ดาวแคระน้ำตาล: ดาวที่จุดไม่ติด
Brown dwarfs
อัปเดตล่าสุด

วัตถุที่หนักกว่าดาวพฤหัสบดีหลายสิบเท่าแต่เบากว่าดาวฤกษ์ที่เล็กที่สุด มีแกนกลางที่ไม่ร้อนพอจะหลอมไฮโดรเจนได้ต่อเนื่อง มันจึงเรืองแสงจาง ๆ แล้วค่อย ๆ เย็นลงตลอดกาล อยู่กึ่งกลางระหว่างดาวเคราะห์กับดาวฤกษ์
ในปี ค.ศ. 1963 ศิฟ กุมาร์ คำนวณว่าวัตถุที่เกิดจากการยุบตัวของเมฆแก๊สแบบเดียวกับดาวฤกษ์ แต่มีมวลน้อยเกินไป จะไม่มีวันจุดปฏิกิริยาไฮโดรเจนได้อย่างยั่งยืน วัตถุแบบนี้ต้องรออีกกว่าสามสิบปีจึงได้รับการยืนยัน ในปี ค.ศ. 1995 มีการค้นพบดาวแคระน้ำตาลที่ชัดเจนดวงแรก คือ กลีเซอ 229B ซึ่งโคจรรอบดาวแคระแดง
เส้นแบ่งระหว่างดาวฤกษ์กับดาวแคระน้ำตาล
เมื่อเมฆแก๊สยุบตัว แกนกลางร้อนขึ้น แต่ถ้ามวลน้อยกว่าราว 0.075 ถึง 0.08 เท่าของดวงอาทิตย์ (ราว 75 ถึง 80 เท่าของดาวพฤหัสบดี) แกนจะหนาแน่นจนอิเล็กตรอนเกิดความดันดีเจนเนอเรซี ซึ่งหยุดการยุบตัวไว้ก่อนที่แกนจะร้อนพอหลอมไฮโดรเจนได้อย่างต่อเนื่อง มวลวิกฤตนี้เรียกว่าขีดจำกัดการเผาไหม้ไฮโดรเจน
เส้นแบ่งระหว่างดาวแคระน้ำตาลกับดาวเคราะห์
วัตถุที่หนักกว่าราว 13 เท่าของดาวพฤหัสบดีจะหลอมดิวเทอเรียม (ไฮโดรเจนหนักที่มีนิวตรอนหนึ่งตัว) ได้ในช่วงสั้น ๆ ช่วงแรกของชีวิต นักดาราศาสตร์บางกลุ่มใช้ค่านี้แบ่งดาวแคระน้ำตาลออกจากดาวเคราะห์ บางกลุ่มแบ่งตามวิธีการเกิด คือดาวเคราะห์เกิดในจานรอบดาวฤกษ์ ส่วนดาวแคระน้ำตาลเกิดจากการยุบตัวของเมฆแก๊สแบบดาวฤกษ์ นิยามทั้งสองแบบไม่ได้ตรงกันเสมอ
ขนาดเท่าดาวพฤหัสบดี
ดาวแคระน้ำตาลเกือบทุกดวงมีขนาดใกล้เคียงดาวพฤหัสบดีไม่ว่าจะหนักแค่ไหน เพราะความดันดีเจนเนอเรซีทำให้วัตถุที่หนักขึ้นถูกบีบให้แน่นขึ้นแทนที่จะใหญ่ขึ้น ดาวแคระน้ำตาลที่หนัก 70 เท่าของดาวพฤหัสบดีจึงอาจเล็กกว่าดาวพฤหัสบดีด้วยซ้ำ
เย็นลงไปตลอดกาล
เพราะไม่มีแหล่งพลังงานต่อเนื่อง ดาวแคระน้ำตาลจึงส่องแสงจากความร้อนที่เหลือจากการยุบตัว และค่อย ๆ เย็นลงเรื่อย ๆ นักดาราศาสตร์จึงเพิ่มชนิดสเปกตรัมใหม่
- ชนิด L ราว 1,300 ถึง 2,200 เคลวิน มีเมฆของแร่ซิลิเกตและเหล็กหลอมเหลว
- ชนิด T ราว 500 ถึง 1,300 เคลวิน มีมีเทนในบรรยากาศ คล้ายดาวพฤหัสบดี
- ชนิด Y เย็นกว่าราว 500 เคลวิน บางดวงเย็นใกล้อุณหภูมิห้องหรือเย็นกว่า อาจมีเมฆน้ำ
ดาวแคระน้ำตาลส่องแสงส่วนใหญ่ในย่านอินฟราเรด ด้วยตาเปล่าจะเห็นเป็นสีแดงเข้มอมม่วงถ้าอยู่ใกล้พอ การสำรวจด้วยดาวเทียมอินฟราเรด WISE ค้นพบดาวแคระน้ำตาลจำนวนมากใกล้ดวงอาทิตย์ รวมถึงระบบลูห์มัน 16 ซึ่งห่างเพียง 6.5 ปีแสง ใกล้เป็นอันดับสามรองจากระบบแอลฟาเซนทอรีและดาวของบาร์นาร์ด
ดาวที่เกือบจะเป็นดาว
ดาวแคระน้ำตาลอาจมีจำนวนพอ ๆ กับดาวฤกษ์ในดาราจักร หรือน้อยกว่าเล็กน้อย บางดวงล่องลอยอย่างโดดเดี่ยวในอวกาศ บางดวงโคจรรอบดาวฤกษ์ และบางดวงก็มีดาวเคราะห์ของตัวเอง
คำศัพท์ในบทความนี้
- brown dwarfดาวแคระน้ำตาล
- deuterium burningการเผาไหม้ดิวเทอเรียม
- hydrogen burning limitขีดจำกัดการเผาไหม้ไฮโดรเจน
- spectral classชนิดสเปกตรัม
- rogue planetดาวเคราะห์พเนจร
- infrared astronomyดาราศาสตร์อินฟราเรด
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ดาวฤกษ์คืออะไรดาวฤกษ์คือลูกแก๊สร้อนขนาดยักษ์ที่ยึดตัวเองไว้ด้วยแรงโน้มถ่วง และส่องสว่างด้วยพลังงานจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ในแกนกลาง ดาวแต่ละดวงต่างกันมากทั้งขนาด มวล สี และอายุ แต่ทั้งหมดถูกกำหนดด้วยหลักฟิสิกส์ชุดเดียวกัน
- ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่น ค้นพบแล้วหลายพันดวง และหลายดวงแปลกกว่าที่เคยจินตนาการไว้
- ดาวพฤหัสบดีดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุด มวลมากกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นรวมกันกว่าสองเท่า มีพายุที่ใหญ่กว่าโลก และมีดวงจันทร์ที่อาจมีมหาสมุทรใต้น้ำแข็ง
- ชนิดสเปกตรัมของดาว: OBAFGKMแสงของดาวเมื่อแยกเป็นสเปกตรัมจะมีเส้นมืดเรียงตัวต่างกัน นักดาราศาสตร์จัดดาวเป็นชนิด O B A F G K M ตามลักษณะเส้นเหล่านี้ ซึ่งภายหลังพบว่าลำดับนี้ก็คือลำดับอุณหภูมิของผิวดาว
- มวลกำหนดชะตาดาว: ความส่องสว่างและอายุของดาวฤกษ์ดาวที่หนักกว่าดวงอาทิตย์สิบเท่าไม่ได้สว่างกว่าสิบเท่า แต่สว่างกว่าหลายพันเท่า และหมดอายุเร็วกว่าหลายร้อยเท่า ความสัมพันธ์ระหว่างมวลกับความส่องสว่างอธิบายได้ว่าทำไมดาวยักษ์อายุสั้นและดาวแคระแดงแทบเป็นอมตะ