แสงจักรราศี เกเกนไชน์ และแสงเรืองของบรรยากาศ
Zodiacal light, gegenschein and airglow
อัปเดตล่าสุด

ในคืนที่มืดสนิทจริง ๆ ท้องฟ้าไม่ได้ดำสนิท มีแสงจาง ๆ รูปกรวยพาดขึ้นจากขอบฟ้าหลังค่ำ มีจุดเรืองตรงข้ามดวงอาทิตย์ และบรรยากาศเองก็เรืองแสงเป็นสีเขียว แสงเหล่านี้มาจากฝุ่นในระบบสุริยะและอะตอมในบรรยากาศชั้นบน
แสงจักรราศี
ในที่ที่มืดสนิท ราวหนึ่งถึงสองชั่วโมงหลังดวงอาทิตย์ตก หรือก่อนรุ่งเช้า จะเห็นแสงจาง ๆ รูปกรวยหรือรูปพีระมิดพาดขึ้นจากขอบฟ้าตามแนวสุริยวิถี สว่างพอ ๆ กับทางช้างเผือก บางครั้งถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแสงรุ่งอรุณ ชาวมุสลิมในอดีตจึงเรียกว่ารุ่งอรุณปลอม
แสงนี้คือแสงอาทิตย์ที่สะท้อนจากฝุ่นจำนวนมหาศาลในระนาบของระบบสุริยะ ฝุ่นแต่ละเม็ดเล็กราวหนึ่งในสิบถึงหนึ่งในสามของมิลลิเมตร ส่วนใหญ่มาจากดาวหางที่แตกตัว (การศึกษาจากยานจูโนเสนอว่าดาวอังคารอาจมีส่วนด้วย) และจากการชนกันของดาวเคราะห์น้อย เพราะฝุ่นกระจุกอยู่ในระนาบสุริยวิถี แสงจักรราศีจึงเห็นได้ดีที่สุดเมื่อสุริยวิถีตั้งชันจากขอบฟ้า สำหรับซีกโลกเหนือคือหลังค่ำในเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน และก่อนรุ่งในเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม ประเทศไทยซึ่งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร สุริยวิถีตั้งชันเกือบทั้งปี จึงเป็นที่ที่ดีสำหรับดูแสงนี้ ถ้าหนีแสงเมืองได้
เกเกนไชน์
ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าพอดี มีจุดเรืองจาง ๆ ขนาดหลายองศา เรียกว่าเกเกนไชน์ ภาษาเยอรมันแปลว่า "แสงสะท้อนกลับ" เกิดจากฝุ่นชุดเดียวกัน แต่ฝุ่นที่ถูกแสงส่องตรงจากด้านหลังผู้สังเกตจะสะท้อนแสงกลับมาได้สว่างเป็นพิเศษ คล้ายที่ป้ายจราจรสะท้อนแสงไฟรถกลับมา เกเกนไชน์จางมาก ต้องใช้ท้องฟ้ามืดระดับดีที่สุดจึงจะเห็น และเห็นได้ยากเมื่ออยู่ในแนวทางช้างเผือก
แสงเรืองของบรรยากาศ
แม้ไม่มีแสงจากอวกาศเลย บรรยากาศของโลกก็เรืองแสงเองเล็กน้อย ในเวลากลางวัน รังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์แยกโมเลกุลและกระตุ้นอะตอมในบรรยากาศชั้นบนที่ความสูงราว 90 ถึง 300 กิโลเมตร ตอนกลางคืนอะตอมเหล่านี้คืนพลังงานออกมาเป็นแสงทีละน้อย แสงที่เด่นที่สุดคือสีเขียวของอะตอมออกซิเจนที่ความยาวคลื่น 557.7 นาโนเมตร (สีเดียวกับแสงออโรราสีเขียว) ด้วยตาเปล่าแทบมองไม่เห็นสี แต่กล้องถ่ายภาพที่เปิดหน้ากล้องนานบันทึกเป็นแถบสีเขียวหรือแดงใกล้ขอบฟ้าได้ชัดเจน และภาพถ่ายจากสถานีอวกาศเห็นเป็นเปลือกสีเขียวบาง ๆ ห่อหุ้มโลก
แสงเรืองของบรรยากาศเป็นขีดจำกัดสุดท้ายของความมืดของท้องฟ้าที่สังเกตจากพื้นโลกได้ แม้ในสถานที่ที่มืดที่สุดในโลก ความสว่างของท้องฟ้าก็ไม่ต่ำกว่าราว 22 โชติมาตรต่อตารางพิลิปดา และเปลี่ยนไปตามวัฏจักรสุริยะ
คำศัพท์ในบทความนี้
- zodiacal lightแสงจักรราศี
- gegenscheinแสงสะท้อนกลับ (เกเกนไชน์)
- airglowแสงเรืองอากาศ
- interplanetary dustฝุ่นระหว่างดาวเคราะห์
- eclipticสุริยวิถี
- Bortle scaleมาตราบอร์เทิล
บทความที่เกี่ยวข้อง
- มลภาวะทางแสง: เมื่อเรามองไม่เห็นทางช้างเผือกมนุษย์มากกว่าหนึ่งในสามของโลกไม่เคยเห็นทางช้างเผือกด้วยตาตัวเองเพราะแสงไฟจากเมือง มลภาวะทางแสงไม่ได้กระทบแค่นักดาราศาสตร์ แต่ยังรบกวนสัตว์ป่า สุขภาพของคน และเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
- เริ่มดูดาวด้วยตาเปล่าไม่ต้องมีกล้องโทรทรรศน์ก็ดูดาวได้ แค่หาที่มืด ให้ตาปรับตัว และรู้ว่าควรมองหาอะไร บทความนี้รวมเคล็ดลับเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ ตั้งแต่การเลือกสถานที่ไปจนถึงวิธีวัดมุมบนท้องฟ้าด้วยมือ
- ดาวหางก้อนน้ำแข็งปนฝุ่นจากขอบระบบสุริยะ ที่เมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จะระเหยเป็นหัวฟุ้งและหางยาวหลายล้านกิโลเมตร
- แสงออโรราม่านแสงสีเขียวแดงม่วงที่เต้นระบำบนท้องฟ้าขั้วโลก เกิดจากอนุภาคจากดวงอาทิตย์ชนแก๊สในบรรยากาศชั้นบน
- สุริยวิถีและจักรราศี: ดาราศาสตร์ไม่ใช่โหราศาสตร์ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์เคลื่อนที่ผ่านแถบเดียวกันบนท้องฟ้าเสมอ แถบนี้คือที่มาของจักรราศี บทความนี้อธิบายว่าสุริยวิถีคืออะไร ทำไมราศีตามโหราศาสตร์ไม่ตรงกับกลุ่มดาวจริงแล้ว และทำไมมีกลุ่มดาวที่ 13