่ำ กระจุกยิ่งแก่ กระจุกทรงกลมบางแห่งมีจุดเลี้ยวออกที่ดาวมวลน้อยกว่าดวงอาทิตย์ ซึ่งบอกว่ามีอายุมากกว่า 12,000 ล้านปี
คำศัพท์ในบทความนี้
- Hertzsprung-Russell diagramแผนภาพเฮิร์ทซ์สปรัง-รัสเซลล์
- main sequenceแถบลำดับหลัก
- red giantดาวยักษ์แดง
- white dwarfดาวแคระขาว
- supergiantดาวยักษ์ใหญ่
- color-magnitude diagramแผนภาพสีกับโชติมาตร
- luminosity classชั้นกำลังส่องสว่าง
บทความที่เกี่ยวข้อง
- วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ดาวฤกษ์เกิด เติบโต และตาย มวลตั้งต้นเป็นตัวกำหนดเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่อายุขัยไปจนถึงซากที่เหลือ
- ชนิดสเปกตรัมของดาว: OBAFGKMแสงของดาวเมื่อแยกเป็นสเปกตรัมจะมีเส้นมืดเรียงตัวต่างกัน นักดาราศาสตร์จัดดาวเป็นชนิด O B A F G K M ตามลักษณะเส้นเหล่านี้ ซึ่งภายหลังพบว่าลำดับนี้ก็คือลำดับอุณหภูมิของผิวดาว
- การแผ่รังสีของวัตถุดำ: อ่านอุณหภูมิดาวจากแสงวัตถุทุกชนิดที่มีอุณหภูมิจะแผ่แสงออกมา รูปร่างของสเปกตรัมขึ้นกับอุณหภูมิเท่านั้น กฎสามข้อของวัตถุดำทำให้นักดาราศาสตร์บอกอุณหภูมิ ขนาด และกำลังส่องสว่างของดาวได้จากแสงอย่างเดียว
- มวลกำหนดชะตาดาว: ความส่องสว่างและอายุของดาวฤกษ์ดาวที่หนักกว่าดวงอาทิตย์สิบเท่าไม่ได้สว่างกว่าสิบเท่า แต่สว่างกว่าหลายพันเท่า และหมดอายุเร็วกว่าหลายร้อยเท่า ความสัมพันธ์ระหว่างมวลกับความส่องสว่างอธิบายได้ว่าทำไมดาวยักษ์อายุสั้นและดาวแคระแดงแทบเป็นอมตะ
- กระจุกดาว: ห้องทดลองธรรมชาติของดาราศาสตร์ดาวในกระจุกเดียวกันเกิดพร้อมกันจากเมฆแก๊สก้อนเดียวและอยู่ห่างเราเท่ากัน จึงเป็นห้องทดลองที่สมบูรณ์แบบสำหรับศึกษาว่ามวลทำให้ดาวต่างกันอย่างไร กระจุกดาวมีสองแบบหลักที่ต่างกันทั้งอายุ ขนาด และตำแหน่งในดาราจักร